“ตัวเลขยอดขายเดือนนี้มันคือขยะครับ คุณรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโชว์รูมสาขาเรือธง กวินทร์ไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงราบเรียบของเขากลับแฝงด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน เขาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังปัง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวราวกับเจ้าชีวิต
รินรดาที่กำลังจัดเรียงแคตตาล็อกสินค้าชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้บริหารหนุ่มที่เพิ่งย่างกรายเข้ามาด้วยรัศมีของพายุทอร์นาโด ดวงตากลมโตของเธอวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ไม่ใช่ความกลัว
“ขยะในสายตาคุณ อาจจะเป็นความพยายามทั้งหมดของทีมงานดิฉันตลอดสามสิบวันนะครับ คุณกวินทร์” เธอเน้นคำว่า ‘นะคะ’ ให้กลายเป็นเสียงห้วนสั้นเพื่อประชดประชัน “ถ้าคุณมองว่าตัวเลขพวกนี้แย่ ทำไมไม่ลองลงมาคุมหน้างานเองล่ะครับ จะได้รู้ว่าลูกค้าสมัยนี้เขาไม่ได้ซื้อของเพราะกราฟในห้องแอร์”
กวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาเย็นชาคู่นั้นกวาดมองไปรอบโชว์รูมที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐานที่เขากำหนดไว้เป๊ะๆ ก่อนจะย้อนกลับมาที่ใบหน้าเนียนใสของพนักงานขายที่เขาหมายหัวไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ
“ผมจ้างคุณมาเพื่อทำยอด ไม่ได้จ้างมาเพื่อหาเหตุผลแก้ตัว” เขาโน้มตัวลงมาหา จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแนว Woody ผสมกับกลิ่นอายของความเป็นผู้นำที่อบอวลอยู่รอบกายเขากำลังทำให้บรรยากาศอึดอัด “ความสมบูรณ์แบบที่ผมต้องการ มันไม่มีที่ว่างสำหรับคำว่า ‘พยายามแล้ว’ เข้าใจไหมครับ?”
“เข้าใจครับ” รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา เธอขยับกายเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “แต่ในโลกความเป็นจริงที่ดิฉันยืนอยู่ ‘ความสมบูรณ์แบบ’ ของคุณมันคือโซ่ตรวนที่ล่ามขาพวกเราไว้ครับ ถ้าอยากให้งานเดินหน้า ก็เลิกทำตัวเป็นเครื่องจักรเดินได้แล้วหัดฟังเสียงคนทำงานบ้าง”
กวินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะคำวิจารณ์ แต่เพราะประกายไฟที่เขาสัมผัสได้จากดวงตาคู่นั้น มันคือความดื้อรั้นที่หาได้ยากในบริษัทนี้ และมัน... น่าหงุดหงิดเสียจนหัวใจเขาสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด
“คุณกำลังเล่นกับไฟนะครับ รินรดา”
“ดิฉันทำงานกับคนคลั่งงานมาตลอดครับ ไฟแค่นี้ไม่ทำให้ดิฉันมอดไหม้หรอก” เธอสวนกลับพลางขยับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างเป็นจังหวะ “ถ้าไม่มีอะไรสั่งเพิ่ม ดิฉันขอตัวไปรับลูกค้าต่อ งานที่ ‘เป็นขยะ’ ของคุณ ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์มูลค่าครับ”
รินรดาหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้กวินทร์ยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางโชว์รูม เขาไม่เคยถูกใครย้อนด้วยคำพูดที่เจ็บแสบเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะพนักงานขายที่เขามองว่า ‘เป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ’ คนหนึ่ง แต่ทว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอในตอนนี้กลับไม่ใช่ความโกรธเพียงอย่างเดียว มันมีความกระหายที่จะเอาชนะ... และความรู้สึกที่อยากจะ ‘ปราบพยศ’ คนตรงหน้าให้ราบคาบ
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินออกจากโชว์รูม เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามา
“แหม... ดูเหมือนสาขานี้จะต้อนรับซีอีโออย่างอบอุ่นเป็นพิเศษเลยนะครับเนี่ย”
กวินทร์ชะงักเท้า เขาหันไปตามเสียงนั้นก็พบกับ ‘นันท์’ ศัตรูทางธุรกิจที่ยิ้มเยาะด้วยท่าทีถือดี นันท์เดินตรงเข้ามาหาพร้อมเอกสารในมือและสายตาที่จับจ้องไปยังรินรดาด้วยความสนใจที่ทำเอาคิ้วของกวินทร์กระตุกอย่างห้ามไม่ได้
“คุณมาทำอะไรที่นี่ นันท์” กวินทร์ถามเสียงเย็น
นันท์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองรินรดาที่ยืนอยู่ไม่ไกล “พอดีผมได้ข่าวว่าสาขานี้กำลังจะโดนยุบ ผมเลยอยากจะมาเสนอ ‘โอกาสใหม่’ ให้กับพนักงานที่เก่งกาจอย่างคุณรินรดา... ถ้าคุณเบื่อความสมบูรณ์แบบที่แห้งแล้งของกวินทร์ มาทำงานกับผมดีกว่าไหมครับ?”
คำพูดของนันท์เหมือนระเบิดที่จุดฉนวนให้กวินทร์เดินเข้าไปกระชากปกคอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในโชว์รูมที่เคยคุกรุ่นด้วยความขัดแย้งเรื่องงาน กลายเป็นสมรภูมิเดือดทันที
รินรดาเบิกตากว้าง เธอรีบวางของในมือแล้วพุ่งเข้ามาขวางกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง ทว่ามือของกวินทร์ที่จับปกเสื้อนันท์อยู่กลับดึงรั้งจนเธอกระเด็นเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาแทน แรงปะทะทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด กวินทร์โอบเอวเธอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่นันท์ แต่มืออีกข้างที่โอบเอวรินรดากลับสั่นเบาๆ
“เธอเป็นคนของผม...” กวินทร์คำรามต่ำในลำคอ “อย่าได้แม้แต่จะคิดแตะต้องคนของผม นันท์”
นันท์หัวเราะร่าอย่างผู้ชนะขณะที่เดินถอยออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้น รินรดาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความโกรธของกวินทร์ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยจังหวะที่ไม่คุ้นเคย
กวินทร์ค่อยๆ คลายมือจากเอวเธอ แต่แววตาสีเข้มคู่นั้นยังคงจับจ้องที่ดวงตาของเธอไม่วางตา เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกันอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้โลกของเธอหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“คืนนี้... คุณต้องอธิบายเรื่อง ‘คนของคุณ’ ให้ผมฟังให้ชัดเจน ว่าคำนี้... มันหมายถึงแค่เรื่องงาน หรือมากกว่านั้น”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายในครั้งนี้นะครับ ครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงาน กับพนักงานขายที่เกลียดความสมบูรณ์แบบ•ตอนที่ 1
กฎข้อแรกของซีอีโอคืออย่าเถียง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงาน กับพนักงานขายที่เกลียดความสมบูรณ์แบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
