เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็ก เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกบิดประตูสีดำด้านถูกบิดหมุนจนสุดรอบ รวิศไม่ได้ขยับหนี ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเยียบของด้ามคัตเตอร์เหล็กหล่อที่คุ้นมือ แรงกดจากนิ้วโป้งสะท้อนความตึงเครียดผ่านข้อต่อกระดูก เงาดำหลังกระจกฝ้าไม่ได้พังประตูล่อแหลมเข้ามาตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่มันยืนหยุดนิ่ง ทิ้งร่างทาบทับสัดส่วนความสูงไว้บนผิวแก้ว ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของความเงียบงันภายในห้อง
"เปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ รวิศ..."
เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านร่องบานพับเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของคนแปลกหน้า หรือผู้บุกรุกที่กระหายความรุนแรง หากแต่เป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก เสียงของคนที่เคยร่วมโต๊ะกาแฟ คนที่เคยถกเถียงเรื่องโครงสร้างรับแรงอัดของคานคอนกรีต และเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่ารอยร้าวในจิตใจของสถาปนิกคนหนึ่งถูกหล่อหลอมด้วยปูนซีเมนต์ชนิดใด
รวิศคลายมือออกจากคัตเตอร์ช้าๆ ปล่อยให้มันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยแปลนอาคารเก่า เขาไม่จำเป็นต้องเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดตัวเล็กที่มุมห้อง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองทะลุผ่านเลนส์ดิจิทัลนั้นตรงมายังนัยน์ตาของเขา
"คุณมาช้าไปสิบปีนะ...หมอ" รวิศเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าแต่ชัดเจนพอที่จะสะท้อนก้องในห้องทำงานแคบๆ
บานประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก แสงไฟนีออนสีส้มจากทางเดินสาดกระทบแผ่นหลังของร่างที่ก้าวเข้ามา นายแพทย์ยศพล ปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ รอยยิ้มที่มุมปากของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ยืนอยู่หน้าเหยื่อในกรงขัง
"ผมไม่ได้มาช้าหรอกครับ รวิศ... ผมแค่รอให้โครงสร้างมันเซ็ตตัวจนสมบูรณ์เสียก่อน" ยศพลกวาดสายตามองไปรอบห้อง สูดกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนในอากาศด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ตึกนี้กำลังจะถูกทุบทำลายในอีกสามวันข้างหน้า คุณก็รู้ดีนี่ ทำไมถึงยังดึงดันกลับมาขุดคุ้ยซากปรักหักพังที่ฝังกลบไปแล้วล่ะครับ"
รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทาบทับลงบนแปลนอาคารจำลองของตึกมรณะในอดีต ตึกที่เคยพังครืนลงมาคร่าชีวิตพ่อแม่ของเขาเมื่อนานมาแล้ว ความทรงจำในวัยเด็กผุดพรายขึ้นมาอย่างชัดเจน—ไม่ใช่ภาพของเสียงกรีดร้องหรือความโกลาหล แต่เป็นภาพของรอยร้าวรูปทรงกิ่งไม้ที่คืบคลานไปตามผนังคอนกรีต ก่อนที่เพดานทั้งหมดจะถล่มทับลงมา
"ตึกไม่ได้พังเพราะความผิดพลาดทางวิศวกรรม..." รวิศพูดลอดไรฟัน สายตาดุดันราวกับต้องการฉีกกระชากหน้ากากของชายตรงหน้าออก "คุณแก้ไขตัวเลขในรายงานการรับน้ำหนัก... คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติให้ใช้วัสดุลดเกรดในโครงการนั้น ตั้งแต่ตอนที่คุณยังเป็นที่ปรึกษาอิสระให้บริษัทรับเหมา"
ยศพลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดบาป เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ ราวกับเสือที่กำลังเดินวนรอบเหยื่อที่หมดทางสู้
