"คุณกำลังจะบอกผมว่า ศิลปะที่ไร้ราคาคือขยะ ในขณะที่กระดาษเปื้อนหมึกที่ขายได้คือสมบัติงั้นหรือครับ?"
รวินท์วางปากกาหมึกซึมลงบนสมุดจดปกหนังสีเข้ม เสียงกระทบกันเบาๆ ของโลหะและกระดาษในห้องทำงานที่เงียบสงัดนั้นดังก้องราวกับเสียงปืน เขาไม่ได้เงยหน้ามองแขกผู้มาเยือน สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่คราบหมึกที่ซึมผ่านหน้ากระดาษเป็นรอยด่างพร้อย ราวกับบาดแผลที่ยังไม่ยอมปิดสนิท
มินตรานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับเขยื้อนท่าทีแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นคมปลาบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี เธอไม่โกรธเคืองกับถ้อยคำประชดประชันนั้น ตรงกันข้าม เธอกลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในเชิงกลยุทธ์
"ดิฉันไม่ได้เรียกมันว่าขยะค่ะ... เออ ขออภัยครับ ผมหมายถึง ดิฉันไม่ได้มองว่ามันเป็นขยะหรอกครับ แต่ในฐานะบรรณาธิการ หน้าที่ของดิฉันคือการทำให้เสียงที่เงียบเชียบที่สุด ดังพอที่จะให้ผู้คนหันมาฟัง ไม่ใช่เก็บไว้ในลิ้นชักให้มันตายไปพร้อมกับความรู้สึกของคุณ" มินตราประสานมือวางบนโต๊ะไม้สักตัวหรู เธอขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นคล้ายกระดาษเก่าและเครื่องเทศลอยแตะจมูกรวินท์
รวินท์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเย็นเยียบเหมือนผืนน้ำในคืนไร้จันทร์ "เสียงที่ดังที่สุด มักจะเป็นเสียงที่ถูกแต่งเติมจนเสียรูปไปแล้ว คุณมินตรา... คุณต้องการให้ผมเป็นแค่หุ่นเชิดที่ขยับมือไปตามจังหวะตลาด หรือต้องการกวีที่กล้าจะเปลือยความจริง?"
"ถ้าความจริงนั้นเปลือยจนไม่มีใครกล้าเหลือบมอง คุณคิดว่าการขีดเขียนลงไปจะมีประโยชน์อะไรครับ?" มินตราสวนกลับทันควัน แววตาสั่นไหวด้วยความมุ่งมั่น "โลกนี้ไม่ได้หมุนด้วยอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่มันหมุนด้วยสิ่งที่คนอ่านต้องการจะเสพ ผมมีข้อเสนอพิเศษ คอลัมน์ที่จะเปลี่ยนคุณจาก 'คนเขียนกวีหลังห้อง' ให้กลายเป็น 'กระบอกเสียงของยุคสมัย' คุณแค่ต้องปรับจังหวะการเขียนให้เข้ากับความเร็วของคนยุคนี้... แค่นั้นเอง"
รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและขมขื่น เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา แล้วฉีกมันช้าๆ ตรงหน้าเธอ เศษกระดาษสีขาวร่วงหล่นลงบนโต๊ะราวกับหิมะที่ตายซาก
"คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อเชิญชวนผมด้วยศิลปะ แต่คุณมาที่นี่เพื่อซื้อวิญญาณด้วยนามบัตรและตัวเลข" รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ดูผอมบางแต่ดูมั่นคงของเขาบังแสงไฟจนเกิดเงาพาดทับร่างของมินตรา "ขอปฏิเสธครับ และกรุณาอย่าพยายามใช้ทฤษฎีการตลาดมาอธิบายความเจ็บปวดที่ผมผ่านมา เพราะคนที่ทำแบบนั้นกับผม... ก็เคยใช้วาทศิลป์แบบเดียวกับคุณเป๊ะเลย"
มินตรานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยน เธอรู้ดีว่าคำพูดเมื่อครู่คือกับดักที่เธอเผลอเหยียบลงไปเต็มแรง
"คุณเข้าใจผิดแล้ว รวินท์... การที่ใครบางคนทำร้ายคุณ ไม่ได้แปลว่าโลกใบนี้ไม่มีใครที่พร้อมจะปกป้องงานของคุณด้วยวิธีที่สะอาดกว่านั้น" เธอลุกขึ้น ยืนประจันหน้ากับเขา ความสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้เกิดแรงปะทะทางความคิดที่รุนแรง เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ
"นี่ไม่ใช่สัญญาจ้าง แต่มันคือหลักฐานว่าสิ่งที่คนรักเก่าของคุณทำไปนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเห็นแก่ตัว แต่มันมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่คุณเคยศรัทธา... ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือตัวการที่แท้จริงที่ทำให้งานของคุณต้องแปดเปื้อน ก็ลองเปิดดูครับ"
รวินท์ชะงัก ฝ่ามือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาจ้องมองซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานทันทีที่เขาแตะต้องมัน
"ทำไมคุณถึงมีสิ่งนี้?" รวินท์ถาม น้ำเสียงเริ่มสั่นด้วยความขัดแย้งภายใน
มินตราหยิบกระเป๋าขึ้นมาคล้องแขน ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู เธอหยุดฝีเท้าลงที่หน้าประตูไม้บานใหญ่โดยไม่หันกลับมามอง
"เพราะดิฉันไม่ใช่แค่บรรณาธิการที่ต้องการตัวเลขรวินท์... แต่เพราะดิฉันเป็นหนึ่งในคนที่เคยถูกระบบนี้บดขยี้เหมือนกับคุณ"
ทันทีที่เธอปิดประตู เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมินตรา แต่มันเป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้า... เสียงที่รวินท์จำได้ดีว่าเป็นของคนที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว
รวินท์ค่อยๆ เอื้อมมือสั่นเทาไปหยิบซองเอกสารขึ้นมา เมื่อเขาฉีกซองออก สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่กระดาษสัญญา แต่มันคือภาพถ่ายเก่าๆ ที่ถ่ายติดใครบางคนยืนอยู่ข้างอดีตคนรักของเขาในวันที่เขากำลังถูกทรยศ... ชายในภาพคือคนที่เขาเพิ่งกราบลาที่หลุมศพเมื่อสามปีก่อน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับบรรทัดแรกแห่งความซับซ้อนนี้นะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
วาทศิลป์สีน้ำหมึกกับจังหวะหัวใจที่ไม่ลงรอย•ตอนที่ 2
เมื่อถ้อยคำกลายเป็นอาวุธ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาทศิลป์สีน้ำหมึกกับจังหวะหัวใจที่ไม่ลงรอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
