ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 36

แผนที่ถูกวางไว้

ผลงานโดย คนมองเมือง
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้ม จนเกิดเงาดำทอดยาวพาดผ่านใบหน้าด้านซ้ายของธันวา รอยยับย่นบนกระดาษเอกสารนับร้อยแผ่นบอกเล่าเรื่องราวของการเจรจาต่อรองที่ไร้ซึ่งความปรานี—เอกสารที่ระบุเส้นทางการเงิน โครงสร้างบริษัทนอมินี และรายชื่อผู้มีอำนาจในเงาที่พร้อมจะล่มสลาย หากมีใครสักคนยอมสละตัวเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟเผาสนามรบนี้ให้ราบคาบ “คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีทางชนะ ธันวา” รินลดากล่าวขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายประโยค ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นใสจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งมิตรและคู่ปรับตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องประชุมชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ค่ำคืนนี้เงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของทนายความสาว ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้สะท้อนความสุข หากแต่เป็นความเหนื่อยล้าอันยาวนานของคนที่แบกรับความเน่าเฟะของตระกูลไว้บนบ่าลำพัง “ชัยชนะและความถูกต้อง มันเป็นของคู่กันตั้งแต่เมื่อไหร่หรือครับ รินลดา” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลมหายใจของเขาผ่อนออกมาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างอดีตกับอนาคต “คุณเชื่อในความยุติธรรม เพราะคุณมีภาพของพ่อคุณคอยค้ำจุนจิตใจ… แต่สำหรับผม ความยุติธรรมคือสินค้าชนิดหนึ่ง ที่มีราคาแพงจนไม่มีใครในห้องนี้กล้าจ่าย ยกเว้นผมคนเดียว” รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแลابขึ้นมาในอกจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวบางตบลงบนแฟ้มเอกสารชุดนั้นอย่างแรง “คุณคิดจะทำอะไร ธันวา? เอกสารชุดนี้… มันไม่ใช่แค่การเปิดโปงบริษัท แต่มันคือการทำลายชีวิตคุณเอง คุณกำลังจะเอาชื่อเสียง ตำแหน่ง และทุกอย่างที่คุณสร้างมาไปแลกกับอะไร เพื่อความสะใจของพวกมันงั้นหรือ!” “เพื่อคุณ” คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของธันวาอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่หล่นกระแทกกลางใจของหญิงสาว รินลดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง “อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ!” เธอสวนกลับทันควัน พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครต้องมาพังพินาศเพื่อฉัน ฉันต้องการความจริงตามกฎหมาย ไม่ใช่การสังเวยชีวิตใครทั้งสิ้น!” “กฎหมายเหรอครับ?” ธันวาหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “คุณก็รู้ดีแก่ใจว่าระบบที่พวกเรายืนอยู่มันบิดเบี้ยวแค่ไหน คนอย่างพ่อคุณถึงต้องตายในเงาของความอยุติธรรมไงล่ะรินลดา ถ้าผมไม่ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้พวกมันตายใจ เอกสารชุดนี้ไม่มีทางหลุดรอดไปถึงมืออัยการสูงสุดได้หรอกครับ” ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยาดฝนด้านนอกที่เริ่มโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างบานใหญ่ รินลดาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่ม เธอกวาดสายตาสำรวจร่องรอยความเครียดที่ส刻อยู่ตามขอบตาและแนวสันจรามของเขา ธันวาไม่ได้กำลังพูดเล่น แววตาที่สงบนิ่งและเด็ดเดี่ยวคู่นั้นบอกเธอว่า เขาตัดสินใจมานานแล้ว… ตัดสินใจที่จะเดินเข้าสู่กองไฟ เพื่อให้เธอได้เดินเหยียบย่างบนเส้นทางที่สะอาดบริสุทธิ์ “ทำไม…” เสียงของรินลดาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ เราสู้ด้วยกันตามวิถีทางก็ได้ไม่ใช่หรือ” “เพราะวิถีทางของคุณมันสะอาดเกินกว่าจะแปดเปื้อนเลือดเนื้อของพวกมันครับ” ธันวาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย “ปล่อยให้ผมเป็นคนบาปในสายตาคนทั้งเมืองเถอะครับ อย่างน้อย… การล่มสลายของผม ก็มีความหมายมากพอที่จะคืนความยุติธรรมให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อร้อยตำรวจเอกธนาได้” ชื่อของพ่อเธอดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจ รินลดาผงถอยหลังไปหนึ่งก้าว ขอบตาร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ ความทรงจำในวันที่สูญเสียผู้เป็นพ่อ ภาพร่างไร้ลมหายใจและข้อครหาที่ถูกยัดเยียดกลับมาเด่นชัดอีกครั้ง และชายหนุ่มตรงหน้า… กำลังใช้มือคู่นี้รื้อฟื้นเกียรติยศทั้งหมดกลับคืนมาให้ครอบครัวของเธอ ด้วยการยอมสละอิสรภาพและอนาคตทั้งหมดของตนเอง “ถ้าคุณทำแบบนี้… แล้วฉันล่ะ” รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หน่วยตา “คุณคิดว่าฉันจะมีความสุขหรือไง ที่ต้องยืนมองคุณเดินเข้าคุกทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณทำเพื่อฉัน” ธันวาเอื้อมมือออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนของหญิงสาว เขี่ยหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาให้อย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกต่อหน้าเธอ และมันก็เป็นสัมผัสสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย “คุณจะมีความสุขครับ… เพราะคุณจะใช้ชีวิตอยู่บนความถูกต้องอย่างสง่างาม ในแบบที่ผมไม่มีวันทำได้” ธันวายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดในโลก “สัญญาบ่ได้เหรอครับ ว่าจะดูแลตัวเอง… และอย่าหันกลับมามองข้างหลังอีก” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องทำงาน เสียงกุญแจกระทบกันและเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงตะโกนแจ้งสถานะจากเจ้าหน้าที่ภายนอก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ! เปิดประตูครับ! เรามีหมายจับคุณธันวา ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและทุจริตองค์กร!” รินลดาตัวชาวา หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอกำชายเสื้อสูทของธันวาแน่นโดยไม่รู้ตัว แต่ชายหนุ่มกลับแกะมือเธอออกอย่างนุ่มนวล เขาหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะยัดใส่มือเธอ ยัดเยียดอาวุธชิ้นสุดท้ายที่จะใช้ปลิดชีพศัตรูทั้งหมดลงในอุ้งมือของเธอ ธันวาก้าวเดินผ่านเธอไปช้าๆ มุ่งตรงไปยังบานประตูไม้สีเข้ม เขาเป็นคนเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดและดึงประตูให้เปิดออก แสงไฟจ้าจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาปะทะร่างของเขา พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนายที่ก้าวเข้ามาล้อมกรอบอย่างรวดเร็ว ทว่า… ก่อนที่กุญแจมือสีเงินจะถูกสวมลงบนข้อมือของธันวา สายตาของเขากลับเหลือบมองผ่านไหล่ของเจ้าหน้าที่ กลับมาสบตากับรินลดาที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องเป็นครั้งสุดท้าย และในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของรินลดาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด—ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกปลอมที่ส่งไฟล์ภาพสุดท้ายเข้ามา เป็นภาพถ่ายลับของประธานกรรมการบริษัทผู้ทรงอิทธิพล กำลังเซ็นเช็คสินบนก้อนสุดท้ายให้กับบุคคลปริศนา… ซึ่งเป็นบุคคลที่พวกเขาสองคนคาดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อย ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนและงดงามนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%