“วางจดหมายฉบับนั้นลงเสีย ริน... หากเธอไม่อยากให้ความทรงจำที่เหลืออยู่ทั้งหมดของที่นี่ กลายเป็นเพียงละอองฝุ่นที่ปลิวหายไปกับสายลม”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังก้องขึ้นเหนือความเงียบงัน รินหยุดลมหายใจ ความหนาวเหน็บแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เธอไม่หันไปมองทันที แต่ใช้เวลาเสี้ยววินาทีนั้นบังคับมือไม่ให้สั่นไหว ข้อความ ‘ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดจบของทุกจักรวาล’ ในมือเธอยังคงสั่นระริกเหมือนมีชีวิต
เซร่าก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ มือของเอลฟ์สาววางอยู่บนด้ามดาบที่ข้างเอว ดวงตาสีมรกตฉายแวววูบไหวแต่แน่วแน่ ดยุคอาเธอร์ที่เพิ่งวางแก้วกาแฟลงอย่างแผ่วเบาขยับตัวยืนขึ้น ร่างกายกำยำของอดีตแม่ทัพแผ่รังสีแห่งการปกป้องอย่างเงียบเชียบ
รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟเอธิโอเปียที่เธอเพิ่งคั่วไปเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นแห่งชีวิต กลิ่นที่เธอเลือกจะปกป้องมากกว่าสิ่งใด เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับ ‘สิ่งที่เธอหนีมาตลอดกาล’
ร่างตรงหน้าคือเงาสะท้อนของตัวเธอเอง... รินในเวอร์ชันที่ไม่มีกลิ่นแป้งขนมปัง ไม่มีคราบเนยที่ปลายนิ้ว แต่กลับมีดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“จุดจบของทุกจักรวาลเหรอคะ?” รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นประสาทอย่างประหลาด เธอวางจดหมายลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิมอย่างเบามือ “ขอบคุณที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงชายป่าไร้ชื่อนะคะ แต่ฉันว่าคุณมาผิดที่แล้ว ที่นี่ไม่มีจุดจบหรอกค่ะ มีแต่คิวของลูกค้าที่รอรับสโคนอุ่นๆ อยู่”
เงาร่างนั้นชะงักไป ดวงตาคู่สีเดียวกันหรี่ลง “เธอเลือกที่จะละทิ้งพลังอำนาจเพื่อมาเป็นเพียงผู้หญิงที่หมกมุ่นอยู่กับการตวงแป้งและวัดอุณหภูมิน้ำกาแฟงั้นหรือ? ริน... โลกภายนอกกำลังพังทลาย แต่เธอกลับเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ในนิทานหลอกเด็กนี่”
“ถ้าการมีความสุขในแต่ละวันคือการหลอกเด็ก งั้นฉันก็ขอเป็นเด็กที่โง่เขลาตลอดไปค่ะ” รินเดินผ่านหน้าคนแปลกหน้าไปที่เคาน์เตอร์ เธอหยิบถ้วยเซรามิกใบโปรดขึ้นมา วางลงบนเครื่องดริป ความเคลื่อนไหวของเธอพริ้วไหวเหมือนร่ายรำ “อาเธอร์คะ ช่วยชงเอธิโอเปียให้แขกของฉันหน่อยสิคะ... เผื่อว่ากลิ่นของมันจะช่วยให้เขาใจเย็นลงบ้าง”
“ได้เสมอครับ ริน” ดยุคอาเธอร์ตอบรับ เขาเดินตรงไปยังจุดดริปกาแฟ ท่าทางที่เคยแข็งทื่อจากการเป็นทหารกลับกลายเป็นท่วงท่าที่อ่อนช้อยอย่างน่าประหลาด
เงาร่างที่ว่านั้นยืนนิ่ง ความเงียบโรยตัวลงในคาเฟ่ มีเพียงเสียงน้ำร้อนที่รินผ่านผงกาแฟอย่างช้าๆ เสียง ‘หยด’ กระทบถ้วยดังก้องเหมือนจังหวะหัวใจ รินหยิบเนยสดก้อนโตออกมาจากตู้แช่ เธอเริ่มลงมือตีแป้งทำครัวซองต์ ความนุ่มนวลของแป้งที่ติดนิ้วทำให้น้ำตาของเธอคลอเบ้า แต่มันไม่ใช่ความเศร้า... มันคือความปีติที่เปี่ยมล้น
“ทำไม...” เสียงของเงาร่างนั้นอ่อนลง “ทำไมเธอถึงไม่กลัว?”
