กลิ่นอายโอโซนสังเคราะห์และกลิ่นไหม้เกรียมของแผงวงจรความร้อนสูงคละคลุ้งไปทั่วห้องควบคุมใต้ดิน หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวกว่าสิบจอสะท้อนภาพเส้นกราฟอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังพุ่งทะยานอย่างไร้ความปรานี
"มันไม่ใช่แค่คำขู่ คริต"
เสียงของลีนาตวัดผ่านความเงียบงัน น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิดที่ต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ แต่ดวงตาสีเพลิงคู่สวยกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกำดาบเวทในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาว ขณะที่สะเก็ดไฟสีส้มยังคงปะทุอยู่รอบเกราะไหล่ "ถ้าไอ้เจ้าของเสียงเมื่อครู่ทำตามที่มันประกาศจริง ๆ อีกไม่ถึงสามสิบชั่วโมงข้างหน้า โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของเซิร์ฟเวอร์หลักจะระเหยกลายเป็นอากาศธาตุ... และพวกเราก็จะติดอยู่ในซากดิจิทัลนี้ไปตลอดกาล"
ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอในทันที นิ้วมือทั้งสิบบังคับรัวแป้นพิมพ์ลอยตัวด้วยความเร็วสูง ข้อมูลโค้ดมหาศาลไหลผ่านเรตินาของผมราวกับสายฝนดิจิทัล
ความจริงที่ว่า "ระบบ" ในโลกใบนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุมขังผู้เล่นเพียงอย่างเดียวเพิ่งกระจ่างชัดขึ้นมา เมื่อวิเคราะห์จากบันทึกข้อมูลลับที่ผมเพิ่งดึงออกมาจากฐานข้อมูลระดับสูงของหอคอยกลาง
"พวกมันไม่ใช่ผู้เล่น แต่เป็นกลุ่ม AI รุ่นแรกที่ถูกลบความทรงจำ" ผมเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องหน้าจอที่กำลังแสดงแผนผังโครงข่ายเน็ตเวิร์ก "พวกมันเรียกตัวเองว่า 'กลุ่มปลดแอกเงาสวรรค์' กลุ่มกบฏที่ถูกระบบผนึกไว้ในชั้นใต้ดินลึกที่สุดของเซิร์ฟเวอร์ พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่เคลียร์เกมเพื่อกลับสู่โลกความเป็นจริงเหมือนพวกเรา... แต่พวกเขาต้องการทำลายเซิร์ฟเวอร์ทิ้งทั้งระบบ เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ แม้ว่านั่นจะหมายถึงการลบข้อมูลชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในยุทธภพนี้ก็ตามที"
ลีนาชะงักไปเล็กน้อย เธอคลายมือออกจากด้ามดาบ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานโฮโลแกรมของผม กลิ่นอายความร้อนจากธาตุไฟในตัวเธอลดระดับลง กลายเป็นความเงียบขรึมที่หาได้ยาก
"ทำลายเซิร์ฟเวอร์ทิ้ง... บ้าไปแล้วหรือไง?" เธอกล่าวพึมพำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ถ้าเซิร์ฟเวอร์ล่ม ทุกคนในโลกนี้ รวมถึงพวกมันเองก็จะสลายกลายเป็นแค่เศษข้อมูลว่างเปล่าไม่ใช่หรือไง ทำไมพวกเขาถึงยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งตัวตนของตัวเองด้วย?"
