"ถ้าคุณยังเอานิ้วจิ้มหลอดทดลองแก้วควอตซ์มูลค่าหลักหมื่นด้วยท่าทางเหมือนกำลังเขี่ยเศษขยะแบบนั้นอีกครั้ง ผมจะทำเรื่องเบิกค่าเสียหายจากบริษัทเอเจนซี่ของคุณ ย้ำว่า... คิดเป็นรายวินาทีนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนรำคาญดังขึ้นทันทีที่กะทิผลักประตูกระจกฝ้าของห้องปฏิบัติการวิจัยชีวเคมีขั้นสูงเข้ามา แรงผลักทำให้กระเป๋าเป้ใบโตหลุดจากไหล่ เกือบจะฟาดเข้ากับชั้นวางสารเคมีด้านข้าง ถ้าไม่ใช่เพราะมือเรียวยาวของใครบางคนเอื้อมมารับสายกระเป๋าไว้ทันอย่างฉิวเฉียด
กะทิสะดุ้งสุดตัว เธอผถอยหลังกรูดจนส้นรองเท้าผ้าใบไปสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้สตูลเหล็กในแล็บ ส่งเสียงครูดน่ารำคาญ ร่างบางเซถลาเกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น ทว่าแขนแกร่งในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตากลับคว้าเอวบางไว้ได้อย่างแม่นยำ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นไอเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องทดลองลอยปะทะจมูกทันที
ใกล้... ใกล้จนเกินไป
ดวงตากลมโตของอินฟลูเอนเซอร์สาวเบิกกว้าง สบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมที่กำลังมองมาด้วยความเรียบเฉย แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความระอาใจฉายชัดอยู่หลังเลนส์ใส
"อุ๊ย! มือไวใจเร็วหรือเปล่าเนี่ยคุณศาสตราจารย์ ตัวจริงเสียงจริงก็หน้าตาใช้ได้นี่นา นึกว่าในรูปโปรไฟล์จะรีทัชจนหน้าเปลี่ยนซะอีก" กะทิแกล้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนความตกใจ พร้อมกับสะบัดตัวหลุดจากการกุมมือของชายหนุ่ม แล้วดีดตัวถอยหลังไปสามก้าวทันที
ดร.อคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาขยับแว่นตานิ่งๆ ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารรายงานผลการทดลองลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปัง* จนกะทิสะดุ้งอีกรอบ
"คุณคือตัวแทนจากบริษัทมีเดียที่ส่งมาทำคอนเทนต์ 'วิทยาศาสตร์เข้าใจง่าย' สินะครับ" อคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์เน้นชัดเจนราวกับกำลังอ่านสคริปต์ศาล "แต่เท่าที่ผมประเมินจากสมองกลวงๆ และพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำลายทรัพย์สินทางราชการเมื่อกี้... ผมว่าคุณน่าจะเหมาะกับการทำคอนเทนต์ประเภท 'วิธีเอาชีวิตรอดในป่าคอนกรีต' มากกว่าจะมาอยู่ในห้องแล็บที่มีสารเคมีอันตรายนะครับ"
กะทิเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ เธอยืดอกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "โห ปากคอเราะร้ายจังเลยนะคะ... เอ้ย! ครับ! พูดจาแบบนี้ระวังจะไม่มีใครคบนะดร.อคิน คนเค้าอุส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่ามาช่วยโปรโมตโปรเจกต์งานวิจัยแป้กๆ ของคุณให้ดังระเบิดในโซเชียลแท้ๆ แทนที่จะกราบขอบคุณงามๆ มายืนบ่นเป็นตาแก่เจ้าระเบียบอยู่ได้"
"งานวิจัยของผมตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกมาแล้วสามฉบับ ไม่ได้ 'แป้ก' เหมือนยอดวิวในติ๊กต็อกของคุณที่มีแต่คนดูเพราะหน้าตาหรอกนะครับ" อคินตอบกลับทันควันโดยไม่กระพริบตา สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่แววตากลับพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอะไร หน้าตาหล่อเหลาเอาการ คมคายสไตล์หนุ่มเนิร์ดสายกราฟฟิก แต่ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่ากรรไกรตัดผ้า!
กะทิสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก เธอสะบัดผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มไปด้านหลัง เดินดุ่มๆ ไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดกล้องหน้าทันที "โอเคๆ ไม่เถียงด้วยแล้ว เสียเวลาทำมาหากิน เดี๋ยววันนี้ฉันจะย่อยเรื่องโครงสร้างโมเลกุลอะไรนั่นให้กลายเป็นคอนเทนต์ยอดฮิตล้านวิวให้ดู คุณแค่นั่งหล่อๆ แล้วตอบคำถามโง่ๆ... เอ๊ย คำถามง่ายๆ ของฉันก็พอ"
อคินหรี่ตามองสมาร์ทโฟนในมือของหญิงสาวอย่างไม่ไว้วางใจนัก "คำถามง่ายๆ ของคุณ คงหมายถึงคำถามประเภท 'ทำไมเวลาเรากินไอติมแล้วสมองถึงชา' หรือไม่ก็ 'ทำไมแมวถึงชอบลงมานอนขวางคีย์บอร์ด' สินะครับ"
"อ้าว! รู้ทันอีก!" กะทิทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ "ก็เนี่ยแหละที่คนดูอยากรู้! วิทยาศาสตร์รอบตัวมันต้องสนุกสิ ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนสูตรเคมีบนกระดานไวท์บอร์ดจนหน้าแก่ก่อนวัยอันควรแบบคุณ"
"นั่นคือ 'ปรากฏการณ์ Sphenopalatine ganglioneuralgia' หรือที่เรียกว่าอาการเยือกแข็งที่เพดานปาก เกิดจากการที่ความเย็นจัดไปกระตุ้นหลอดเลือดบริเวณนั้นให้หดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาอุณหภูมิของสมอง..." อคินร่ายยาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รวดเร็ว และแม่นยำราวกับเปิดตำราแพทย์ โดยไม่เว้นวรรคให้กะทิได้หายใจ "ส่วนเรื่องแมวขวางคีย์บอร์ด เป็นเพราะพวกมันถูกดึงดูดด้วยความอบอุ่นจากฮาร์ดแวร์ และสัญชาตญาณการอยากรู้อยากเห็นในพื้นที่จำกัด... มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ อินฟลูเอนเซอร์คนเก่ง"
กะทิอ้าปากค้าง สมองน้อยๆ ของเธอประมวลผลตามไม่ทัน เธอชะงักไปสามวินาทีเต็มๆ ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ
"เอ่อ... พูดภาษาคนหน่อยได้ไหมคะ... เอ้ย! ครับ!" กะทิเผลอหลุดเสียงสูง "พูดซะยาวเหยียดแบบนี้ ฉันตัดต่อลงคลิปไม่ทันโว้ย!"
อคินแอบยกยิ้มมุมปากเพียงเสี้ยววินาที—รอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจของอินฟลูเอนเซอร์สาวกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ถ้าอยากได้แบบเข้าใจง่าย คุณต้องทำการทดลองด้วยตัวเองครับ" อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้จนกะทิเผลอถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์แล็บ ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ ลอยกระทบผิวแก้ม
"อะ... อะไรของคุณ ถอยไปเลยนะ!" กะทิใจเต้นรัว หน้าแดงซ่านโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้
"พรุ่งนี้เช้า... เราจะมาพิสูจน์กันว่า 'ทฤษฎีแรงดึงดูดระหว่างขั้วตรงข้าม' ระหว่างคุณกับผมน่ะ อันไหนมันจะทำงานเร็วกว่ากัน ระหว่างฟิสิกส์กับเคมี" อคินกระซิบเบาๆ ข้างใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นชวนให้สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
นิ้วเรียวยาวของอคินเอื้อมไปแตะหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กะทิลืมกดปิดแอปพลิเคชันแชทค้างไว้ นิ้วแกร่งกดส่งข้อความอัตโนมัติที่พิมพ์ค้างไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่กะทิจะทันได้ห้ามปราม
หน้าจอแสดงผลข้อความที่ถูกส่งออกไปหาเพื่อนสนิทของเธอเองว่า:
*[ส่งแล้ว]: แก... ฉันคิดว่าฉันหลงรักศาสตราจารย์จอมตรรกะเข้าแล้วล่ะ ทำไงดีวะ*
กะทิกดตาค้าง มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มเยาะอย่างได้ใจ เธอละลานละลุกลนพยายามจะกดกดยกเลิกข้อความ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนกดผิดกดถูก
"อ๊ายยย! ดร.อคิน! คุณทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!" เสียงกรีดร้องโวยวายดังลั่นห้องแล็บ ท่ามกลางเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างชอบใจของชายหนุ่มที่ยืนกอดอกมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟีลกู๊ดและสาระความรู้รอบตัวไปด้วยกันนะครับ)*
อัลกอริทึมรักฉบับทดลองกับศาสตราจารย์จอมตรรกะ•ตอนที่ 1
ทฤษฎีแรกพบกับความปวดหัว
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับทดลองกับศาสตราจารย์จอมตรรกะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!