พนักงานตรวจสอบวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้อ่านกฎเหล็กอาคารร้าง•ตอนที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานเวลาตาย

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เอกสารสัญญาจ้างงานระบุหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนในหมวดที่สาม—*การตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างทางกายภาพและจิตวิญญาณ ภายในเขตพื้นที่อาคารบูรพาภิรมย์* ธันวาปราบสายตานิ่งสนิทมองตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานบนแผงควบคุมลิฟต์ที่กำลังกระพริบเตือน ตัวเลข ‘-1’ ไม่ได้ปรากฏอยู่บนแป้นกดทั่วไปของอาคารสำนักงานสมัยใหม่ทั่วไป แต่มันถูกสลักไว้ด้วยรอยขูดขีดลึกบนแผ่นโลหะเก่าคร่ำครึที่เพิ่งถูกถอดประกอบเข้าใหม่เมื่อคืนนี้เอง ในฐานะวิศวกรโครงสร้างผู้ยึดมั่นในตรรกะเชิงประจักษ์และความเป็นจริงอันจับต้องได้ เขาย่อมไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ หากแต่ความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่พุ่งสูงจนเข็มไมโครแอมป์มิเตอร์ในมือสั่นระริกนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์กระแสหลัก กลิ่นอับชื้นของน้ำมันหล่อลื่นผสมกับกลิ่นไอสนิมเหล็กเก่าเก็บลอยอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของห้องโดยสารลิฟต์ ธันวากระชับแฟ้มเอกสารในมือขวาแน่น นิ้วโป้งลูบสันปกกระดาษแข็งเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะ กฎของตึกแห่งนี้มีข้อกำหนดข้อหนึ่งที่เขาจำขึ้นใจจากการอบรมปฐมนิเทศสั้นๆ เมื่อเช้า—*ห้ามกดปุ่มชั้นลบ หากประตูยังไม่ปิดสนิทสามครั้ง* เสียง "กริ๊ก" แผ่วเบาราวกับเสียงกลไกนาฬิกาโบราณดังขึ้นจากเพดานลิฟต์ ตามมาด้วยแรงกระตุกเบาๆ ที่ส่งผ่านพื้นรองเท้าหนังคัทชูขึ้นมาสู่ข้อต่อกระดูก ธันวาไม่Gล้าแม้แต่จะกะพริบตา เขาสังเกตเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนผนังกระจกเงาสีชา เงานั้นไม่ได้ขยับตามทันทีในเสี้ยววินาทีที่เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ มันทิ้งระยะห่างไปราวสองจังหวะการเต้นของหัวใจ "คุณกำลังทำผิดขั้นตอนพื้นฐานของการตรวจสอบระบบขนส่งแนวตั้งนะครับ, คุณวิศวกร" น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเจือด้วยกระแสเสียงกังวานเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดด้านซ้ายของลิฟต์ ธันวาหันขวับไปทันที กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งตัวอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวถูกปลุกเร้าโดยไม่ต้องมีคำสั่ง ที่มุมนั้น มีร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนพิงผนังอยู่ แว่นตากรอบโลหะทรงรีสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบสลัวจากเพดาน เผยให้เห็นดวงตานิ่งสนิทที่จ้องมองมายังเขาอย่างพิจารณา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เรียบร้อยด้วยปิ่นปักผมไม้เนื้อแข็งสลักลวดลายประหลาด อาจารย์ริน—ชื่อนี้ปรากฏอยู่ในบันทึกการส่งมอบงานในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญประจำอาคาร" ที่เขาต้องมารายงานตัวด้วยในเช้าวันแรกของการทำงาน "ผมทำตามคู่มือความปลอดภัยฉบับสมบูรณ์ทุกประการครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะเร็วกว่าปกติถึงสองเท่า "และตามมาตรฐานวิศวกรรมแล้ว ลิฟต์ตัวนี้ควรถูกระงับการใช้งานเนื่องจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ไม่ใช่ปล่อยให้ระบบนำทางพาลงไปสู่ชั้นใต้ดินที่ไม่มีอยู่ในแบบแปลนสถาปัตยกรรม" อาจารย์รินก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงานืด เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเหล็กดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะจะโคน เธอยื่นปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนแผงควบคุม เหนือปุ่ม ‘-1’ ขึ้นไปเล็กน้อย บริเวณนั้นมีรอยคราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายสนิมแห้งกรัง