นางร้ายสายเกษตรกับแผนสร้างอาณาจักรผักสวนครัว•ตอนที่ 3

สามีผู้มาพร้อมความเย็นชา

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าเจ้าคิดจะใช้เรือนหลังนี้เป็นที่ซุกหัวนอนเพื่อรอวันหยิ่งผยองเหมือนเช่นเคย เกรงว่าเจ้าคงต้องคำนวณเวลาใหม่เสียแล้วค่ะ ท่านพี่จาง" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูหนาวดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของโถงทางเข้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรสด หลินฟางเซียนมิได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของฝุ่นควันจากการเดินทางไกลและหยาดเหงื่อที่แห้งกรัง แต่ทว่าแววตากลับคมกริบดุจพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ จางหยางเฉิน ขุนนางท้องถิ่นผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานีต่อศัตรูและเย็นชาต่อภรรยา หลุบตามองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนระแวง เขาจากบ้านไปปฏิบัติราชการชายแดนเพียงสามเดือน เหตุใดภรรยาผู้เอาแต่ใจ ร้องแรกแหกระเชิง และมักจะใช้เวลาค่อนวันหมดไปกับการประทินโฉม ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน? "ฟางเซียน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง เขากวาดสายตาสำรวจร่องรอยคราบดินบางๆ บนปลายนิ้วเรียวสวยนั้น รวมถึงรอยเปื้อนคราบหญ้าที่ชายกระโปรงผ้าป่านเนื้อหยาบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สตรีตระกูลสูงศักดิ์ไม่มีวันลดตัวลงมาสัมผัส "เจ้ากำลังเล่นตลกอันใดอยู่ หรือนี่เป็นกลอุบายครั้งใหม่ที่จะเรียกร้องความสนใจจากข้า" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางมิได้โกรธเคืองกับวาจาดูแคลนนั้น เพราะหากมองจากมุมมองของเขา นางในอดีตคือสตรีที่สร้างแต่ความอับอายและปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน การที่เขาจะระแวงสงสัยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย "กลอุบายหรือคะ?" นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดแบบธรรมชาติจากตัวนางลอยปะทะจมูกชายหนุ่ม ชวนให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดรอยกระตุกวูบหนึ่งอย่างไม่คาดคิด "ท่านพี่มองข้าตื้นเขินเกินไปแล้วกระมัง ในขณะที่ท่านกังวลว่าข้าจะก่อเรื่อง ข้ากำลังคิดคำนวณว่าแปลงผักกวางตุ้งหลังเรือนจะโตทันเก็บเกี่ยวไปขายในตลาดเมืองสัปดาห์นี้หรือไม่ต่างหากล่ะคะ" ดวงตาคมกริบของจางหยางเฉินหรี่ลงเล็กน้อย เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง พยายามค้นหาความเสแสร้งหรือร่องรอยการโกหก ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความมั่นใจและประกายระยิบระยับของความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นจากนางเลยตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา สามปีที่ผ่านมา นางเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย เรียกร้องให้เขากลับมาจากค่ายทหารเพื่อพาเธอกลับบ้านเดิมที่เมืองหลวง แต่วันนี้... สตรีตรงหน้ากลับยืนอยู่ท่ามกลางแปลงผักด้วยท่าทีองอาจราวกับแม่ทัพหญิงที่กำลังตรวจพล "ผักกวางตุ้งงั้นหรือ..." เสียงทุ้มลอดไรฟันด้วยความไม่เข้าใจ "เจ้าถึงกับยอมลดตัวลงมาทำไร่ทำสวนเอง เพื่อแลกกับเศษเงินไม่กี่อีแปะเนี่ยนะ? สมองของเจ้าคงได้รับความกระทบกระเทือนระหว่างที่ข้าไม่อยู่จริงๆ สินะ" "ท่านจะดูถูกเศษเงินพวกนั้นไม่ได้เด็ดขาดนะคะท่านพี่ เพราะ 'เศษเงิน' ที่ท่านว่า สามารถทำให้เรามีข้าวสารกินอิ่มท้องไปตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องไปก้มหัวยืมเงินจากสกุลเดิมของข้า หรือต้องทนฟังคำดูถูกจากแม่สามีผู้ใจร้ายของท่านอย่างไรล่ะคะ" ฟางเซียนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบด้วยน้ำผึ้ง คำพูดนั้นทำให้จางหยางเฉินถึงกับชะงักงัน เขาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความไม่พอใจที่นางกล้าหยิบยกเรื่องมารดาของเขาขึ้นมาพูดตรงๆ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและมารดาจะไม่ค่อยสู้ดีนักเนื่องจากปัญหาการเมืองในครอบครัว แต่การที่ภรรยามาต่อปากต่อคำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจของเขาในฐานะผู้นำครอบครัวเช่นกัน "เจ้ากล้าดียังไง..." "ข้ากล้าเพราะข้าพูดความจริงค่ะ" ฟางเซียนแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด นางผผายมือเชิญให้เขาเดินเข้าไปในตัวเรือนที่ตอนนี้ถูกจัดระเบียบเสียใหม่จนดูสะอาดตาและอบอุ่น "เชิญท่านพี่เข้ามาด้านในก่อนเถอะค่ะ เดินทางมาเหนื่อยๆ ข้าเพิ่งต้มน้ำสมุนไพรลดความอ่อนล้าไว้ และ... ดูท่าทางท่านคงยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าใช่ไหมคะ?" จางหยางเฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ ร่างสูงยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม ราวกับระแวงว่านี่คือกับดัก เขามองตามร่างเพรียวบางที่หมุนตัวเดินนำเข้าไปในห้องโถงอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังที่เคยห่อเหี่ยวและเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส บัดนี้กลับตั้งตรงสง่างามในชุดผ้าฝ้ายธรรมดา บรรยากาศภายในเรือนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายความหงุดหงิดและความตึงเครียดค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวเล็กๆ ด้านหลัง ฟางเซียนไม่ได้สนใจท่าทีระแวงของสามี นางปล่อยให้เขาใช้เวลาคิดทบทวนกับความสงสัยของตนเอง ในขณะที่สองมือเรียวจัดการตักข้าวต้มธัญพืชร้อนๆ ที่เคี่ยวจนข้นกำลังดี พร้อมกับเครื่องเคียงผดุงสุขภาพที่นางเพิ่งเก็บมาจากแปลงเกษตรมิติพิเศษเมื่อเช้า "มากินเสียหน่อยเถอะค่ะ" นางวางชามกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงชามกระทบเนื้อไม้เบาๆ ดึงสติของชายหนุ่มให้หลุดออกจากภวังค์ จางหยางเฉินก้าวเท้าตามเข้ามาอย่างเงียบๆ เขานั่งลงตรงข้ามกับนาง สายตายังคงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย เขามองชามข้าวต้มตรงหน้าที่มีสีสันน่ากินและส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจอย่างประหลาด มันไม่ใช่หรูหราแบบอาหารในจวนขุนนางใหญ่ แต่มันกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก "ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้ใส่ยาพิษลงไป?" เขาถามเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับไหววูบเล็กน้อย ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวต้มใส่ถ้วยให้นางเอง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้ใบหน้าหวานละมุนนั้นดูงดงามจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าข้าอยากฆ่าท่านพี่ ข้าคงปล่อยให้ท่านอดตายอยู่กลางสนามรบตั้งแต่เดือนแรกแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลืองยาพิษราคาแพงมาใส่ในข้าวต้มชามนี้หรอกนะคะ... กินเสียเถอะค่ะ ก่อนที่มันจะเย็นชาราวกับท่าทีของท่านในตอนนี้" จางหยางเฉินนิ่งอึ้งไปกับคำตอบนั้น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ สตรีตรงหน้าไม่เพียงแต่เปลี่ยนไป นางยังมีความกล้าหาญและความเฉลียวฉลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้นอย่างแนบเนียน เขายื่นมือไปหยิบช้อนกระเบื้องขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปากช้าๆ รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม และอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและการสู้รบมาแรมเดือนราวกับถูกชะล้างออกไปด้วยอาหารจานเดียวนี้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะผ่อนคลายลง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกที่คุ้นเคย "หลินฟางเซียน! นังสะใภ้ตัวดี! ออกมาเดี๋ยวนี้! เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาหญ้าเน่าๆ มาขายให้ร้านค้าของข้า แถมยังกล้าปฏิเสธคำสั่งของแม่สามีอย่างฉันเรอะ!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลจาง (ป้าสะใภ้) ดังทะลุประตูดังลั่นเข้ามาถึงในบ้าน ฟางเซียนหันไปมองประตูหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีที่ตอนนี้วางช้อนในมือลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบของจางหยางเฉินมืดมนลงทันที รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว "ดูท่าทาง... อาณาจักรผักของเราจะได้ต้อนรับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ที่น่ารำคาญที่สุดเร็วกว่าที่คิดเสียแล้วนะคะท่านพี่" ฟางเซียนเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานสายตากับสามีที่กำลังลุกขึ้นตามมาติดๆ "เชิญท่านพี่นั่งพักต่อเถอะค่ะ เรื่องนี้... ให้ภรรยาผู้ไร้ความประพฤติคนนี้ เป็นคนจัดการต้อนรับพวกเขาด้วยตนเองดีกว่านะคะ" จางหยางเฉินมองตามร่างบางที่ก้าวเดินออกไปอย่างไม่เกรงกลัว มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก... ภรรยาของเขากำลังจะออกไปรบ และไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะต้องเสียน้ำตาเพราะความปากกล้าของนาง หรือเขาจะต้องเป็นคนห้ามปรามไม่ให้ภรรยาฆ่าคนตายด้วยวาจากันแน่! (โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาลิ้มรสความสุขในวิถีชนบทนี้ร่วมกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับแผนสร้างอาณาจักรผักสวนครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%