กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงระยับลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ของสตูดิโอถ่ายทำขนาดใหญ่ เสียงชัตเตอร์รัวระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้อง สตูดิโอทั้งหลังควรจะเต็มไปด้วยความราบรื่นและเป็นมืออาชีพ หากไม่ใช่เพราะเสียงตบโต๊ะดัง *ปัง!* ที่ทำให้ทุกชีวิตในกองถ่ายหยุดชะงักราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
“ถ้าชุดนี้มันจะใส่ยากและทำให้ขยับตัวไม่ได้ขนาดนี้ ทำไมคุณไม่เอากรรไกรมาตัดขาฉันออกไปเลยล่ะคะคุณดีไซเนอร์!”
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยพิษสงรอบตัวดังขึ้น ทะลุผ่านความอลหม่านของทีมงานนับชีวิต เสียงนั้นทรงพลังและเย่อหยิ่งพอจะทำให้ทุกลมหายใจในห้องแต่งตัววีไอพีสะดุดกึก พริมา หรือที่คนทั้งประเทศรู้จักในนาม ‘พิ้งค์’ ซุปเปอร์สตาร์สาวเบอร์หนึ่งแห่งยุค ยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นสูงจนลำคอระหงตึงเปรี๊ยะ ชุดเดรส haute couture สีแดงเพลิงผ่าข้างลึกถึงโคนขา ผลงานชิ้นเอกของคอลเลกชันล่าสุดที่ใช้เวลาปักด้วยมือร่วมสามเดือนกำลังแนบเนื้อเธออย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าเจ้าของร่างกลับทำหน้าเหมือนกำลังสวมใส่ชุดประหารชีวิต
เรย์ หรือ รินรดา ดีไซเนอร์สาวมากฝีมือผู้ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์เครื่องสำอางอยู่ไม่ไกล ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาที่เธอจงใจใส่ไว้ในร่มกวาดมองซุปตาร์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตานิ่งสนิท ชวนให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกเฉือนเนื้อด้วยมีดโกนที่มองไม่เห็น
“ถ้าคุณรู้จักยืนให้สง่างามและหัดหายใจด้วยกะบังลมแทนที่จะใช้ปอดพองลมเหวี่ยงไปมา ชุดนี้ก็จะไม่รั้งตรงสะโพกค่ะคุณพริมา” เรย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเย็นเฉียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที “แต่ก็นั่นแหละค่ะ เข้าใจว่ามันยากสำหรับคนที่ใช้เวลาหน้ากระจกมากกว่าเวลาอ่านบทละคร”
“นี่คุณ!” พิ้งค์หันขวับมาทางดีไซเนอร์สาว ดวงตากลมโตคู่สวยลุกโชนเป็นไฟด้วยความโกรธ เธอก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเรย์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นเครื่องสำอางราคาแพงและลมหายใจที่ร้อนระอุด้วยโทสะ “ปากดีแบบนี้ สมแล้วล่ะค่ะที่ข่าวลือเขาเม้าท์กันว่าดีไซเนอร์ตัวแม่คนนี้ อีগোสูงจนไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย!”
“ข่าวลือก็คือข่าวลือค่ะ ส่วนผลงานที่คุณกำลังใส่อยู่เนี่ย มันคือความจริงที่ค้ำคอคุณให้อยู่บนบัลลังก์ซุปตาร์ได้จนถึงทุกวันนี้” เรย์ถอดแว่นกันแดดออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและท้าทาย เธอย่างสามขุมเข้าหาพริมาบ้าง ไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว “ถ้าคิดว่าชุดฉันมันห่วยนัก จะถอดออกแล้วเดินแก้ผ้าหน้าเซ็ตให้ตาก้องถ่ายรูปเล่นก็ได้นะคะ ฉันไม่มีปัญหาเรื่องเงินค่าลิขสิทธิ์ชุดอยู่แล้ว”
“คุณ! อี...!” พิ้งค์อ้าปากค้าง ใบหน้าสวยเฉี่ยวยับยู่ด้วยความโมโหจนแทบจะกรี๊ดออกมาจริงๆ เธอไม่เคยเจอใครกล้าต่อปากต่อคำกับเธอแบบนี้มาก่อน ปกติแล้วไม่ว่าเธอจะเหวี่ยงหรือวีนใส่ใคร ทุกคนต่างก้มหน้าขอโทษและยอมสยบให้เธอเสมอ แต่ผู้หญิงตรงหน้า—เรย์ รินรดา กลับมองเธอด้วยสายตาเย้ยหยันราวกับเธอกำลังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจในสวนสนุก
“มีปัญหาอะไรกันคะเสียงดังไปถึงข้างนอกนู่น!” เสียงของผู้กำกับกองถ่ายดังแทรกขึ้นพร้อมกับร่างอ้วนท้วนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในห้องแต่งตัว แต่เมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของซุปตาร์สาวและดีไซเนอร์ระดับโลกแล้ว ผู้กำกับก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วถอยหลังโดยอัตโนมัติ “เอ่อ... คือ... ใกล้เวลาถ่ายทำแล้วนะครับ ทุกคน... ใจเย็นๆ กันก่อนนะ”
“บอกดีไซเนอร์สุดมั่นของคุณสิคะ ว่าถ้าชุดนี้มันทำให้ฉันขยับไม่ได้จนงานพัง ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากแบรนด์เธอแน่!” พิ้งค์สะบัดหน้าหนีอย่างหัวเสีย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจกปล่อยให้ช่างแต่งหน้าเข้ามาซับเหงื่อบนใบหน้าด้วยความกล้าๆ กลัวๆ
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตายังคงจ้องมองแผ่นหลังบางที่กำลังสะั่นด้วยความโกรธของซุปตาร์สาวอย่างพินิจพิเคราะห์ ผู้หญิงคนนี้สวยจัด ชัดเจน และพยศเสียยิ่งกว่าม้าป่าในสนามแข่ง ทว่าลึกๆ แล้วเรย์กลับสัมผัสได้ถึงความเปราะบางบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความเหวี่ยงวีนนั้น—ความกดดันที่ต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลาในสายตาประชาชน
เรย์หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัวเพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศเป็นพิษ แต่ในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะผลักบานประตูออก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของทีมงานกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
“บอสใหญ่มาถึงแล้วครับทุกคน! คุณคริสมาถึงกองแล้ว!”
สิ้นเสียงประกาศนั้น บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวที่คุกกรุ่นด้วยอารมณ์เดือดดาลพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น พิ้งค์ชะงักมือที่กำลังหยิบลิปสติกขึ้นมา ขณะที่เรย์หันกลับไปมองยังประตูทางเข้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
ประตูห้องเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของหญิงสาวในชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูป ทว่าสิ่งที่ทำให้เรย์ถึงกับลมหายใจสะดุดและก้าวขาไม่ออก คือใบหน้าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ใบหน้าที่เคยเป็นทั้งแรงบันดาลใจและรอยแผลเป็นในอุดมคติของเธอเมื่อหลายปีก่อน
คริส—นักลงทุนสาวมือทองและผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่ของแบรนด์เธอกำลังยืนอยู่ตรงนั้น และสายตาคู่คมกริบของอีกฝ่ายก็กำลังจ้องมองตรงมาที่เรย์พอดิบพอดี
ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานของสการ์เล็ตโรสนะคะ
ดีไซเนอร์ตัวท็อปกับยัยซุปตาร์จอมเหวี่ยง•ตอนที่ 1
รันเวย์นี้มีแต่คนหิวแสง
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตัวท็อปกับยัยซุปตาร์จอมเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
