กลิ่นอับของความตายไม่ได้มีกลิ่นคาวเลือดเสมอไป... ในบางครั้ง มันให้กลิ่นคล้ายดอกไม้ที่ถูกปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่ในแจกันทึบแสงมานานนับสัปดาห์
ร้อยตำรวจเอกกวินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของอาคารพาณิชย์ร้างย่านชานเมือง แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องตัดความมืดมิดของโกดังชั้นล่าง เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหงายอยู่บนพื้นปูนซีเมนต์ที่เย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพงสะท้อนลำแสงสีขาวโพลน แต่มันว่างเปล่าอย่างไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต
ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยฟกช้ำดำเขียว ไม่มีรอยแผลจากคมมีด หรือแม้แต่รอยกระสุนปืนสักรูเดียว สภาพศพสมบูรณ์แบบราวกับเขากำลังนอนหลับลึกอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ
“ชันสูตรเบื้องต้นว่าอย่างไรบ้างหมอ” กวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน เขาย่อตัวลงเพื่อสำรวจใกล้ชิดยิ่งขึ้น สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“แปลกครับผู้กอง...” นายแพทย์นิติเวชรุ่นน้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่สวมถุงมือยางสั่นเทาเล็กน้อยขณะถอดแว่นตาออกมาเช็ด “อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติทั้งที่เพิ่งเสียชีวิตไม่ถึงสามชั่วโมง... ที่สำคัญคือ ชีพจรหยุดเต้น สมองตายสนิท แต่ระบบอวัยวะภายในทุกส่วนยังทำงานอยู่ เหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกถอดหัวเทียนออกไปเฉยๆ ครับ”
กวินขมวดคิ้วแน่น ความคิดในฐานะนายตำรวจสายสืบผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักวิทยาศาสตร์กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ไม่มีทางที่มนุษย์จะเสียชีวิตในลักษณะนี้ได้ มันขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ทางชีววิทยาโดยสิ้นเชิง
“ตายเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเหรอ?” กวินตั้งข้อสังเกต
“ไม่เชิงครับ... มันเหมือนกับว่า ‘วิญญาณ’ หรือบางสิ่งที่ขับเคลื่อนร่างนี้ได้หายออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว” นายแพทย์หนุ่มส่ายหัวด้วยความจนปัญญา “ถ้าให้พูดตามภาษาชาวบ้าน ร่างนี้ก็แค่เปลือกหอยที่ไร้ซึ่งตัวปูอาศัยอยู่ครับผู้กอง”
กวินแค่นเสียงในลำคอเบาๆ เขาไม่เชื่อเรื่องงมงาย ไสยเวท หรือวิญญาณหลุดลอย สำหรับเขา ทุกคดีมีเหตุผลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเสมอ เพียงแต่มันยังถูกซ่อนไว้ภายใต้ความมืดมนเท่านั้น
“อย่าพูดจาเหลาะแหละน่าหมอ เราทำงานบนพื้นฐานของนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หมอผี” กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามหัวเข่าเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมทึบตันแห่งนี้ “ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบบริเวณหรือยัง”
“เช็คแล้วครับผู้กอง ถนนเส้นนี้กล้องเสียทุกตัวตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน... และที่สำคัญที่สุด ประตูและหน้าต่างทุกบานถูกลงกลอนจากด้านใน ไม่มีร่องรอยการงัดแงะเลยแม้แต่น้อย”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่กำลังเก็บกวาดร่องรอยรอบๆ ศพ กวินถอนหายใจยาว พลางยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่เริ่มก่อตัวขึ้น คดีนี้มีความผิดปกติสูงเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้ แต่มันก็ไร้ซึ่งเบาะแสใดๆ ที่จะเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้าย
“ถ้าหาฆาตกรไม่เจอ... คุณก็จะไม่มีวันไขปริศนาของศพนี้ได้หรอกครับผู้กอง”
เสียงทุ้มนุ่มลึกดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมบันไดทางขึ้นชั้นสอง น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด กวินชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันปากกระบอกปืนไปยังทิศทางของต้นเสียงทันที เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่างชักอาวุธขึ้นเล็งตามสัญชาตญาณ
“ใครวะ! ออกมาเดี๋ยวนี้!” กวินตะโกนสั่ง เสียงเข้มดุดันสะท้อนก้องไปทั่วโกดังร้าง
จากเงาสลัวของเสาปูน ร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้าวเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าคมคาย ดวงตาสองข้างของเขาไม่ได้มองมาที่ปากกระบอกปืนสีดำสนิทแม้แต่น้อย แต่กลับมองทะลุผ่านตัวกวินไปหยุดอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณบนพื้นปูนเบื้องหลัง
