กลิ่นอายของกาแฟดำเข้มข้นผสมกับความอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าๆ ในห้องใต้หลังคาขนาดสิบสองตารางเมตรแห่งนี้ แทบจะทำให้คนประสาทกินได้ไม่ยาก หากแต่สิ่งที่รบกวนสมาธิของรินทร์มากกว่ากลิ่นอายเหล่านั้น กลับเป็นเสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานไม้สนราคาถูกที่ดัง *‘ต็อก… ต็อก… ต็อก’* เป็นจังหวะกวนประสาทจากคนตรงข้าม
“ถ้าคุณยังเอาแต่นั่งทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วมองผมด้วยหางตาแบบนั้น โปรเจกต์ฉาวนี่คงได้กลายเป็นหมันตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มนะคะ คุณช่างภาพ”
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้น พร้อมกับเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดฮู้ดสีดำสนิทที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ คีย์ยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นจ้องมองตรงมายังรินทร์ราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อดิ้นรนในกรงขัง
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายังคงก้มหน้าจัดการกับเลนส์กล้องโซนี่ย์รุ่นเรือธงในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวขยับหมุนวงแหวนปรับโฟกัสอย่างแม่นยำและเยือกเย็น ราวกับว่าเสียงพูดน่ารำคาญเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันไร้ค่า
“ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นหมัน สิ่งแรกที่คุณควรทำคือหุบปากแล้วเลิกทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องตามเช็ดตามล้าง” รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นเย็นชาและดุดันจนแทบจะแช่แข็งบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในพริบตา “จำไว้ว่าผมถูกจ้างมาให้บันทึกภาพหลักฐาน ไม่ได้ถูกจ้างมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้คุณคีย์… อินฟลูเอนเซอร์ปากดีที่วันๆ ดีแต่สร้างคอนเทนต์เรียกร้องความสนใจ”
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลระอุขึ้นมาทันทีราวกับมีประกายไฟกระเด็นใส่กองฟืน คีย์หุบยิ้มฉับพลัน แววตาคมกริบไหววูบด้วยความไม่พอใจก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความท้าทาย ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วโน้มตัวคร่อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ ประชิดจนรินทร์ต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ แต่ทว่ากรอบโต๊ะแคบๆ กลับจำกัดพื้นที่จนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลัง
“ปากดีนักนะ…” คีย์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงข้างแก้มของช่างภาพหนุ่ม “ระวังเถอะค่ะคุณช่างภาพ ถ่ายรูปคนอื่นมาเยอะ ระวังจะโดนคนในภาพขโมยหัวใจเข้าสักวัน… แล้วถึงตอนนั้น อย่ามานั่งร้องไห้ง้อผมก็แล้วกัน”
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว มือข้างที่ถือกล้องเลื่อนขึ้นมาดันอกเสื้อฮู้ดของคีย์ให้ออกห่างอย่างสุภาพ แต่แรงผลักนั้นหนักแน่นพอกที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยชัดเจน
“มั่นหน้าเกินไปแล้วค่ะคุณคีย์ คนอย่างรินทร์ ต่อให้โลกนี้เหลือช่างภาพคนเดียวและคุณเป็นมนุษย์คนสุดท้าย ผมก็ไม่มีวันเอาสายตาไปมองคนแบบคุณหรอก”
“ปากแข็งจังนะคะ…” คีย์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความสนุกสนานที่ได้ปั่นป่วนคนตรงหน้าจนมุม “งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะ ว่าเลนส์ซูมของคุณกับความจริงที่ผมกำอยู่ อันไหนมันจะคมชัดและสั่นคลอนหัวใจได้มากกว่ากัน”
ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างช่างภาพสายดาร์กกับอินฟลูเอนเซอร์จอมกะล่อนจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ลับก็ดังขึ้น *‘ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด…’* ตามด้วยเสียงรหัสผ่านสี่หลักที่ถูกกดปลดล็อกอย่างรวดเร็วจากภายนอก
รินทร์ชะงัก คีย์หุบยิ้มทันที ทั้งสองคนหันขวับไปมองบานประตูไม้สีเทาเข้มที่กำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญที่ถือแฟ้มเอกสารลับสีแดงเพลิงเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะคะ… แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกันแล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้… คนที่เรากำลังตามล่า รู้ที่อยู่ของเราแล้ว”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับคุณช่างภาพมาดนิ่ง•ตอนที่ 1
ชัตเตอร์แรกที่สั่นคลอน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับคุณช่างภาพมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
