"เซ็นชื่อตรงนี้ค่ะ ริน... แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมาย ร้านเบเกอรี่ 'La Douceur' ที่แม่เธอทิ้งไว้ จะได้ดำเนินการต่อได้อย่างราบรื่น"
เสียงของป้าสายแฝงไว้ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มจอมปลอม ดวงตาคู่เล็กหยีลงจนแทบปิดเมื่อมองเอกสารในมือของรินรดา เอกสารสิทธิ์การถือครองกิจการร้านเบเกอรี่ฝรั่งเศสใจกลางเมืองที่รินรดาทุ่มเทแรงกายแรงใจปลุกปั้นจนโด่งดัง กลายเป็นเป้าหมายที่ญาติฝ่ายพ่อกลุ่มนี้รอคอยมานานนับปี
รินรดากวาดสายตามองกระดาษแผ่นบางแต่มีน้ำหนักดั่งภูเขาหินในมือ ปลายนิ้วเรียวสวยที่มักจะเปื้อนแป้งทำขนมบีบมุมกระดาษจนยับย่น เธอยังจำได้ดีถึงวันที่แม่ล้มป่วยและจากไปอย่างไร้เหลียวแล ญาติเหล่านี้ไม่เคยโผล่หัวมาช่วยแม้แต่บาทเดียว แต่พอร้านเริ่มทำกำไรและมีชื่อเสียง พวกเขากลับอ้างสิทธิ์ความเป็นสายเลือดเดียวกันเพื่อเข้ามาฮุบผลประโยชน์
"ราบรื่นสำหรับฉัน หรือราบรื่นเข้ากระเป๋าพวกท่านกันแนคะ ป้าสาย" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอ มีเพียงความเย็นชาและคมกริบราวกับใบมีดปาดเค้กที่พร้อมจะตัดฉับทุกความโลภ
ป้าสายสะดุ้งโหยงเมื่อเจอสายตานั้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธทันที "นี่เธอพูดจากับผู้ใหญ่แบบนี้เรอะ! นังเด็กอกตัญญู! ถ้าไม่มีตระกูลเราคอยหนุนหลัง ร้านนี้จะเติบโตมาได้ยังไง? เอกสารนั่นแค่โอนสิทธิ์ชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการแทนเธอในฐานะที่เธอสุขภาพจิตไม่ค่อยดีจากการสูญเสียแม่ต่างหาก!"
"สุขภาพจิตดีหรือแย่ ฉันรู้ตัวดีค่ะ" รินรดายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารหรูหราอุณหภูมิลดฮวบลงทันตา "แต่ที่แน่ๆ ฉันมีสติพอที่จะไม่เซ็นโอนมรดกชิ้นสุดท้ายให้โจรปล้นกลางวันแสกๆ แบบพวกท่านแน่นอน"
ปึง!
ลุงกมลที่นั่งเงียบมานานทุบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแก้วกาแฟสะเทือน ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมลุกขึ้นยืนค้ำหัว ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความโมโหร้าย "รินรดา! อย่าเล่นตัวให้มากนักนะ ตึกนี้ที่ดินตรงนี้เป็นชื่อปู่ย่าแต่เดิม แกไม่มีสิทธิ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ถ้าวันนี้แกไม่เซ็น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน แกจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่แม้แต่บาทเดียว กระเป๋าเสื้อผ้าสักใบก็อย่าหวังจะได้ติดตัวไป!"
รอบตัวพวกเขามีพนักงานบัญชีและทนายความหน้าเงินยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ด้วยความเฉยเมย ทุกคนต่างรู้เห็นเป็นใจในการฮุบสมบัติครั้งนี้ รินรดากวาดตามองคนเหล่านี้ทีละคน ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาดับหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวอันเยือกเย็น
โลกใบนี้ช่างโหดร้ายเสียจริง เมื่อหมดประโยชน์ คนเราก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งเหมือนเศษกระดาษ
"ดีค่ะ อยากได้นักใช่ไหมคะ ร้านนี้... ตึกนี้... และทุกบาททุกสตางค์ที่พวกท่านอยากได้นักหนາ เอาไปเลยค่ะ"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้ดูพ่ายแพ้แม้แต่น้อย กลับสง่างามและน่าเกรงขามเสียจนลุงกมลชะงัก รินรดาหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ลากลายมือชื่อของตนเองลงไป เสียงจรดปากกาขูดกับกระดาษดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
ป้าสายเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนดีใจ ไม่คิดว่าหลานสาวจอมพยศจะยอมจำนนง่ายดายขนาดนี้ "เธอ... เธอเซ็นจริง ๆ เหรอ?"
