“เจ้ามันก็แค่สวะที่กินข้าวเปลืองอาณาเขตสำนักกระบี่เมฆา ตายไปเสียให้พ้นทางจะดีกว่า!”
เสียงแผดก้องด้วยโทสะดังสนั่นหวั่นไหวในโสตประสาท ตามมาด้วยแรงปะทะหนักหน่วงที่กระแทกเข้ากลางแผ่นหลังจนกระดูกซี่โครงแทบแหลกละเอียด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในลำคอ ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับถูกคมหอกนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจร
หลี่มู่เฉิน ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของจิตวิญญาณที่สั่นคลอน สิ่งแรกที่เขารู้สึกไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในกาย ร่างกายนี้... ช่างเบาหวิวและอ่อนแอเสียจนน่าเวทนา เส้นชีพจรตีบตัน พลังปราณเหือดแห้งราวกับแอ่งน้ำที่ถูกแดดเผามานานนับปี
“ยังไม่ตายงั้นรึ? หนังเหนียวดีนี่เจ้าศิษย์ไร้ค่า” ชายหนุ่มร่างกำยำในชุดศิษย์สำนักกระบี่เมฆาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือกระบี่ไม้ที่อาบด้วยคราบเลือดของเขา
หลี่มู่เฉินพยุงกายขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสดๆ ไหลอาบใบหน้าจนบดบังทัศนวิสัย แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยผ่านกาลเวลามานับพันปีในฐานะราชันย์เซียนผู้ไร้พ่าย กลับฉายแววเย็นเยียบและคมกริบดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก
เขาไม่ใช่หลี่มู่เฉินศิษย์สวะคนเดิมอีกต่อไป แต่นี่คือวิญญาณของผู้ที่เคยเหยียบย่ำสรวงสวรรค์!
“ผู้ที่กล้าเงื้อกระบี่ใส่ข้า... นับว่าเจ้ามีชะตาขาดเสียแล้ว” น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดขี่ที่ทำให้ศิษย์ฝ่ายในทั้งสามคนชะงักงันไปชั่วขณะ
“ฮ่าๆๆ! เจ้าเพ้อพกอะไรของเจ้า? ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่านี่คือวาระสุดท้ายของเจ้า!” ศิษย์ผู้นั้นเงื้อกระบี่ไม้ขึ้นหมายจะกระหน่ำแทงซ้ำ
หลี่มู่เฉินไม่หลบหลีก เขาหลับตาลงสัมผัสถึงร่องรอยของปราณที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในร่างนี้ แม้จะต่ำต้อยเพียงมดปลวก แต่ในฐานะราชันย์เซียน เขาย่อมรู้ดีว่าการจะสังหารมดปลวกด้วยกันนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยพลังมหาศาล เพียงแค่ใช้ ‘เคล็ดวิชาสะบั้นจุดตาย’ ที่เขาบรรลุถึงขั้นสูงสุดก็เพียงพอแล้ว
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว จังหวะที่ศิษย์คนนั้นพุ่งกระบี่เข้ามา หลี่มู่เฉินเอี้ยวตัวหลบด้วยวิถีที่คำนวณไว้แม่นยำดุจจับวาง สองนิ้วของเขากระแทกเข้าที่จุด ‘จื้อซาน’ บนข้อมือของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วและรุนแรง!
*กร๊อบ!*
เสียงกระดูกข้อมือลั่นตามด้วยเสียงร้องโหยหวน กระบี่ไม้ร่วงหล่นลงพื้น ก่อนที่หลี่มู่เฉินจะคว้าด้ามกระบี่นั้นไว้ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติสำหรับร่างกายสวะเช่นนี้ เขาแทงกลับไปเพียงครั้งเดียว ทะลุทะลวงผ่านลำคอของศิษย์ฝ่ายในคนนั้นอย่างไร้ความปรานี
เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูด ดับลมหายใจของศิษย์ผู้จองหองลงในทันที
“ศิษย์พี่จาง!” สหายอีกสองคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่คาดคิดว่าคนที่จะตายควรเป็น ‘สวะ’ กลับกลายเป็น ‘ผู้ล่า’ เสียเอง
หลี่มู่เฉินยืนตระหง่าน ท่ามกลางหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา กระบี่ในมือของเขาสั่นระริกราวกับยินดีที่ได้ดื่มกินโลหิตหลังจากห่างหายไปนาน เขาปัดคราบเลือดที่กระเด็นมาเปื้อนใบหน้าด้วยแววตาเฉยเมย
“พวกเจ้าเองก็เช่นกัน...”
ท่ามกลางม่านฝนที่เริ่มหนักขึ้น ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินใจของศิษย์ที่เหลือ ทว่าในขณะที่หลี่มู่เฉินกำลังจะก้าวเข้าไปจัดการงานที่เหลือให้เสร็จสิ้น ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลจากฟากฟ้าก็กดทับลงมาจนพื้นดินรอบข้างยุบตัวลง
กลิ่นอายเย็นเยือกที่บริสุทธิ์และสูงส่งดุจน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทุกชีวิตที่อยู่ในระยะร้อยลี้ต่างรู้สึกถึงแรงกดดันจนแทบสิ้นใจ
จากความมืดมิดของพงไพร ร่างโปร่งบางในชุดขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีเงินยวงสะบัดพลิ้วตามสายลม กลิ่นอายของนางมิใช่ปราณยุทธ์ทั่วไป แต่เป็นพลังอำนาจแห่งเซียนที่แท้จริง
เซียนจินเฟยหง... ธิดาแห่งแดนสวรรค์ผู้ไม่เคยเหลียวแลโลกมนุษย์ ดวงตาคู่สวยดุจดารานับล้านในราตรีมองมาที่ร่างของหลี่มู่เฉินอย่างว่างเปล่า
“เจ้า... คือผู้ที่ได้รับสืบทอดกระบี่นั่นมาหรือ?” นางเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ากังวานดุจระฆังเงิน
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลง เขารู้จักสตรีผู้นี้ดี นางคือศัตรูหัวใจที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่และผูกพันกันด้วยโชคชะตาในชาติภพก่อน ทว่าในชาตินี้นางกลับมองเขาด้วยสายตาที่ราวกับมองสิ่งแปลกปลอม
ขณะที่เขาเตรียมจะเอ่ยคำตอบ มือของเขาพลันรู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากรอยสักรูปกระบี่ที่ปรากฏขึ้นที่ข้อมือ รอยสักนั้นเริ่มส่องแสงสีทองเจิดจ้า และนั่นคือสัญญาณเตือนของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา!
เบื้องหลังของจินเฟยหง เงาร่างมืดมิดจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังปรากฏขึ้นจากรอยแยกของมิติ พวกมันคือนักฆ่าจากแดนอสูรที่ตามล่าเอาชีวิตเขามานานนับพันปี และการที่พวกมันมาปรากฏตัวที่นี่พร้อมกับนาง...
หมายความว่าความลับที่เขามาเกิดใหม่ได้ถูกเปิดเผยแล้ว!
หลี่มู่เฉินกระชับกระบี่ไม้ในมือแน่น เขาไม่ได้สู้เพื่อเอาชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกอย่างที่เคยเสียไป... และการเผชิญหน้ากับนางอีกครั้งในฐานะคนแปลกหน้า
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของราชันย์เซียนผู้ทระนงในศักดิ์ศรีนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์
กระบี่ดับตะวัน สรรค์สร้างมรรคาเซียน•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างสวะ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ดับตะวัน สรรค์สร้างมรรคาเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