แต่เมื่อธันวาสังเกตด้วยแว่นขยายรังสีความร้อนที่พกติดตัว มันกลับให้ค่าอุณหภูมิที่สูงกว่าจุดเยือกแข็งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น—เหมือนอุณหภูมิของผิวหนังมนุษย์ที่เพิ่งสิ้นลมหายใจ "แบบแปลนที่คุณถืออยู่น่ะ... เป็นฉบับที่ถูกแก้ไขเมื่อสามสิบปีก่อนต่างหากล่ะครับ" อาจารย์รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธอกวาดสายตามองเอกสารในมือของเขา "คุณธันวา คุณคิดว่าตึกสูงสามสิบชั้นแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ว่างเปล่าจริงๆ หรือครับ? ลองพลิกไปดูหน้าสุดท้ายของสัญญาจ้างสิครับ หน้าที่คุณเซ็นชื่อโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดตรงหมายเหตุด้านล่าง" ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาย้อนนึกถึงเอกสารหนาปึกที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลยื่นให้ลงนามท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องประชุมชั้นใต้ดินเมื่อวานนี้ ความเร่งรีบและข้อเสนอผลตอบแทนที่สูงลิ่วทำให้เขาละเลยที่จะตรวจสอบข้อความตัวอักษรขนาดเล็กจิ๋วที่พิมพ์ไว้ด้วยหมึกสีเทาจางๆ นิ้วเรียวของอาจารย์รินกดลงบนปุ่ม ‘-1’ โดยไม่รอคำอนุญาต ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส แสงไฟนีออนทั้งหมดภายในห้องโดยสารก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท *ติ๊ง...* เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นครั้งเดียว โครงสร้างเหล็กทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงโน้มถ่วงดูเหมือนจะกลับตาลปัตร ธันวารู้สึกเหมือนอวัยวะภายในลอยเคว้งขึ้นไปติดอยู่แถวซี่โครง ก่อนที่ลิฟต์จะร่วงดิ่งลงด้วยความเร็วสูงไร้แรงต้านทาน อากาศรอบตัวกลายเป็นไอเย็นจัดจนลมหายใจกลายเป็นควันสีขาว "จับราวจับให้แน่นนะครับ" เสียงของอาจารย์รินกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู ทั้งที่ในความเป็นจริงเธอยังคงยืนอยู่ห่างจากเขาออกไปถึงสามช่วงตัว "เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป กฎฟิสิกส์ที่คุณร่ำเรียนมาตลอดชีวิต... จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้วในอาณาเขตของสำนักงานเวลาตาย" ก่อนที่ธันวาจะได้โต้แย้งสิ่งใด แสงสว่างวาบสีฟ้าอมเขียวก็สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของประตูลิฟต์ที่กำลังค่อยๆ เลื่อนเปิดออก กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานฉุนกึกของดอกไม้แห้งและกระดาษเก่าที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสุญญากาศ เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนนับร้อยลอยละลิ่วเข้ามาในโถงทางเดินมืดมึดเบื้องหน้า—เสียงเหล่านั้นไม่ได้พูดคุยกันเป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจ หากแต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนแก้วหูจนปวดแปลบ ในเงาสลัวของโถงทางเดินชั้น ‘-1’ ปลายสุดสายตา ปรากฏร่างของชายในชุดสูทโบราณกำลังยืนหันหลังให้พวกเขา เขากำลังก้มหน้าลงเขียนข้อความบางอย่างลงบนสมุดบัญชีเล่มหนาด้วยปากกาขนนก และเมื่อร่างนั้นหยุดเขียนแล้วค่อยๆ หันกลับมา... ธันวาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ใบหน้าของชายคนนั้น... ไม่มีดวงตา มีเพียงรอยแผลเป็นเป็นทางยาวและรอยเย็บด้วยด้ายสีดำสนิท "ยินดีต้อนรับสู่การประเมินรอบแรกครับ คุณวิศวกร" อาจารย์รินเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ขณะที่เสียงแจ้งเตือนระบบปริศนาดังขึ้นในโสตประสาทของธันวาอย่างชัดเจน *[ระบบตรวจสอบวิญญาณเปิดใช้งาน: ตรวจพบภารกิจระดับ SSS ‘ตรวจสอบบัญชีมรณะแห่งชั้น -1’ - เวลาที่เหลือในการมีชีวิตอยู่: 03:59 นาที]* โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานตรวจสอบวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้อ่านกฎเหล็กอาคารร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%