"ไอ้ธันวา! นายทำอะไรลงไป! นั่นมันแผงวงจรส่วนควบคุมแขนกลนะ ไม่ใช่เศษเหล็กที่นายจะเอาไขควงไปจิ้มเล่นได้ตามใจชอบน่ะ!"
เสียงแหลมสูงของปลายฝนกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องแล็บหุ่นยนต์ยามดึก เธอไม่ได้ตะโกนด้วยความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเสียงของความ 'พังพินาศ' ที่หยดน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าเกือบจะปริ่มขอบตา มือเรียวสวยที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องสั่นเทาขณะชี้ไปยังชิ้นส่วนสีเงินที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน
ธันวายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้สตูลตัวสูง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งนั้นไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาถอดแว่นสายตากรอบบางออกแล้ววางไว้ข้างตัว ก่อนจะหันมามองเจ้าของร่างที่กำลังยืนหอบหายใจด้วยความโมโหจัดตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
"ถ้าผมไม่ 'จิ้ม' เพื่อแก้บั๊กที่เธอเขียนไว้ในลอจิกโปรแกรม หุ่นตัวนี้ก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเครื่องจักรขยะที่เดินหน้าไม่ได้ตั้งแต่เมื่อชั่วโมงที่แล้วครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคนอย่างเธอชอบทำงานแบบ 'ถูไถ' ไปให้จบๆ มากกว่าความสมบูรณ์แบบ" ธันวาเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังวิจารณ์สภาพอากาศ ไม่ใช่การจิกกัดคนตรงหน้า
ปลายฝนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ ความมั่นใจในฐานะดาวคณะสายกิจกรรมที่ใครๆ ต่างก็เกรงใจหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะฟิวส์ขาด
"ถูไถงั้นเหรอ? นายรู้ไหมว่าฉันใช้เวลานอนกี่ชั่วโมงเพื่อรันโค้ดชุดนี้? นายมันก็แค่พวกยึดติดกับทฤษฎีที่มองข้ามหัวใจของงานประดิษฐ์! ถ้ามันพังเพราะมือนาย นายต้องรับผิดชอบ!"
"รับผิดชอบ?" ธันวาเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แววตาคมกริบนั้นมีความกวนประสาทแฝงอยู่อย่างมิดชิด "ให้ผมรับผิดชอบยังไง? จะให้ผมกราบขอโทษหุ่นยนต์ตัวนี้ หรือให้ผมเขียนโค้ดแก้ให้เธอใหม่จนเช้าเพื่อแลกกับการที่เธอไม่ต้องมาโวยวายใส่หน้าผมแบบนี้ล่ะครับ?"
"ไม่ต้องมาทำเป็นปากดี!" ปลายฝนก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอตีเข้ากับกลิ่นฟลักซ์บัดกรีบนตัวเขาอย่างช่วยไม่ได้ "ฉันจะบอกให้นะธันวา ต่อให้นายจะเป็นตัวท็อปของมหาลัย หรือเป็นเทพเจ้าแห่งวิศวะอะไรก็ช่าง แต่นายไม่มีสิทธิ์มาทำลายผลงานของฉันแบบนี้... เราเลิกทำงานกลุ่มร่วมกันตั้งแต่วินาทีนี้เลย!"
ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่สั่นระริกด้วยความโกรธของคนตรงหน้า ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงทำให้ปลายฝนต้องแหงนหน้ามองเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และในจังหวะนั้นเอง ธันวาก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายฝนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"เลิกงั้นเหรอ?" ธันวากระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด "เธอคิดว่าการประเมินวิชา 'โปรเจกต์นวัตกรรมแห่งอนาคต' มันเป็นเรื่องเล่นๆ เหมือนการเลือกชุดไปเดินพรมแดงของเธอหรือไงปลายฝน ถ้าเราแยกกันตอนนี้... เธอก็เตรียมตัวลงเรียนวิชานี้ใหม่ตอนปีหน้าได้เลยนะ"
"นาย...!"
"และถ้าเธออยากให้งานมันออกมาสมบูรณ์แบบจริงๆ อย่างที่เธอปากเก่งเมื่อกี้..." ธันวาหยิบไขควงจากมือของปลายฝนไปวางไว้บนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากของเธอเบาๆ ให้ถอยออกไป "คืนนี้... อยู่ช่วยผมแก้ส่วนที่เหลือจนกว่ามันจะขยับได้ หรือไม่งั้น ก็ถอยไปนั่งเงียบๆ แล้วดูว่าคนที่เธอเรียกว่า 'ไอ้คนเย็นชา' เขาจัดการกับงานของเขาอย่างไร"
ปลายฝนยืนอึ้ง คำพูดสวนกลับของเขาทำเอาเธอไปไม่เป็น ความโกรธยังคงคุกรุ่นแต่กลับมีจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างผิดปกติจนเธอเองก็อธิบายไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความอัดอั้นและความหวั่นไหวที่ธันวาจงใจปั่นประสาท
ขณะที่บรรยากาศในห้องแล็บกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ทันใดนั้นประตูห้องแล็บที่ควรจะปิดสนิทก็ถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เมฆ' ที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วชานมไข่มุกในมือสองแก้ว และรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
"เอ้า... ทำไมบรรยากาศมันดู... ร้อนแรงจังวะ?" เมฆหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทั้งคู่ สายตาเหลือบมองระยะห่างที่ใกล้เกินกว่าคนปกติจะยืนกัน "ฉันกะว่าจะเอาของว่างมาฝาก แต่ดูเหมือนว่าคนแถวนี้จะอิ่มความโกรธจนลืมกินอะไรไปแล้วนะเนี่ย"
ปลายฝนหันไปมองเมฆด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะตวัดกลับไปมองธันวาที่กลับไปนั่งนิ่งเฉยเหมือนเดิม แต่ทว่า... วินาทีที่เขาก้มลงหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาใส่ เขากลับแอบเหลือบมองเธอผ่านหางตา พร้อมกับมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากแท็บเล็ตของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอสว่างวาบเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่ขึ้นค้างอยู่บนหน้าจอล็อก เป็นข้อความจาก 'แฟนเก่า' ที่ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าเลิกกันไปนานแล้ว แต่มันกลับส่งข้อความมาในเวลานี้ว่า...
*'ธันวา... เราคิดว่าเรายังเลิกกันไม่ได้นะ เพราะของสำคัญชิ้นนั้น... เรายังเก็บไว้กับตัวอยู่'*
ปลายฝนชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นเนื้อความบนหน้าจอ ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยเป็นความตระหนกที่ปิดไม่มิด และในขณะที่เธอกำลังจะเปิดปากถาม เขากลับคว้าแท็บเล็ตนั้นไปปิดหน้าจออย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงข้อมือเธอให้ทรุดลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ เขาแรงๆ
"อย่าถาม... และอย่าพูดอะไรทั้งนั้น" ธันวากระซิบเสียงลอดไรฟัน ขณะที่สายตาของเขามองออกไปที่ประตูห้องแล็บอย่างหวาดระแวง เหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังยืนแอบดูพวกเขาอยู่ในความมืดนั่นจริงๆ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะมาเปิดอ่านตอนแรกของความวุ่นวายปนหวานนี้ด้วยกันนะคะ!
ดีกรีตัวท็อปครับ อย่าขยับมาใกล้ผม!•ตอนที่ 1
หุ่นยนต์พังกับดาวคณะสายบวก
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีกรีตัวท็อปครับ อย่าขยับมาใกล้ผม! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
