ศัลยแพทย์นิติเวชกับรอยเลือดที่ไร้เสียง•ตอนที่ 1

ศพบนโต๊ะสแตนเลส

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอบอวลผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเฉียบของห้องชันสูตรศพใต้ดิน โรงพยาบาลนิติเวชศาสตร์ กลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นที่คนทั่วไปจะคุ้นเคย แต่มันคือลมหายใจที่สองของ ดร.รวิศ นิติพยาธิแพทย์ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความตายมานานนับทศวรรษ นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงกดลงบนผิวหนังสีม่วงคล้ำของร่างไร้วิญญาณตรงหน้า แรงกดนั้นมั่นคงและแม่นยำ ราวกับกำลังประเมินความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อที่ถูกความเย็นสตาฟไว้จนแข็งทื่อ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความเวทนา มีเพียงความกระหายใคร่รู้ในสัจธรรมข้อสุดท้ายที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถทิ้งไว้เบื้องหลังได้ "หมอ... สภาพศพแบบนี้ สรุปได้หรือยังว่ามันกระโดดตึกฆ่าตัวตายเอง หรือไอ้เวรที่ไหนมันผลักลงมา" เสียงทุ้มห้าวที่เจือด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรกวิน นายตำรวจยศใหญ่ผู้รับผิดชอบคดีก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ปลายโต๊ะสแตนเลส ดวงตาคมกริบของนายตำรวจใหญ่จ้องมองร่างไร้ลมหายใจสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของแพทย์นิติเวชด้วยความรำคาญใจในท่าทีที่สุขุมเกินเหตุ รวิศยังไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที เขายังคงใช้คีมผ่าตัดแหวกดูรอยช้ำบริเวณลำคอของศพอย่างพิถีพิถัน เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ในความเงียบ ยิ่งขับเน้นบรรยากาศตึงเครียดระหว่างพวกเขาสองคนให้เด่นชัดขึ้น "ถ้าสารวัตรใช้สายตาดูอย่างพินิจพิเคราะห์สักนิด แทนที่จะใช้แค่อารมณ์ตัดสินตั้งแต่แรกเห็น สารวัตรก็น่าจะเห็นรอยพับของผิวหนังที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางการตกจากที่สูงนะครับ" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวลแต่น้ำเสียงนั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนอีโก้ของนายตำรวจตรงหน้า กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะสแตนเลสจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวนายตำรวจหนุ่มลอยปะปนกับกลิ่นสารเคมี "อย่ามาเล่นลิ้นกับผมนะคุณหมอ คดีนี้พยานปากเอกบอกว่าผู้ตายยืนอยู่ริมระเบียงคนเดียว ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ กล้องวงจรปิดชั้นล่างก็จับภาพตอนตกลงมากระแทกพื้นได้จะแจ้ง สภาพแบบนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา... ฆ่าตัวตายชัดๆ" รวิศวางเครื่องมือลงบนถาดสแตนเลสเสียงดัง *กริ๊ง* เขาค่อยๆ ถอดถอดแว่นสายตาออก ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเลนส์อย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจหนุ่มตรงๆ แววตาของแพทย์หนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ความชัดเจนที่สารวัตรเห็น มักจะเป็นภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดบังความจริงที่น่าเกลียดที่สุดเสมอครับ" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวกวินเช่นกัน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันและรัศมีออร่าที่ดุดันคนละแบบทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้คุกกรุ่นขึ้นมาทันที "พยานปากเอกของสารวัตรอาจจะตาบอด หรือไม่ก็... ถูกซื้อให้พูดตามบทที่นักแสดงมืออาชีพเขียนไว้" "คุณหมายความว่าไง!" กวินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรวิศได้กลิ่นลมหายใจที่เจือความร้อนรุ่มของอีกฝ่าย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของนายตำรวจวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "อย่ามาปรักปรำการทำงานของตำรวจนะ คุณมีหน้าที่แค่ผ่าศพแล้วบอกว่ามันตายยังไง ไม่ใช่มาทำตัวเป็นศาลเตี้ยตัดสินคดีแทนผม" "ผมทำหน้าที่ของผมอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วครับสารวัตร