“ถ้าโครงการมูลค่าสองหมื่นล้านในมือผม ต้องฝากไว้กับสถาปนิกที่มองสถาปัตยกรรมเป็นแค่ของเล่นแก้เหงา ผมว่าเราคงไม่ต้องคุยกันต่อให้เสียเวลาค่ะ”
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบของธันวา กิตติไพศาล ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมปิดตายบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดจากอิตาลีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ สายตาคมกริบดุจมีดโกนของเขากวาดมองพิมพ์เขียวบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวยาว ก่อนจะปัดมันลงพื้นอย่างไม่ใยดี กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าร่วงหล่นราวกับใบไม้ที่ถูกเด็ดขั้ว
รินรดายืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้หลบสายตา ไม่ได้สะดุ้งตัวต่อการกระทำที่เหยียดหยามนั้น แววตาของหญิงสาวเรียบเฉย ทว่าลุ่มลึกราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้ เธอค่อยๆ ก้มลงเก็บพิมพ์เขียวทีละแผ่นด้วยกิริยาที่เชื่องช้าและสง่างาม ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยความประณีตบรรจงอีกครั้ง
“ถ้าคุณธันวาอ่าน ‘โครงสร้าง’ เป็นเท่ากับที่อ่าน ‘ตัวเลขในบัญชี’ คุณจะเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือคุณไม่ใช่ของเล่นค่ะ แต่มันคือสมดุลที่คำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อรองรับน้ำหนักของความโลภที่ทับถมอยู่ในโครงการนี้ต่างหาก”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที เลขานุการและทีมบริหารที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างกลั้นหายใจ ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่เต็มไปด้วยความดูแคลน
“ความแม่นยำงั้นเหรอ?” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้รินรดาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายของอำนาจที่ลอยฟุ้งรอบตัวเขาไม่ได้ทำให้หญิงสาวถอยหนี “ในโลกของผม ความแม่นยำไม่ได้วัดกันที่องศาของคานเหล็ก แต่วัดกันที่ว่าใครถือไพ่เหนือกว่า ถ้าคุณคิดว่างานระดับมาสเตอร์พีซของ ‘วิวัฒน์กุล’ จะผ่านการอนุมัติได้ด้วยคำพูดสวยหรูพวกนี้ คุณก็แค่สถาปนิกเพ้อฝันคนหนึ่งที่ควรกลับไปออกแบบบ้านสุนัขดีกว่าค่ะ”
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แสงไฟสลัวในห้องตกกระทบดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทาย เธอค่อยๆ หยิบปากกาหมึกซึมสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมตัวนอก ก่อนจะขีดเส้นผ่านจุดกึ่งกลางของแบบจำลองโครงการที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
“คุณธันวาคะ โครงการนี้ไม่ได้ต้องการคนคุมเกม แต่มันต้องการ ‘รากฐาน’ ที่ไม่พังทลายลงในวันที่คุณถูกอำนาจที่ตัวเองสร้างขึ้นกลืนกิน การดูถูกฝีมือคนอื่นอาจจะทำให้คุณรู้สึกตัวใหญ่ขึ้น แต่ในทางสถาปัตยกรรม... ฐานที่ไร้ความมั่นคงต่อให้สวยงามแค่ไหน วันหนึ่งมันก็ต้องถล่มลงมาทับคนสร้างอยู่ดี”
ธันวาขมวดคิ้ว มือหนาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปต้องร้องขอชีวิต แต่รินรดาเพียงแค่เลิกคิ้วมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า “เจ็บนะคะ แต่ถ้าความเจ็บนี้ทำให้คุณมีสติขึ้นมาบ้าง ก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ”
“คุณคงลืมไปว่าผมซื้อที่ดินผืนนี้มาด้วยราคาที่สูงกว่าค่าตัวคุณทั้งชีวิตรวมกันกี่เท่า” ธันวากระซิบชิดใบหู “ผมสามารถทำให้บริษัทของคุณกลายเป็นเศษเหล็กภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงได้ หากคุณยังดื้อดึงที่จะสอนผมเรื่องการบริหารความเสี่ยง”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญค่ะ” รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องชะงักไปชั่วครู่ “ถ้าคุณมั่นใจว่าอำนาจเงินซื้อ ‘ความฉลาด’ ของวิศวกรและสถาปนิกในทีมคุณได้ แต่จำไว้นะคะ... ความหยิ่งผยองของคุณนั่นแหละที่จะเป็นตัวเลขแรกที่ถูกตัดทิ้งในงบประมาณงวดสุดท้าย”
รินรดาสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของเขา เธอหยิบแฟ้มงานขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทางเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู ทว่าเสียงทุ้มของธันวาก็ดังไล่หลังมา
“ไปเถอะ แต่พรุ่งนี้คุณจะพบว่าไม่มีใครกล้าจ้างสถาปนิกที่กล้าลองดีกับคนอย่างผมอีก”
รินรดาหยุดเดินที่หน้าประตู เธอไม่หันกลับไปมอง แต่เสียงของเธอที่เปล่งออกมานั้นนิ่งสนิท “พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันที่คุณต้องเป็นฝ่ายเดินมาเคาะประตูบ้านฉันเพื่อขอร้องให้ช่วยกู้ซากความผิดพลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น... เตรียมเงินสำรองไว้ให้เยอะๆ นะคะ เพราะค่าวิชาของฉันมันแพงกว่าที่คุณคิดไว้มาก”
เสียงฝีเท้าของหญิงสาวห่างออกไปจนเงียบหาย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัดภายในห้องประชุมที่ดูเล็กลงถนัดตา ธันวามองตามหลังเธอไป สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความสับสนที่ซ่อนไม่มิด เขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า เลขาส่วนตัวของเขากำลังยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง พร้อมกับถือแท็บเล็ตที่หน้าจอแสดงการแจ้งเตือนระดับสีแดงวาบขึ้นไม่หยุด
“ท่านครับ... หุ้นของโครงการเรา... มีคนเริ่มเทขายกระหน่ำผ่านบัญชีปริศนา วงเงินที่ใช้กว้านซื้อเกินกว่าที่เราประเมินไว้ทั้งหมดครับ!”
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าจอ เขาคว้าแท็บเล็ตมาดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะกระชากเสียงสั่ง “เช็กซิว่าใครเป็นคนถือหุ้นใหญ่!”
เลขาหน้าซีดเผือด “ไม่ปรากฏชื่อเจ้าของครับท่าน... แต่มีการส่งข้อความด่วนถึงท่านในแอปพลิเคชันระบบบริหารจัดการส่วนตัว... ผู้ส่งระบุว่า... ‘บทเรียนแรกเริ่มขึ้นแล้วค่ะ’”
หัวใจของมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นยอดเงินในบัญชีที่ค่อยๆ พร่องลงไปเป็นตัวเลขมหาศาล ขณะเดียวกัน เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดอยู่บนดาดฟ้าก็ดังสนั่นกึกก้องขึ้นมาในเวลาที่ไม่ควรจะเป็น ราวกับมีใครบางคนกำลังจะก้าวเข้ามาเพื่อจัดการกับทุกอย่างให้สิ้นซาก
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาในเกมแห่งการทำลายล้างนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจกับสถาปนิกที่ทำลายสมดุล•ตอนที่ 1
ราคาของความหยิ่งผยอง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจกับสถาปนิกที่ทำลายสมดุล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
