นิ้วเรียวของอคิราห์กดรหัสผ่านตู้นิรภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงานสถาปนิกส่วนตัว เสียงสัญญาณเตือนภัยแบบเงียบจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคารกำลังส่งเสียงตีตราจองลมหายใจของพวกเขาให้สั้นลงทุกที กลิ่นอายของความตึงเครียดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและกาแฟเย็นชืดบนโต๊ะ
"ถ้าคุณยังมือสั่นแบบนั้น ต่อให้เรามีเวลาอีกสามวันก็เปิดมันไม่ได้หรอกครับ ท่านสถาปนิกผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว"
เสียงกระซิบกระชากประสาทดังขึ้นชิดใบหู ภีมภัทรไม่เพียงแต่ไม่ช่วย เขายังโน้มตัวเข้ามาซ้อนด้านหลังด้วยระยะห่างที่อันตรายเกินความจำเป็น ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้วหูของคนตัวสูงกว่าไปนิดเดียวเพื่อแกล้งเป่าลมร้อนใส่ ต้นแขนของทั้งคู่เบียดเสียดกันจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วดั่งกลองเพลในอกของอีกฝ่าย
อคิราห์สะดุ้งสุดตัว ขยับไหล่กระแทกศอกใส่สีข้างคนฉวยโอกาสทันทีอย่างลืมตัว "ถอยไปห่างๆ เลยนะภีมภัทร! ถ้าคุณยังทำตัวรุ่มร่ามไม่ถูกกาลเทศะ ผมจะโยนคุณออกไปให้พวกมันข้างนอกจัดการซะ"
"อูu... รุนแรงจังนะครับคุณอคิราห์ ปากบอกว่าเกลียดนักหนา แต่เมื่อกี้ไหล่ของคุณนุ่มนิ่มกว่าที่คิดแฮะ" ภีมภัทรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีเข้มเป็นประกายพราวระยับในความสลัว แม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก แต่ภัณฑารักษ์หนุ่มกลับมองว่านี่คือเกมสนุกสนานชนิดหนึ่ง "จำไว้ด้วยว่าหลักฐานชิ้นสำคัญในแฟลชไดรฟ์สีดำนั่นอยู่ในมือผม ถ้าไม่มีผม คุณก็แค่สถาปนิกตกอับที่กำลังจะติดคุกหัวโตข้อหาฆาตกรรมอำพราง... เอ๊ะ หรือสมคบคิดดีล่ะ?"
"หุบปากแล้วช่วยส่องไฟให้มันดีๆ หน่อย!" อคิราห์กัดฟันกรอด สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ขันที่ผิดเวลานี้ทำให้เขาอยากจะคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายมาเขย่าแรงๆ สักที สองปีที่ต้องร่วมงานกันในฐานะผู้ดูแลโครงการบูรณะพิพิธภัณฑ์ ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่ปวดหัวกับความกวนประสาทของไอ้เด็กเส้นคนนี้
ติ๊ด!
เสียงปลดล็อกดังขึ้นเบาๆ ดั่งเสียงสวรรค์ แฟลชไดรฟ์โลหะสีดำสนิทที่บันทึกข้อมูลลับระดับชาติถูกดึงออกจากช่องเสียบ อคิราห์คว้ามันมาถือไว้มั่น ความเย็นเฉียบของโลหะสะท้อนความจริงอันหนักอึ้งว่า บัดนี้พวกเขาได้ก้าวขาเข้าไปพัวพันกับเกมอำนาจที่ใหญ่เกินกว่าจะถอนตัวเสียแล้ว
แต่ทว่า...
โครม!
ประตูกระจกนิรภัยด้านนอกถูกแรงกระแทกมหาศาลอัดจนแตกกระจาย เสียงฝเท้าจำนวนมากพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามาในโถงทางเดิน เสียงคอมแบตบูทกระทบพื้นปูนดังสนั่นหวั่นไหว
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้... ทางหนีฉุกเฉิน!" อคิราห์หน้าถอดสี สติที่เคยสุขุมเยือกเย็นเริ่มกระเจิงเมื่อเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคนพุ่งตรงมายังห้องทำงานของเขา
ภีมภัทรไม่รอให้คนปากแข็งได้คิดคำสั่งซองที่สอง มือเรียวคว้าข้อมือหนาของสถาปนิกหนุ่มไว้แน่น ออกแรงกระชากเต็มกำลังให้ออกวิ่ง "ทางนี้! ตามผมมา อย่าปล่อยมือเด็ดขาด!"
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของภีมภัทรส่งผ่านความร้อนรุ่มเข้ามาในใจของอคิราห์อย่างประหลาด แม้สมองจะสั่งให้สะบัดออก แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการก้าวเท้าวิ่งตามแรงดึงนั้นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองพุ่งตัวผ่านหน้าต่างบานเกล็ดระบายอากาศด้านหลังที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างนั่งร้านเหล็กของตึกกำลังก่อสร้าง
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาปรอยๆ ไอความชื้นปะทะเข้ากับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ภีมภัทรพาอคิราห์มุดตัวลงไปในช่องบริการท่อระบายอากาศเก่าที่แคบและอับชื้น พื้นที่จำกัดบังคับให้ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง อคิราห์ถูกดันให้ติดกับผนังปูนเย็นเยียบ ขณะที่ภีมภัทรใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงคร่อมตัวเขาไว้เพื่อบังสายตาจากไฟฉายของกลุ่มคนที่ตามล่า
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝเท้าของศัตรูเหยียบย่ำอยู่เหนือเพดานท่อระบายอากาศเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นฝุ่นและกลิ่นน้ำฝนผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของภีมภัทรที่ลอยมาแตะจมูกทำให้อคิราห์ต้องกลั้นหายใจ หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนไขตู้นิรภัยเสียอีก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขายามนี้... ใกล้กันจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากซึ่งกันและกัน
ภีมภัทรเหลือบมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนใต้ร่าง แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก นิ้วเรียวที่เคยจับแฟลชไดรฟ์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมเปียกชื้นออกจากหน้าผากให้อคิราห์อย่างเบามือโดยไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
"ทำบ้าอะไรของคุณ..." อคิราห์กระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่ทำให้สติกระเจิดกระเจิง แต่กลับถูกปลายนายตักตวงความสนใจด้วยการใช้นิ้วเรียวเชยคางมนของเขาให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"เงียบนา... ถ้าไม่อยากให้พวกมันได้ยินเสียงหัวใจคุณที่กำลังเต้นดังแข่งกับผมตอนนี้" ภีมภัทรเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือแววยั่วเย้าแต่แฝงความจริงจังที่ทำเอาอคิราห์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุปรอทแตก ท่ามกลางความเงียบงัดของที่กบดานลับใต้ดิน... เสียงฝเท้าที่ควรจะอยู่ชั้นบนกลับหยุดกริบลงตรงเพดานเหนือหัวพวกเขาพอดี
พร้อมกับเสียงเคาะโลหะดัง "ก๊อก ก๊อก" สามครั้ง เบาๆ แต่ก้องกังวานน่าขนลุก... ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ดังทะลุลงมาจากช่องระบายอากาศเบื้องบน
"เจอตัวหนูๆ แล้วล่ะครับ... ออกมาเถอะ ภีมภัทร อคิราห์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับคู่ปรับคู่นี้ด้วยกันนะครับ
รหัสลับฉบับคู่กัดพิทักษ์ใจ•ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับฉบับคู่กัดพิทักษ์ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
