“ผมว่าเราคุยกันเรื่องนี้รู้เรื่องแล้วนะ ริน”
เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังก้องอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มขรึม เขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานราคาแพง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยอบอวลตัดกับความกดดันที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศ
รินลดาไม่ได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียง เธอเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขา แผ่นหลังที่เคยดูบอบบางในอดีต บัดนี้กลับเหยียดตรงด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววตัดพ้อเมื่อหลายปีก่อน วันนี้กลับราบเรียบเย็นชาดุจผืนน้ำที่ไร้คลื่นลม
“ค่ะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้ว… ในแบบของคุณ” รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มือเรียวบางวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนพื้นโต๊ะทำงานของเขาอย่างแผ่วเบา แต่สำหรับภาคิน เสียงกระดาษที่สัมผัสกับพื้นไม้ราคาสูงนั้นกลับดังก้องในโสตประสาทราวกับเสียงระเบิด
ภาคินชะงักปากกาในมือ เขาวางมันลงอย่างเชื่องช้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยาที่เขาเคยเชื่อว่าอย่างไรเสียเธอก็ไม่มีวันจากไปไหน ทว่าสิ่งที่เห็นในแววตาของรินลดาในยามนี้ กลับไม่มีร่องรอยของความรักที่เคยท่วมท้น มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“นี่อะไร” เขาเอ่ยถาม เสียงนั้นเริ่มสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้
“ใบหย่าค่ะ” คำพูดนั้นสั้น ห้วน แต่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด “ฉันเซ็นชื่อลงไปแล้ว และหวังว่าคุณจะรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เราจะได้จบเรื่องนี้กันเสียที”
ภาคินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาเอื้อมไปหยิบใบหย่าแผ่นนั้นขึ้นมาขยำจนยับยู่ยี่ก่อนจะปาทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี “เธอคิดว่าแค่กระดาษแผ่นเดียวจะทำให้เราจบกันได้งั้นเหรอ ริน? การแต่งงานของเราไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และฉันก็ไม่ใช่คนที่เธอจะมาสั่งให้เลิกกันได้ง่ายๆ เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบของเธอ”
“อารมณ์ชั่ววูบงั้นหรือคะ?” รินลดาสวนกลับทันควัน ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ “คุณใช้เวลาตลอดสามปีที่ผ่านมาเพื่อพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าหัวใจของคุณมีไว้เพื่อเก็บกักความเย็นชาใส่ฉันเท่านั้น วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตา แต่ฉันมาเพื่อทวงคืนชีวิตที่ฉันควรจะมีตั้งแต่ก่อนจะรู้จักคุณ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่กำยำของเขากดดันให้รินลดารู้สึกถึงความคับแคบของห้องทำงานนี้ แต่เขากลับประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว
“คุณพูดเหมือนกับว่าเราไม่เคยมีอะไรดีๆ ต่อกัน” ภาคินขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นกายของเขาที่เธอเคยหลงใหลบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่เธออยากจะกำจัดทิ้งไปจากความทรงจำ
“ดีๆ เหรอคะ?” รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันตลอดสามปีที่ผ่านมา คือวันที่ฉันตัดสินใจเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น วันที่ฉันรู้ตัวว่าฉันสามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่ต้องรอคอยเศษเสี้ยวความสนใจจากคุณอีกต่อไป”
ภาคินชะงักไป คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลฉกรรจ์ในใจของเขา เขาเคยคิดว่าความสำเร็จและอำนาจที่เขาสร้างขึ้นจะทำให้เธอยอมจำนน แต่เขากลับลืมไปว่าดอกกุหลาบที่ถูกหนามของตัวเองทิ่มแทงจนเลือดซิบมานานวันเข้า วันหนึ่งมันก็ย่อมจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งที่ยากจะเด็ดเด็ดขาดได้อีก
“รินลดา อย่าท้าทายความอดทนของผม” เขากดเสียงต่ำ พยายามควบคุมโทสะที่พุ่งพล่าน
“ฉันไม่ได้ท้าทายค่ะ” รินลดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง “ฉันเพียงแค่กำลังบอกลา… อดีตที่ไม่มีวันหวนกลับ”
เธอก้มลงหยิบกระเป๋าถือใบเก่งแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาโดยไม่หันกลับไปมอง ภาคินยืนนิ่งงันอยู่กับที่ เขาปล่อยให้มือของตัวเองกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังจากรินลดาปิดประตูลงนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงก่นด่าใดๆ
เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอีกครั้ง สายตาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่หลุดออกมาจากซองเอกสารที่รินลดาถือติดมือมาด้วยเมื่อครู่ แต่มันกลับตกอยู่ที่มุมห้องใกล้กับประตูที่เธอเพิ่งเดินออกไป
ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ภาคินลุกเดินไปหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู
หัวใจของเขาเต้นรัวแรงขึ้นทันทีเมื่อสายตาประสานเข้ากับภาพถ่ายเด็กน้อยวัยสี่ขวบคนหนึ่ง ในภาพนั้นเด็กหญิงตัวน้อยที่มีใบหน้ากลมป้อม ดวงตากลมโตและเค้าโครงจมูกที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดกำลังยิ้มกว้างให้กล้อง บนปกคอเสื้อของเด็กหญิงมีเข็มกลัดรูปกุหลาบสีเงินสลักตัวอักษร ‘R’ เล็กๆ ที่เขาเองเคยเป็นคนซื้อให้รินลดาในวันครบรอบปีแรก
ดวงตาของภาคินเบิกกว้างขึ้น มือที่ถือรูปภาพเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจำดวงตาคู่นั้นได้ดี... เพราะมันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองที่ส่องผ่านกาลเวลามาในร่างของเด็กน้อยผู้นี้
เสียงประตูห้องทำงานเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเลขาฯ ส่วนตัวที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “คุณภาคินครับ... เกิดเรื่องแล้วครับ! คุณรินลดากำลังจะออกไปที่ลานจอดรถ แต่ดูเหมือนจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเด็กหญิงที่มาด้วย... มีคนเห็นว่าเด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนกับคุณราวกับถอดแบบออกมาเลยครับ!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและหัวใจที่กำลังสั่นไหวของตัวละครนะครับ ผมจะรอพบทุกท่านในตอนถัดไปครับ - สายลมแผ่วเบา
หยดน้ำค้างบนปลายหนามกุหลาบ•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้คำรั้ง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยดน้ำค้างบนปลายหนามกุหลาบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