ชายหนุ่มคนนั้นสวมสร้อยประคำไม้เก่าคร่ำคร่าที่ข้อมือ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย ชวนให้รู้สึกระคายเคืองใจอย่างบอกไม่ถูกสำหรับนายตำรวจผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัย
“เก็บปืนเถอะครับผู้กอง เล็งไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะกระสุนปืนนั่นไม่สามารถทำร้ายสิ่งที่ผมกำลังมองเห็นอยู่ตอนนี้ได้หรอกครับ”
กวินหรี่ตามองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์ อาชัญ—ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาจากการรายงานสืบสวนเบื้องต้น มัคคุเทศก์หนุ่มอิสระผู้มักจะวนเวียนอยู่ตามสถานที่เกิดเหตุคดีแปลกประหลาดเสมอ ชายผู้ซึ่งตำรวจหลายคนต่างซุบซิบนินทาว่ามี ‘ดวงตา’ ที่มองเห็นสิ่งลี้ลับ
“คุณเป็นใคร เข้ามาในพื้นที่ปิดกั้นของตำรวจได้อย่างไร นี่เป็นการละเมิดและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผมสามารถจับกุมคุณได้ทันที” กวินเอ่ยเสียงเย็น เยื้องกายเข้าไปใกล้ชายแปลกหน้าทีละก้าวโดยไม่ลดปืนลง
อาชัญไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงยอมจำนน แต่แววตายังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก
“ผมชื่ออาชัญครับ เป็น... คนที่จะช่วยให้คุณมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังศพไร้แผลศพนี้” ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้วิญญาณอีกก้าวหนึ่ง ก้มลงมองเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกวินตรงๆ “คุณสงสัยใช่ไหมครับว่าทำไมเขาถึงตายในสภาพนี้ ทั้งที่ไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกายแม้แต่นิดเดียว”
กวินนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถาม แต่สายตาคมกราบจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย
“นั่นก็เพราะว่า... คนที่ฆ่าเขา ไม่ได้ใช้มีดหรือปืนในการปลิดชีพ” อาชัญเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ หายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความจริงจังที่แผ่ซัมซับบรรยากาศรอบตัวให้หนתทึบขึ้น “แต่เขาใช้ ‘อาคม’ ควักเอาดวงวิญญาณออกจากร่างไปทั้งเป็นต่างหากล่ะครับผู้กอง”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง นายแพทย์นิติเวชกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่กวินแค่นหัวเราะออกมาเบื้องต่ำ เป็นหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง
“เรื่องเหลวไหล ไสยศาสตร์งมงายพวกนี้เอาไว้ไปพูดให้เด็กฟังเถอะครับคุณอาชัญ” กวินก้าวเข้าไปประชิดตัวมัคคุเทศก์หนุ่ม ใช้ดวงตาคมก้าวร้าวสำรวจใบหน้านั้นอย่างจับผิด “ที่นี่คือโลกแห่งความจริง ที่ซึ่งหลักฐานและกฎหมายเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่โรงละครปาินייהอภินิหาร”
อาชัญถอนหายใจเบาๆ สีหน้าของเขาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับฉายแววเห็นอกเห็นใจเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้กวินรู้สึกหงุดหงิดใจมากขึ้นไปอีก
“ความจริงบางอย่าง... มักจะน่ากลัวเกินกว่าที่คนเราจะยอมรับทางวิทยาศาสตร์นะครับผู้กอง” อาชัญกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมกวาดมองไปที่มุมมืดของเพดานโกดังที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขาขึ้นไป “และถ้าคุณยังคงดึงดันที่จะปฏิเสธความจริงข้อนี้ล่ะก็... ศพต่อไป อาจจะไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามแบบนี้อีกต่อไปแล้วก็ได้”
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในโกดังก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกผ่านช่องหน้าต่างทั้งที่ข้างนอกไม่มีลมแม้แต่น้อย เปลวไฟจากคบเพลิงของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกะพริบไหวและดับลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตา
กวินชะงัก ชักสีหน้าตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย มือที่ถือปืนกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับกวาดสายตามองฝ่าความมืดเพื่อประเมินสถานการณ์
“ระวังตัวด้วยครับผู้กอง...” เสียงกระซิบของอาชัญดังขึ้นใกล้ใบหูของกวินในความมืด “...เขากำลังกลับมาทวงของของเขาคืนแล้ว”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนานี้ด้วยกันนะครับ
มัคคุเทศก์วิญญาณกับนายตำรวจผู้ไม่เชื่อในนรก•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีรอยแผล
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับนายตำรวจผู้ไม่เชื่อในนรก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
