“ฉันบอกว่าไม่แก้! งานสถาปัตย์ของคุณมันสวยแต่มันไร้จิตวิญญาณ คุณอาคเนย์... คุณกำลังออกแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือออกแบบกรงขังนักโทษกันแน่คะ?”
เสียงหวานทรงพลังของ ‘รินรดา’ กระแทกลงกลางห้องประชุมเงียบกริบ แฟ้มเอกสารดีไซน์ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวจนเกิดเสียงดังสนั่น เธอไม่ได้ก้มหัวแม้แต่นิดเดียว นัยน์ตาคู่สวยคมกริบจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าทีมสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์หอศิลป์ระดับประเทศ
อาคเนย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงไม่มีความเกรงกลัวต่อสถานะ ‘ซุปตาร์เบอร์หนึ่ง’ ของหญิงสาวตรงหน้าแม้แต่น้อย เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าผ่อนคลายเกินเหตุ ทว่ารังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมารอบตัวกลับทำให้บรรยากาศในห้องติดลบ
“จิตวิญญาณเหรอครับ?” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาท “ผมไม่คิดว่านักแสดงที่ขายแต่ภาพลักษณ์หน้าตาสวยๆ จะเข้าใจนิยามของคำว่า ‘โครงสร้างที่สมบูรณ์แบบ’ ได้ลึกซึ้งพอจะมาวิจารณ์งานของผมนะ คุณรินรดา”
“โอ้... ปากดีขนาดนี้ ตอนจบงานคงต้องเพิ่มค่าทำขวัญให้ฉันด้วยสินะคะ?” รินรดาสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด “จำใส่สมองไว้ด้วยนะคะว่าโปรเจกต์นี้ ถ้าไม่มีชื่อฉันมาเป็นพรีเซนเตอร์และมิวเซียมไดเรกเตอร์ คุณก็เป็นแค่สถาปนิกอีโก้สูงที่ไม่มีใครอยากจ้างงานเพราะคุยไม่รู้เรื่อง!”
อาคเนย์เหยียดยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้หัวใจของคนที่มองสั่นไหวอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงที่มากกว่าเกือบสองหัวทำให้เขาดูเหมือนยักษ์ใหญ่ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม เขาโน้มตัวลงมาหาหญิงสาวจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกลิ่นกระดาษเขียนแบบเย็นๆ ปะทะเข้าที่จมูกของเธอ
“เราต้องร่วมงานกันอีกสามร้อยหกสิบห้าวัน” อาคเนย์กระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่าแต่นิ่งสนิท “อย่าเพิ่งรีบถอนตัวเพราะทนนิสัยปากจัดของผมไม่ได้เสียก่อนล่ะ... เพราะถ้าคุณหนี ต่อให้ต้องไปลากคอคุณกลับมาที่ไซต์งาน ผมก็ทำ”
รินรดากัดฟันแน่น มือที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริก เธอเกลียดท่าทางที่เหมือนเขารู้ทันทุกอย่างนั่นที่สุด แต่น่าแปลกที่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา
“หึ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย” เธอถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว สะบัดหน้าเดินไปที่ประตูห้องทำงานของเขาด้วยท่วงท่าที่สง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้ “งานก็คืองาน ฉันมาเพื่อทำให้โปรเจกต์นี้ดีที่สุด ไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับคนบ้าอำนาจอย่างคุณ!”
“เดี๋ยว”
เสียงเรียกของอาคเนย์ทำให้รินรดาหยุดชะงักที่หน้าประตู เธอไม่หันกลับไป แต่รอกระแสเสียงถัดมา
“แบบร่างที่คุณทิ้งไว้ในห้องเก็บโมเดลเมื่อวาน... คุณเป็นคนวาดเส้นโค้งตัวอาคารใหม่นั่นเองสินะ”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ไม่มีใครเห็น “เพิ่งรู้เหรอคะ? ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฉัน... รู้ลึกเรื่องศิลปะมากกว่าคุณคิด”
เธอกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยแรงผลักประตูอย่างแรงจนรินรดาเกือบเซไปชนอกแกร่งของอาคเนย์ที่ก้าวตามมาติดๆ
“พี่อาคเนย์คะ! สรุปแล้วเรื่องงบประมาณที่ทางบอร์ดบริหารอนุมัติมา...”
หญิงสาวอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าที่ดูตื่นตระหนก ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—รินรดาที่กำลังยืนอยู่ในอ้อมแขนของอาคเนย์พอดี—เธอก็หยุดกึก สายตาของเธอไล่มองทั้งสองคนด้วยความตกตะลึง
รินรดารีบผลักอาคเนย์ออกห่างทันที หัวใจเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เธอเพิ่งค้นพบว่า... การถูกเขากักขังอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว มันอันตรายต่อความรู้สึกของเธอมากกว่างานที่กำลังจะถึงนี้หลายเท่าตัว
“โทษทีที่ขัดจังหวะ” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ “แต่ดูเหมือนว่าเราจะมีปัญหาใหญ่เรื่อง ‘คนใน’ ที่พยายามแอบแก้ไขดีไซน์โปรเจกต์นี้ให้พังพินาศแล้วนะคะ”
อาคเนย์หันมามองรินรดาทันที สายตาที่เคยเฉยชากลับกลายเป็นความจริงจังที่ดูน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่รินรดาเองก็รับรู้ได้ทันทีว่า ‘จุดเริ่มของหายนะ’ ที่แท้จริง ไม่ใช่การร่วมงานกันระหว่างเธอและเขา แต่มันคือกองเพลิงความขัดแย้งที่กำลังจะปะทุขึ้นในมวลหมู่คนเบื้องหลังโปรเจกต์นี้ต่างหาก
ไวโอเล็ตการ์เด้นหวังว่าทุกท่านจะหลงรักในความปากร้ายและเคมีที่ร้อนแรงของคู่นี้ไปพร้อมกับนักเขียนนะคะ
สถาปนิกหน้าตายกับยัยซุปตาร์สายไฟท์•ตอนที่ 1
จุดเริ่มของหายนะ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับยัยซุปตาร์สายไฟท์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
