รสชาติของเลือดฝาดในโพรงปากและกลิ่นอับชื้นของฟางข้าวเก่าๆ คือสิ่งแรกที่ดึงสติของหลินฟางเซียนให้กลับคืนสู่ความจริง
"หากยังไม่ตาย ก็ลุกขึ้นมาเสีย! อย่ามาสำแดงมารยาตบตาข้าในยามนี้ บ้านสกุลจางแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับให้คุณหญิงตกอับเช่นเจ้ามานอนสำออยรอความตาย!"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบคมราiใบมีดโกนบาดลึกลงมาพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ หลินฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึกโดยสัญชาตญาณ ความทรงจำอันกระจัดกระจายและหนักอึ้งดุจหินผาพรั่งพรูเข้ามาในสมองราวกับกระแสน้ำเชี่ยว นางไม่ใช่คุณหนูตระกูลหลินผู้เอาแต่ใจและเหยียบย่ำผู้คนในเมืองหลวงอีกต่อไปแล้ว แต่น นางคือ 'หลินฟางเซียน' ภรรยาที่ถูกตระกูลเดิมตัดหางปล่อยวัดและถูกเนรเทศมาอยู่ชายแดนอันทุรกันดารร่วมกับสามีที่ชาวบ้านต่างขนานนามว่า 'ปีศาจไร้ใจ'
ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหยิ่งผยองค่อยๆ ลืมขึ้น กวาดสายตามองหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าปะชุนที่ยืนเท้าสะเอวจ้องมองนางด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ นั่นคือ 'ท่านป้าซุน' แม่บ้านผู้ดูแลความเรียบร้อยในเขตเรือนพักทหารร้างแห่งนี้
"มองหน้าข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? คิดจะใช้สายตาต่ำทรามเช่นนั้นมาข่มขู่ข้าหรือ?" ป้าซุนแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองสภาพร่างกายที่ผอมโซและเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนฝุ่นผงของหญิงสาวบนพื้น "จำใส่กะโหลกหนาๆ ของเจ้าไว้เสียว่า ที่นี่ไม่ใช่เรือนหอในเมืองหลวง เจ้าเป็นเพียงภรรยาของนักโทษเนรเทศ ไร้ซึ่งเบี้ยหวัด ไร้ซึ่งเกียรติยศ และหากวันนี้เจ้ายังลุกไปตักน้ำผ่าฟืนไม่ได้ ข้าจะให้คนโยนสำรับข้าวต้มก้นหม้อทิ้งเสีย แล้วให้พวกเจ้าสองสามีภรรยาแทะดินกินลมกันเอง!"
หลินฟางเซียนไม่ได้โต้ตอบทันที นางใช้มือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดจากการเดินทางอันยาวนานและการขาดสารอาหารแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ทว่า ภายในแววตาคู่นั้นกลับไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความสิ้นหวังดังเช่นเจ้าของร่างเดิมแม้แต่น้อย
กลับกัน... มันคือประกายระยิบระยับของความท้าทายและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
*ระบบวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน* ที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของนางส่งเสียงเตือนเบาๆ ในโสตประสาท พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่แสดงสถานะพลังงานและเมล็ดพันธุ์ตั้งต้น แสดงว่านี่ไม่ใช่ความฝัน นางได้รับโอกาสครั้งที่สองจากสวรรค์ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ห่างไกลจากวังวนแห่งการแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง และที่สำคัญ... นางจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครหน้าไหนกดขี่ข่มเหงอีกเป็นอันขาด
"ขอบพระคุณท่านป้าที่กรุณาตักเตือนสติ" หลินฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าราบเรียบจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "เรื่องฟืนและน้ำ ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยก่อนตะวันตรงหัวอย่างแน่นอน ท่านป้าโปรดวางใจได้"
ป้าซุนหรี่ตามองด้วยความเคลือบแคลงใจ นางคาดหวังจะได้เห็นอีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟายหรืออาละวาดเช่นทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการเผชิญหน้าอย่างสงบและมั่นคงจนน่าประหลาดใจ หญิงสูงวัยแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปด้วยความหงุดหงิด