"วิศวกรรมศาสตร์สอนให้คุณมองหาความแข็ง ศาสตร์แห่งจิตแพทย์สอนให้ผมมองหาความเปราะบาง..." ยศพลหยุดยืนห่างจากรวิศเพียงแค่เอื้อมมือ "คุณคิดว่าเด็กชายวัยสิบขวบที่รอดชีวิตจากซากตึก จะเติบโตมาเป็นสถาปนิกที่ออกแบบอาคารเพื่อปกป้องผู้คนจริงหรือครับ รวิศ? เปล่าเลย... คุณสร้างตึกเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั้นอีกต่างหาก ทุกเส้นที่คุณลาก ทุกเสาที่คุณคำนวณ มันคือการสร้างห้องขังที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อกักขังความกลัวในวัยเด็กของคุณไว้ต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นเฉียบคมเสียยิ่งกว่าคมมีดคัตเตอร์ที่รวิศเพิ่งวางลง รวิศรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่เขาพยายามหลบซ่อนมาตลอดชีวิต มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"แล้วพิมพ์มาดาอยู่ที่ไหน?" รวิศเปลี่ยนเรื่อง พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ "คุณไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่อจะมาจิตวิเคราะห์ผมเล่นหรอกนะ"
ยศพลหุบยิ้ม ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย "คุณหมอพิมพ์มาดากำลังสนุกกับการค้นหาความจริง... น่าเสียดายที่ความจริงบางอย่าง มันหนักหนาเกินกว่าที่ผู้หญิงฉลาดๆ อย่างเธอจะแบกรับไหวในคราวเดียว"
จิตแพทย์หนุ่มยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งวางลงบนกองแปลนพิมพ์ หน้าจอสว่างวาบแสดงภาพวิดีโอสด (Live) จากห้องใต้ดินของอาคารแห่งนี้ พิมพ์มาดากำลังถูกมัดมือติดกับเก้าอี้ไม้โดยมีเสาคอนกรีตเก่าคร่ำคร่าอยู่เบื้องหลัง รอบตัวเธอเต็มไปด้วยสายชนวนระเบิดเวลาที่ต่อเข้ากับแผงวงจรดิจิทัล ตัวเลขสีแดงกำลังถอยหลังอย่างช้าๆ จากเลข 05:00 นาที
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง ยศพล!" รวิศพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
ยศพลไม่แม้แต่จะขัดขืน เขายังคงยิ้มเยาะอย่างใจเย็น มือข้างหนึ่งยกขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างสุภาพ
"ผมไม่ได้บ้าครับ รวิศ... ผมแค่กำลังพิสูจน์ทฤษฎี" ยศพลกระซิบชิดใบหูของสถาปนิกหนุ่ม "ระหว่างคุณกับพิมพ์มาดา ใครกันแน่ที่จะเลือก 'เสียสละ' เพื่อให้โครงสร้างส่วนที่เหลือรอดชีวิต คุณมีเวลาอีกแค่สามนาทีเศษ ที่จะวิ่งลงไปข้างล่าง... และเลือกกดปุ่มตัดสายไฟให้ถูกเส้น มิฉะนั้น ประวัติศาสตร์ที่พ่อแม่ของคุณเคยเจอ จะซ้ำรอยกับผู้หญิงที่คุณแคร์ที่สุดในชีวิต"
พูดจบ ยศพลก็สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม เดินถอยหลังออกไปทางประตูอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งให้รวิศยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
เสียงนาฬิกาดิจิทัลจากหน้าจอโทรศัพท์ดัง ติ๊ก... ติ๊ก... เป็นจังหวะที่นับถอยหลังสู่วินาทีวิกฤต รวิศก้มลงมองแปลนอาคารบนโต๊ะ แผนผังห้องใต้ดินที่เขาเคยเขียนขึ้นเมื่อหลายปีก่อนปรากฏขึ้นในหัวอย่างแม่นยำ ทุกซอกทุกมุม ทุกทางหนีไฟ—แต่มันไม่มีทางไหนเลยที่จะไปถึงตัวพิมพ์มาดาได้ทันเวลา หากเขาเลือกเดินผิดทางแม้แต่ก้าวเดียว
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกุญแจดอกเล็กที่ตกอยู่ใกล้เท้าของยศพล พร้อมกับรอยขูดขีดบนพื้นปูนที่ซ่อนกลไกบางอย่างเอาไว้ รวิศทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า ใช้ปลายนิ้วสัมผัสแผ่นเหล็กปิดช่องชาร์จใต้พื้นห้อง และเมื่อเขาออกแรงงัดมันขึ้นมา ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างคือแผงควบคุมระบบระเบิดหลักของตึกทั้งหลัง ที่มีสווิชเปิด-ปิดเชื่อมโยงกับลิฟต์ขนของที่กำลังเคลื่อนที่ลงสู่ชั้นใต้ดินด้วยความเร็วสูง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบาดแผลทางใจไปกับตัวละครในค่ำคืนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ•ตอนที่ 19
เสียงสะท้อนจากอดีต
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!