รินเงยหน้าขึ้นมอง เธอไม่ได้เห็นแค่เงา แต่เธอเห็นเศษเสี้ยวของความโหยหาในแววตานั้น “เพราะฉันไม่ได้หนีมาที่นี่เพื่อซ่อนตัวค่ะ แต่ฉันมาเพื่อ ‘สร้าง’... ถ้าจักรวาลมันจะจบสิ้นจริงๆ อย่างน้อยที่นี่จะเป็นที่ที่สุดท้ายที่ได้รับความอบอุ่น ถ้าความตายจะมาถึง ขอให้มันได้ลองชิมเค้กสตอเบอร์รี่สูตรของเซร่าก่อนเถอะค่ะ”
เซร่าที่ยืนเฝ้าอยู่หัวเราะออกมาเบาๆ “นั่นสินะ... จะทำลายโลกทั้งที อย่างน้อยก็ควรได้ทานของอร่อยก่อน ไม่งั้นจะเสียดายแย่เลยนะ”
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย กลิ่นหอมฟุ้งของกาแฟที่ผสมกับกลิ่นเนยอบใหม่กระจายไปทั่วห้องราวกับเวทมนตร์ เงาร่างนั้นทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ถูกขัดจนขึ้นเงา มือที่เคยพร้อมจะทำลายล้างสั่นเทาขณะรับถ้วยกาแฟจากมือของอาเธอร์
“นี่คือ... กาแฟอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่แค่กาแฟค่ะ แต่มันคือความพยายามของคนที่อยากเห็นคนตรงหน้ายิ้มได้” รินกล่าวเสริม เธอวางครัวซองต์ชิ้นที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ลงตรงหน้าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ “ทานสิคะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงไม่มีวันจบสิ้น เพราะตราบใดที่คนเรายังต้องการความหวานให้ชีวิต... กลิ่นของที่นี่จะไม่มีวันจางหายไป”
เงาร่างนั้นกัดครัวซองต์คำหนึ่ง รสชาติของเนยที่ละลายในปากและความกรอบของแป้งชั้นดีทำให้นัยน์ตาที่ว่างเปล่าเริ่มมีประกายแห่งน้ำตา ความขมของกาแฟเอธิโอเปียตัดกับความหวานของแยมสตอเบอร์รี่ที่รินทำเอง มันเป็นรสชาติที่เรียบง่าย แต่รุนแรงกว่าเวทมนตร์ใดๆ ในจักรวาลที่คนตรงหน้าเคยรู้จัก
ความเงียบที่เหลืออยู่ไม่ใช่ความเงียบของความตาย แต่เป็นความเงียบของความเข้าใจ
วันเวลาผ่านไปในรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามกาลเวลา คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เดิม... กลางชายป่าไร้ชื่อ รินยังคงเป็นเชฟที่ยุ่งอยู่กับอ่างผสมแป้ง เซร่ายังคงบ่นเรื่องที่รินใส่สตอเบอร์รี่น้อยไป และอาเธอร์ก็ยังคงแวะมาจิบกาแฟพลางอ่านหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวเกี่ยวกับความสงบสุขของอาณาจักร
จักรวาลภายนอกจะแตกสลายหรือถือกำเนิดใหม่ รินไม่เคยสนใจ เพราะในบ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอบขนมแห่งนี้... ทุกวินาทีคือจุดเริ่มต้นของความสุขที่ไม่เคยสิ้นสุด
รินมองไปนอกหน้าต่าง เห็นลูกค้าหลากหลายเผ่าพันธุ์กำลังเดินตรงมาที่ร้าน เธอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอไม่ได้เป็นเชฟที่หนีโลก แต่เธอคือผู้ส่งมอบรอยยิ้มผ่านรสชาติที่ไม่มีวันลืมเลือน
“ยินดีต้อนรับกลับสู่คาเฟ่ของเรานะคะ” เธอเอ่ยทักทายลูกค้าคนใหม่ที่เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ
...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอบอุ่นผ่านกลิ่นกาแฟในคาเฟ่แห่งนี้ไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ
คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 30
บ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอบขนม
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!