เมื่อร่างของป้าซุนลับตาไป หลินฟางเซียนจึงสำรวจกระท่อมผุพังหลังนี้อย่างละเอียด ฝาผนังไม้ไผ่สานมีรอยโหว่จนลมหนาวพัดผ่านเข้ามาได้ พื้นดินแห้งแล้งไร้ซึ่งความเขียวขจี มีเพียงกองฟืนชื้นแฉะและหม้อดินเก่าๆ ที่มีคราบเขม่าจับหนาเตอะ นี่คือวิมานที่ตระกูลหลินมอบให้เพื่อขับไล่นางให้มาตายอย่างช้าๆ
แต่สำหรับนาง... ที่นี่คือผืนผ้าใบว่างเปล่าที่รอการแต่งแต้ม
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม หลินฟางเซียนหันไปมองและพบกับเจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเข้มคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นมองมาที่นางด้วยความระแวดระวังและเย็นชา นี่คือ 'จางหยางเฉิน' สามีตามพฤตินัยที่นางไม่เคยใส่ใจและมักจะแสดงความรังเกียจใส่เขามาโดยตลอด
จางหยางเฉินหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายของหยาดเหงื่อและฝุ่นดินจากการทำงานหนัก มือหนากำด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นราวกับสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"เจ้าฟื้นแล้วก็ดี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก "อย่าได้สร้างเรื่องวุ่นวายอะไรอีก ข้าไม่มีเวลามาตามเช็ดตามเช็ดเรื่องไร้สาระของเจ้า"
เขากล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินผ่านร่างนางไปเพื่อวางเครื่องมือเกษตรกรรมเก่าๆ ไว้ที่มุมห้อง ท่าทีห่างเหินและเต็มไปด้วยกำแพงความรู้สึกนั้นชัดเจนยิ่งนัก เขามองนางเป็นภาระ เป็นตัวถ่วงที่ทางการยัดเยียดให้เพื่อเป็นการลงทัณฑ์เพิ่มเติม
หลินฟางเซียนมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าของสามี นัยน์ตาคู่สวยไหววับด้วยความรู้สึกหลากหลาย อดีตสามีภรรยาคู่นี้ต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในความทุกข์และอคติจนสร้างบาดแผลให้แก่กัน แต่ในเมื่อสวรรค์เมตตานาง นางย่อมไม่ปล่อยให้ชีวิตคู่และชีวิตใหม่นี้ต้องจบลงบนกองขี้เถ้าอย่างแน่นอน
"ท่านพี่..." หลินฟางเซียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและกังวานกว่าทุกครั้ง
จางหยางเฉินชะงักฝีเท้า หันกลับมามองนางด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย ดวงตาคู่นั้นฉายแววระแวงราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกคุกคาม นางไม่เคยเรียกเขาเช่นนี้มาก่อน มีแต่ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามและเสียงกรีดร้องโวยวาย
"ข้ารู้ว่าท่านเหนื่อย" หลินฟางเซียนลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอ แต่นางก็ยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาอย่างตรงไปตรงมา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเปี่ยมไปด้วยความจริงใจที่หาได้ยากยิ่ง "แต่จากนี้ไป... ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ท่านไม่ต้องแบกรับภาระไว้คนเดียวอีกแล้ว และข้าสัญญาว่า... ข้าจะทำให้กระท่อมผุพังหลังนี้กลายเป็นวิมานที่อบอุ่นที่สุดให้ท่านได้เห็น"
จางหยางเฉินจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนฝุ่นแต่กลับมีประกายความมั่นใจเจิดจ้าอยู่ในดวงตา หัวใจที่ด้านชาและเย็นเยียบมานานนับปีของเขากระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทันใดนั้นเอง... กลิ่นหอมหวานอันแปลกประหลาดและชวนน้ำลายสอ ก็โชยลอยมาจากทางหน้าต่างห้องครัวเล็กๆ ด้านหลังกระท่อม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ควรจะว่างเปล่าและไม่มีใครใช้งานมานานนับปี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกุหลาบหนามเงินนะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับแผนสร้างอาณาจักรผักสวนครัว•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับแผนสร้างอาณาจักรผักสวนครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
