"คอลเลกชันใหม่ของ 'รินรดา' รอบนี้ไม่ได้เรียกว่าการตัดเย็บที่ประณีตหรอกค่ะ แต่มันคือการรวมเอาเศษผ้าที่เหลือทิ้งจากปีที่แล้วมาเย็บต่อกันด้วยกาวตราช้างเสียมากกว่า... หวังว่าแบรนด์หรูระดับนั้นจะเลิกขายฝันแล้วหันมาดูรสนิยมตัวเองบ้างนะคะ บอกตามตรงว่าเห็นแล้วเพลียจิต"
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียชื่อดังเด้งขึ้นมาพร้อมกับยอดไลก์และยอดแชร์ที่พุ่งทะยานจนน่าตกใจ รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวยาวที่จัดวางอุปกรณ์ทุกอย่างไว้อย่างเป็นระเบียบตามองศาที่เธอคำนวณมาอย่างดี ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบกริบเลื่อนหน้าจอไอแพดเพื่ออ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์นั้นช้าๆ
ดวงตาเรียวคมของดีไซเนอร์สาวนิ่งสนิท ทว่าประกายในดวงตานั้นวาวโรจน์ด้วยแรงโทสะที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น
"เพลียจิตงั้นเหรอ?" รินรดาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับเย็นเยียบเหมือนคมมีดที่อาบด้วยน้ำแข็ง "คนที่ไม่เคยแม้แต่จะจับเข็มหมุดอย่างหล่อน มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ผลงานที่ฉันใช้เวลาทำมาตลอดครึ่งปี"
เธอกดแป้นพิมพ์ตอบโต้กลับไปทันทีโดยไม่ลังเล ไม่ใช่การโพสต์ในนามแบรนด์ แต่เป็นการตอบโต้ผ่านแอคเคานต์ส่วนตัวที่น้อยคนนักจะรู้ว่ามันคือตัวตนของเธอ
'ถ้าการที่คุณมองศิลปะไม่ออกคือความเห็นส่วนตัว งั้นฉันก็คงต้องขอโทษด้วยที่ผลงานของฉันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนที่มีรสนิยมต่ำกว่ามาตรฐานแฟชั่นระดับโลก'
ไม่ถึงสามนาที... การตอบกลับของเธอกลายเป็นประเด็นร้อนที่คนเริ่มแคปไปแชร์ต่อ
รินรดาวางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' เธอหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ ใครๆ ในวงการต่างรู้ดีว่าเธอเป็นคนประเภท 'เนี้ยบจนน่ากลัว' ทุกฝีเข็มต้องสมบูรณ์แบบ และเธอก็เกลียดความมักง่ายที่สุด โดยเฉพาะบล็อกเกอร์สาวสายแฟชั่นจอมขบถอย่าง 'พริบพราว' ที่วันๆ เอาแต่แต่งตัวแหวกแนวด้วยชุดมือสองผสมของแบรนด์เนมจนคนเข้าใจผิดว่าเป็นศิลปะ
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
"เข้ามาค่ะ"
เลขาหน้าห้องเปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก "คุณรินคะ... บล็อกเกอร์คนนั้นค่ะ พริบพราว เธอเพิ่งโพสต์สตอรี่สดเมื่อกี้ว่ากำลังมุ่งหน้ามาที่สตูดิโอของเรา บอกว่าจะมาพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าที่เห็นในรูปกับของจริง มันต่างกันจนน่าสมเพชขนาดไหน!"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่านางแบบบวกกับรองเท้าส้นสูงที่ทำให้เธอดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก เธอเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ ปรับปกเสื้อสูทให้เข้าที่ สายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย
"ให้เธอเข้ามาค่ะ" รินรดาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้าอยากจะพิสูจน์นัก ก็จัดให้เธอเห็นให้ชัดๆ ว่าของจริงกับของปลอมมันต่างกันยังไง"
ผ่านไปเพียงยี่สิบนาที ประตูห้องทำงานของรินรดาก็ถูกผลักออกอย่างแรง โดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
หญิงสาวรูปร่างโปร่งในชุดกระโปรงยีนส์ตัวโคร่งทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีนีออนแสบตา ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเมคอัพจัดจ้านโฉบเฉี่ยว ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องสตูดิโอด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เจ้าของสตูดิโอที่ยืนกอดอกรออยู่แล้ว