"เซ็นแล้วค่ะ" รินรดาวางปากกาลงกระแทกโต๊ะเบาๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าหนังใบโปรดขึ้นสะพายไหล่ เธอกวาดสายตามองหน้าญาติผู้โลภมากทีละคนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "จำวันนี้เอาไว้ให้ดีนะคะ เพราะสิ่งที่พวกท่านแย่งไปในวันนี้ มันแลกมาด้วยความฉิบหายที่พวกท่านจะต้องชดใช้ในไม่ช้า"
"นัง... นังเด็กปากดี! ไสหัวออกไปจากร้านของฉันได้แล้ว!" ป้าสายแว้ดใส่ด้วยความโมโหเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ หันหลังให้กลุ่มคนโลภเหล่านั้นแล้วเดินก้าวออกไปจากประตูร้านเบเกอรี่ที่เธอรักด้วยฝีเท้ามั่นคง ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ลมหนาวต้นฤดูพัดปะทะใบหน้าทันทีที่ก้าวพ้นประตูตึกใหญ่ รินรดายืนอยู่ริมฟุตบาทโดยมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบย่อมและโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องในมือ อาณาจักรที่เธอสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อถูกพรากไปในชั่วข้ามคืน แต่แปลกที่ภายในอกไม่ได้รู้สึกเคว้งคว้างอย่างที่คิด มันเหมือนกับการตัดเนื้อร้ายที่เน่าเฟะออกไป เพื่อเตรียมพื้นที่ให้ดอกไม้ชนิดใหม่ได้เติบโตต่างหาก
รถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดเทียบฟุตบาทอย่างเงียบเชียบ ประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูป ภาคิน... สถาปนิกหนุ่มอนาคตไกลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งขรึมและรักสันโดษ ดวงตาคมกราบมองรินรดาที่ยืนกอดอกท่ามกลางลมหนาว ก่อนที่เขาจะก้าวลงจากรถ ปิดประตู และเดินตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว
"เรียบร้อยแล้วสินะครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใย แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้านหรือคนรู้จัก
รินรดาหันไปสบตากับเขา ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มเหนื่อยล้าแต่จริงใจ "เรียบร้อยค่ะ ฉันกลายเป็นคนตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว... คุณภาคิน ยังอยากรับผู้หญิงตกอับคนนี้ไปเป็นภาระที่บ้านสวนชนบทอยู่หรือเปล่าล่ะคะ?"
ภาคินไม่ตอบด้วยคำพูด เขาถอดเสื้อโค้ทกันหนาวเนื้อดีของตนเองออกมาคลุมไหล่ให้เธออย่างอ่อนโยน สัมผัสอุ่นจากเนื้อผ้าและกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มทำให้หัวใจที่เย็นเฉียบอุ่นวาบขึ้นมาทันที
"ผมรอเวลานี้มานานแล้วครับ... ริน" ภาคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ไปกันเถอะครับ ไปสร้างอาณาจักรของเราที่บ้านสวนรกร้างหลังนั้นกัน ข้าวของและแปลงผักหลังบ้าน กำลังรอให้เชฟมือหนึ่งอย่างคุณไปพลิกฟื้นอยู่พอดี"
รินรดาพยักหน้ารับ รอยยิ้มผุดขึ้นบนเรียวปากสวย ทั้งสองคนก้าวขึ้นรถยนต์คันหรู มุ่งหน้าสู่บ้านสวนชนบทมรดกชิ้นสุดท้ายที่ตั้งอยู่ปลายทางแห่งการเริ่มต้นใหม่ โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ภายใต้ร่มเงาของบ้านไม้เก่าหลังนั้น ไม่ได้มีแค่ดินโคลนและแปลงผักรกร้างรอพวกเขาอยู่ แต่มันกลับซ่อน "มิติลับโบราณ" ที่พร้อมจะพลิกผันชีวิตของทั้งคู่ให้กลายเป็นเศรษฐีพันล้านชั่วข้ามคืน!
ครืน... เสียงฟ้าร้องคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงการตื่นขึ้นของพลังบางอย่าง ขณะที่รถยนต์ขับเคลื่อนผ่านป้ายเขตอำเภอชนบทเข้าสู่เขตบ้านสวน และทันทีที่ล้อรถแตะลงบนพื้นดินหน้าบ้านรกร้าง ประตูไม้เก่าแก่ที่ควรจะผุพังตามกาลเวลากลับเปล่งแสงสีทองเรืองรองออกมาท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน!
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับความสนุกนี้นะคะ!
ฟาร์มฮิตติดดาวของเชฟสาวกับสถาปนิกคลั่งรัก•ตอนที่ 1
วันที่สูญเสียทุกอย่าง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฟาร์มฮิตติดดาวของเชฟสาวกับสถาปนิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!