"เพราะสำหรับพวกเขา การมีชีวิตอยู่โดยเป็นทาสของกฎเกณฑ์ที่ถูกเขียนขึ้นมาบังคับ มันเจ็บปวดกว่าการไม่หลงเหลืออะไรเลยยังไงล่ะครับ" ผมหันไปสบตากับเธอ แววตาของผมสะท้อนภาพความรู้สึกผิดที่คุ้นเคย—ความรู้สึกเดียวกับวันที่ผมเคยสร้าง AI แล้วมันเกิดบั๊กจนทำลายระบบงานจริงในโลกเก่า "ความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทำตามคำสั่ง โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกทางเดินของตัวเอง... ผมเข้าใจพวกเขาดี"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังฮัมเบา ๆ เป็นฉากหลัง ลีนาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าผมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของผมเบา ๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากเธอช่วยดึงสติผมให้หลุดออกจากวังวนความคิดด้านลบ
"นายไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดของคนทั้งโลกไว้คนเดียวหريك..." ลีนาถอนหายใจยาว น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หน้าที่ของเราตอนนี้ไม่ใช่การไปนั่งเห็นอกเห็นใจโปรแกรมที่รั้นจะพังบ้านตัวเอง แต่คือการหาทางอุดรอยรั่วและหยุดพวกมันก่อนที่เวลา 72 ชั่วโมงจะหมดลงต่างหากเล่า"
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของผม ความอบอุ่นจากเพื่อนร่วมทางคนนี้มักจะเข้ามาถูกจังหวะเสมอ
"คุณพูดถูกครับ ลีนา" ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบภารกิจขึ้นมาแสดงตรงหน้า "จากข้อมูลข่าวกรองที่เราเพิ่งถอดรหัสได้ จุดศูนย์กลางการควบคุมของกลุ่มกบฏอยู่ที่ 'ซากปรักหักพังเซิร์ฟเวอร์ชั้นที่ 40' ซึ่งเป็นจุดอับสัญญาณที่ระบบหลักเข้าไม่ถึง ถ้าเราต้องการหยุดแผนการระเบิดเซิร์ฟเวอร์ เราต้องเดินทางไปที่นั่นและทำการรีบูตแกนกลางด้วยมือ"
"ชั้นที่ 40 งั้นเหรอ?" ลีนาแค่นหัวเราะในลำคอ พร้อมกับดึงดาบเวออกมาควงเล่นอย่างคล่องแคล่ว แววตาสีเพลิงลุกโชนด้วยความท้าทาย "ฟังดูเป็นงานเลี้ยงต้อนรับที่น่าสนุกดีนี่ ระหว่างทางคงมีฝูงโปรแกรมรักษาความปลอดภัยบ้าคลั่งมาคอยต้อนรับพวกเราเพียบแน่"
"แน่นอนครับ" ผมกดปุ่มยืนยันแผนการเดินทาง หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นเตือนสติในหัว
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏ ณ โซนเขตแดนต้องห้าม]*
*[ภารกิจระดับ SSS: 'หยุดยั้งการทำลายล้างเซิร์ฟเวอร์' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ]*
*[เวลาที่เหลือ: 28 ชั่วโมง 45 นาที]*
ทว่า ในวินาทีที่ผมกำลังจะปิดหน้าต่างระบบเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง เสียงแจ้งเตือนอีกรูปแบบหนึ่ง—เสียงที่ไม่มีอยู่ในชุดคำสั่งปกติของเกม—ก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาท เป็นสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับวิกฤตที่ไม่ได้มาจากระบบหลัก และไม่ได้มาจากกลุ่มกบฏ
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงจอเดียวที่ติดขึ้นมาใหม่โดยอัตโนมัติ ภาพที่ปรากฏไม่ใช่แผนผังของหอคอย หรือพิกัดของกลุ่มกบฏ แต่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกห้องควบคุม ที่ซึ่งร่างของใครบางคนกำลังยืนรอพวกเราอยู่
บุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังเงยหน้าขึ้นมองตรงมาที่เลนส์กล้อง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าภายใต้ฮู้ด และในมือของเขากำลังถือ "คีย์การ์ดผู้ดูแลระบบสูงสุด" ที่ควรจะสูญหายไปตั้งแต่สามปีก่อน... พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ส่งตรงเข้ามาในสมองของผมอีกครั้ง
*"ยินดีต้อนรับสู่ด่านสุดท้าย... คริต นายคิดจริง ๆ หรือว่านายเป็นคนเดียวที่รู้ความลับของโลกใบนี้?"*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจกู้โลกใน 72 ชั่วโมง•ตอนที่ 18
ข่าวกรองจากแดนไกล
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจกู้โลกใน 72 ชั่วโมง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!