ลมหายใจของอคินติดขัดอยู่ที่ลำคอ ราวกับเศษแก้วแหลมคมที่บาดลึกทุกครั้งพยายามขับเคลื่อนอากาศเข้าสู่ปอด ดวงตาของเขาเบิกกว้าง สะท้อนภาพเงาร่างของชายชราผู้มีเรือนผมสีดอกเลาและรอยแผลเป็นลึกพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย—ใบหน้าครึ่งหนึ่งที่เขาจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจของตนเอง นั่นคือร่องรอยจากค่ำคืนแห่งเพลิงโลกันตร์เมื่อสิบปีก่อน วันที่ตระกูลวรภัทรถูกกวาดล้าง และวันที่ปู่ของเขาได้ "ตาย" ไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการแล้ว
"ไม่... เป็นไปไม่ได้" เสียงของอคินแหบพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาออกมาได้เพียงเท่านั้น ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูยักษ์แห่งกาลเวลา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องพักฟื้นอันอบอวลด้วยกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและกระดาษเก่า รินรดาซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างสะดุ้งสุดตัวเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอรีบก้าวเข้ามา หมายจะประคองร่างของชายหนุ่มผู้กำลังสั่นสะท้าน ทว่ากลับต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อปู่ของอคินยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น สายตาของชายชราไม่ได้มีความตื่นตระหนก หรือความยินดีปรีดาที่ได้พบหน้าหลานชายหลังจากพลัดพราก หากแต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของมวลภาระที่แบกรับมาเนิ่นนานเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะทานทน
"เจ้ายังคงตื่นตระหนกกับเงาอดีตเสมอมานะ... อคิน" เสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งเอ่ยขึ้น มันเป็นสำเนียงที่อคินเคยได้ยินในยามค่ำคืนเมื่อครั้งยังเยาว์วัย เสียงที่ขับขานบทกวีโบราณเพื่อกล่อมให้เขาหลับใหล
อคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเจ็บแผลจากสมรภูมิรบทางความคิดที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่กลับปะทุขึ้นอีกระลอกในจิตใจ สงครามระหว่างบทกวีแห่งการสร้างสรรค์และบทกวีแห่งการทำลายล้างเพิ่งปิดฉากลงด้วยความสูญเสีย ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการพยายามถอดรหัสความทรงจำครั้งสุดท้าย ทว่าบาดแผลทางกายเหล่านั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอกเวลานี้
"ท่าน... ท่านยังมีชีวิตอยู่" อคินเค้นคำพูดออกมาทีละพยางค์ หยาดน้ำตาเอ่อคลอหน่วยตาคู่คม "ตลอดสิบปีที่ผ่านมา... ข้าแบกรับความผิดบาปของการทำลายบทกวีประจำตระกูลไว้เพียงลำพัง ข้าคิดว่าเลือดของท่านคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับความเงียบงัน... แต่ท่านกลับซ่อนตัวอยู่หลังม่านแห่งความตาย ปล่อยให้ข้าเดินวนเวียนอยู่ในเขาวงกตแห่งความรู้สึกผิดมาตลอดอย่างนั้นหรือ?"
รินรดามองสลับระหว่างชายหนุ่มผู้เป็นที่รักกับผู้อาวุโสลึกลับ เธอสัมผัสได้ถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในใจของอคิน มือเรียวบางเอื้อมไปแตะไหล่ของเขาเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและย้ำเตือนว่าเขามีเธออยู่เคียงข้างเสมอ
ปู่ของอคินถอนหายใจยาวนาน ชายชราเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วย ก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งหมอกจางๆ ยามสายกำลังปกคลุมยอดไม้
"ความผิดบาปงั้นหรือ? เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการมีชีวิตรอดในยุคสมัยที่บทกวีถูกพิพากษาว่าเป็นภัยความมั่นคง คือความสุขสบาย?" ชายชราหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลานชาย "ที่ข้าต้องเลือกทางเดินนี้ ก็เพื่อปกป้องสิ่งเดียวที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของข้าเอง... และสิ่งนั้นกำลังนอนอยู่ในมือของเจ้าแล้วในตอนนี้, อคิน"
คำพูดนั้นทำให้อคินชะงัก สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพของสมุดบันทึกหน้าสุดท้ายที่เปื้อนคราบหยาดน้ำค้างและหยดเลือดผุดขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกที่บรรจุบทกวีบทสุดท้าย—บทกวีที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้คนทั่วทั้งแผ่นดิน
"สมุดบันทึก... ท่านหมายถึงบันทึกของบรรพบุรุษ?" อคินถามเสียงเครือ
"มันไม่ใช่แค่บันทึก แต่มันคือพินัยกรรมแห่งวิญญาณ" ปู่ของเขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขยับเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "สงครามที่เพิ่งจบลงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการกวาดล้างระลอกใหญ่ คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหอจดหมายเหตุ แต่พวกมันต้องการลบรากเหง้า ลบความทรงจำ และลบหัวใจของกวีทุกคนให้สูญสลายไปจากหน้าแผ่นดิน และเจ้า... คือผู้เดียวที่ถือครองกุญแจดอกสุดท้ายในการไขประตูสู่บทกวีอมตะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด อคินหันไปมองรินรดาก่อนจะพบว่าแววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้ดีว่าภาระที่อคินต้องแบกรับนั้นหนักหนาเกินกว่าที่บ่าคู่เดียวจะรับไหว และการปรากฏตัวของปู่ในวันนี้ ไม่ใช่การกลับมาเพื่อโอบกอดแสดงความยินดี แต่เป็นการส่งไม้ต่อแห่งโชคชะตาอันโหดร้าย
"ข้าเหนื่อยแล้ว..." อคินพึมพำ ดวงตาเหม่อลอยมองฝ่ามือตนเองที่สั่นเทา "ข้าผ่านสงคราม สูญเสียสหาย สูญสิ้นความศรัทธา และเกือบสูญเสียแม้กระทั่งตัวตน... เหตุใดท่านจึงยังเรียกร้องให้ข้าต้องแบกรับมันต่อไปอีก?"
"เพราะถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นใครเล่า?" ปู่ของเขากล่าวสวนทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด "ความอ่อนแอในตัวเจ้าถูกหล่อหลอมขึ้นจากความเมตตา แต่วันนี้... เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้ความเมตตานั้นเป็นอาวุธ"
ชายชรายื่นมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาออกมาข้างหน้า บนฝ่ามือหยาบกร้านนั้นมีวัตถุชิ้นหนึ่งวางอยู่ มันคือแหวนเงินโบราณสลักลวดลายบทกวี สัญลักษณ์ประจำตำแหน่งประมุขแห่งหอจดหมายเหตุเงา—ตำแหน่งที่อคินปฏิเสธมาตลอดชีวิต
อคินก้มมองแหวนวงนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขารู้ดีว่าหากเขายื่นมือไปรับมัน ชีวิตอิสระที่เขาโหยหาจะมลายหายไปในพริบตา และเขาจะต้องก้าวเข้าสู่สนามรบครั้งใหม่ สนามรบที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งกว่านั้น รินรดาที่อยู่ข้างกายเขาจะต้องเผชิญกับอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ไปด้วย
นิ้วเรียวของอคินยื่นออกไปช้าๆ ปลายนี้วสั่นเทาขณะที่สัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบของแหวนโบราณ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด มันคือสัมผัสแห่งความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาในหัว รaptures ของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตซ้อนทับกันจนแทบแยกไม่ออก ภาพของเปลวเพลิงเมื่อสิบปีก่อน ภาพรอยยิ้มของรินรดาในยามที่เธอมอบสมุดบันทึกให้ และภาพของแผ่นดินที่ไร้ซึ่งเสียงกวีนิพนธ์... ทุกอย่างหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันในความนึกคิด
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเกี่ยวแหวนวงนั้นขึ้นมาได้ครึ่งทาง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่โถงทางเดินด้านนอก
*ตึง! ตึง! ตึง!*
ประตูห้องพักฟื้นถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาลเศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง ฝุ่นผงคละคลุ้งไปกับบรรยากาศอันตึงเครียด อคินและรินรดาสะดุ้งสุดตัวผุกรุกถอยหลังไปจนชิดหัวเตียง ปู่ของอคินหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยแววตาที่ฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
ร่างในชุดเกราะสีดำสนิทของหน่วยลาดตระเวนหลวงก้าวเข้ามาในห้องทีละนาย ปลายกระบอกปืนเวทมนตร์สีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟสลัว และผู้นำของพวกเขาก้าวออกมาจากแถว ถอดหมวกเหล็กออกเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก—ใบหน้าที่อคินจำได้แม่นยำว่าเป็นคนสนิทของเสนาบดีผู้กวาดล้างบทกวี และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สายตาของอีกฝ่ายไม่ได้มองมาที่อคินหรือปู่ของเขา หากแต่จ้องเขม็งไปยังรินรดา
"พบตัวเป้าหมายแล้ว..." นายทหารคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้หัวใจ ก่อนจะยกปืนเล็งตรงมาที่หน้าอกของรินรดา "คำสั่งสูงสุดจากเบื้องบน... หญิงสาวผู้นี้คือผู้ครอบครองต้นฉบับบทกวีต้องห้ามที่แท้จริง จับกุมตัว... และหากขัดขืน ให้สังหารได้ทันที!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านหน้ากระดาษแห่งความทรงจำมาจนถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 42
การจากลาและเริ่มต้น
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!