และนั่นแหละคือสิ่งที่กำลังทำให้สารวัตรกำลังจะเสียหน้า" รวิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ไร้ความเกรงกลัวต่ออำนาจมืดหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ เขารู้ดีว่ากวินเป็นคนประเภทไหน – พวกลุยก่อนคิด ใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนนำทาง และเกลียดความพ่ายแพ้เป็นที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน กวินก็เป็นตำรวจมือสะอาดไม่กี่คนที่ยังหลงเหลืออยู่ในระบบเน่าเฟะนี้ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ บนเพดาน กวินจ้องหน้าแพทย์นิติเวชเขม็ง กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความอึดอัดระหว่างคนทั้งสองไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือแรงดึงดูดประหลาดของสองขั้วอำนาจที่ต่างฝ่ายต่างพยายามจะดึงอีกฝ่ายให้จมลงมาในมุมมองของตนเอง "พิสูจน์ให้ผมดูสิ" กวินพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้าทาย "ถ้าสิ่งที่คุณพูดมันเป็นแค่ข้ออ้างของหมอโรคจิตที่อยากเด่นในหน้าหนังสือพิมพ์ ผมจะจัดการคุณด้วยมือของผมเอง" รวิศไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูด เขากลับหันหลังให้กวินแล้วเดินกลับไปยังร่างไร้วิญญาณบนโต๊ะสแตนเลสอีกครั้ง ถุงมือคู่ใหม่ถูกสวมทับลงบนมือ นิ้วมือเรียวยาวจับที่บริเวณกะโหลกศีรษะด้านหลังของศพ ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจชุดสืบสวนละเลยไปอย่างสิ้นเชิงเพราะมัวแต่สนใจร่องรอยการกระแทกที่ด้านหน้า "ตำรวจมักจะมองหาบาดแผลฉกรรจ์ที่ฆ่าเหยื่อเสมอครับสารวัตร..." รวิศเอ่ยพร้อมกับใช้นิ้วแหวกเส้นผมเปียกชื้นของศพออก เผยให้เห็นผิวหนังบริเวณท้ายทอยที่ถูกบดบังด้วยคราบเลือดแห้งกรัง "...แต่ความลับมักซ่อนอยู่ในจุดที่ไม่มีใครยอมก้มลงมอง" กวินขยับเข้ามาใกล้ ชะโงกหน้ามองตามปลายนิ้วของแพทย์หนุ่ม แววตาดุดันเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความฉงน เมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่รอยช้ำจากการตกกระแทกอย่างที่ควรจะเป็น ผิวหนังบริเวณท้ายทอยมีรอยเจาะขนาดเล็ก รอยเจาะที่คมกริบและลึกจนน่ากลัว ขอบแผลเรียบเนียนราวกับถูกกระทำด้วยเครื่องมือแพทย์ชั้นดี ไม่ใช่รอยจากการกระแทกกับพื้นคอนกรีตด้านล่างอย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สุด... รอบรอยเจาะนั้นไม่มีคราบเลือดซึมออกมาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งหมายความว่า... "นี่มัน..." กวินอุทานออกมาเบื้องต่ำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "ถูกต้องครับสารวัตร" รวิศหันกลับมาสบตากันด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่อ่านไม่ออก "รอยเข็มฉีดยา... และสารพิษชนิดออกฤทธิ์เร็วที่ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วขณะ เหยื่อไม่ได้ตกลงมาจากตึกเพราะอยากตาย แต่เหยื่อ 'ตาย' ไปตั้งแต่ก่อนที่ร่างจะลอยละลิ่วลงมากระแทกพื้นแล้วต่างหาก" บรรยากาศในห้องชันสูตรดิ่งวูบลงทันที ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนาเชือดเฉือน กวินนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองของนายตำรวจหนุ่มกำลังประมวลผลข้อมูลใหม่ที่พลิกผันรูปคดีทั้งหมดจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทว่า... ก่อนที่กวินจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางเดินด้านนอก *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้เดินมาอย่างเร่งรีบ แต่มันมั่นคงและจงใจลากเสียงให้ดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินปูนเปลือย ราวกับต้องการประกาศการมาเยือนให้พวกเขาทั้งสองคนได้ยินอย่างชัดเจน รวิศและกวินหันขวابไปมองที่ประตูห้องชันสูตรพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ไฟนี오นบนเพดานกะพริบไหวรุนแรงหนึ่งครั้งจนเกิดเสียง *ชี่...* เบาๆ ก่อนที่มันจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาอาบร่างบนโต๊ะสแตนเลสให้กลายเป็นเงาทะมึนน่ากลัว และในวินาทีที่ความมืดเข้าปกคลุมเกือบมิด ประตูห้องชันสูตรที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านใน ก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์นิติเวชกับรอยเลือดที่ไร้เสียง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%