"ปากดีในเน็ตไม่พอ ต้องเรียกมาดูหน้าถึงที่เลยเหรอคะคุณดีไซเนอร์ระดับโลก?" พริบพราวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์
รินรดาเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ความเย็นชาของรินรดาปะทะเข้ากับความร้อนแรงและอิสระของพริบพราวอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของคนหนึ่งปะทะกับกลิ่นดอกไม้สดใสของอีกคน
"ฉันไม่ได้เรียกมา" รินรดาตอบเสียงต่ำ "แต่ในเมื่อคุณกล้าบุกเข้ามาถึงถิ่น ก็เตรียมใจรับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วยล่ะ"
พริบพราวหัวเราะในลำคอ เธอเดินสำรวจงานชิ้นล่าสุดบนหุ่นโชว์เสื้ออย่างจงใจใช้ปลายนิ้วลูบไล้รอยเย็บนั้นอย่างเสียมารยาท "เนี่ยเหรอ? งานที่เธอภูมิใจนักหนา? เย็บเบี้ยวไปหนึ่งมิลลิเมตรนะรู้ตัวไหม... อ้อ จริงสิ คนเนี๊ยบๆ อย่างเธอคงไม่ยอมรับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก จริงไหมคะ?"
รินรดาปราดเข้าไปคว้าข้อมือของพริบพราวไว้ได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะทำอะไรไปมากกว่านั้น บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน พริบพราวชะงัก เธอสบตาดีไซเนอร์สาวที่บัดนี้แววตาไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่มันเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญ
"คุณล้ำเส้นเกินไปแล้ว พริบพราว" รินรดากระซิบชิดใบหูอีกฝ่าย น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "คุณคิดว่าตัวเองแน่มากเหรอที่วิจารณ์คนอื่นไปทั่ว? ลองมาดูใกล้ๆ สิ ว่าในสิ่งที่ฉันทำ... มันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่ตาเห็น"
รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน พริบพราวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอพยายามจะถอยหนีแต่ข้อมือที่ถูกกุมไว้กลับแน่นขึ้น รินรดาใช้มืออีกข้างเชยคางบล็อกเกอร์สาวให้เงยขึ้นรับสายตาที่ดุดัน
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เสียงประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของ 'คีย์' คู่แข่งทางธุรกิจที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
"ว้าว... ไม่นึกว่าจะได้เห็นฉากเด็ดขนาดนี้ ในขณะที่สตูดิโอของคุณกำลังจะโดนแฉเรื่องการใช้วัสดุเกรดต่ำ แต่คุณกลับมานัวเนียกับบล็อกเกอร์ตัวแสบเนี่ยนะ รินรดา?"
คีย์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความตึงเครียดในทันที มือของคีย์ถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับหน้าจอที่โชว์หลักฐานบางอย่างที่ทำให้รินรดาถึงกับชะงัก
รินรดาปล่อยข้อมือของพริบพราวออกทันที เธอหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงไปที่ตาตุ่ม เพราะสิ่งที่คีย์ถืออยู่... มันไม่ใช่แค่โพสต์วิจารณ์ แต่มันคือภาพถ่ายลับที่อาจจะทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาทั้งหมด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับสการ์เล็ตโรสนะคะ หวังว่าจะประทับใจกับจุดเริ่มต้นที่เข้มข้นนี้ค่ะ!
ดีไซเนอร์ตัวท็อปกับยัยบล็อกเกอร์ปากจัด•ตอนที่ 1
เมื่อความคูลปะทะความปากแจ๋ว
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตัวท็อปกับยัยบล็อกเกอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
