กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานประธานบริษัทผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะกำลังกระพริบเตือนข้อความจากสำนักข่าวเศรษฐกิจหัวใหญ่ ที่พาดหัวข่าวด้วยตัวอักษรหนาเตอะ เล่นเอาคนอ่านอยากจะกวาดทุกอย่างบนโต๊ะลงถังขยะให้รู้แล้วรู้รอด
"ไอ้กรณ์... มันเล่นสกปรกเกินไปแล้วค่ะคุณคิม"
กันต์ธرกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อพาสีขาวโพลน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ ไม่เหลือเค้าลางของเลขาหนุ่มผู้เรียบร้อยเลยสักนิด เอกสารสำคัญที่ถูกสับเปลี่ยนเป็นกระดาษเปล่าในตู้เซฟเมื่อคืน เป็นหลักฐานชั้นดีว่ามี "หนอนกระบอง" คอยชักใยอยู่ภายในองค์กร และคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากความพินาศนี้ก็หนีไม่พ้นคู่แข่งตัวฉกาจอย่างกรณ์
คิมหันต์ยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟราคาหุ้นของบริษัทที่กำลังดิ่งลงเหว ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว แต่ลึกๆ แล้วเขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยสมองอันปราดเปรื่อง ทว่าสิ่งที่กวนใจชายหนุ่มยิ่งกว่าตัวเลขมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้าน คือท่าทีของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างหาก
"นายกลัวเหรอ... กันต์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่กำลังฮึดฮัดด้วยความโมโห มือหนายื่นออกไปหมายจะดึงแท็บเล็ตเจ้าปัญหาออกจากมือเรียว
"กลัวอะไรคะ? กลัวบริษัทเจ๊ง หรือกลัวไม่ได้เอาคืนไอ้บ้านั่น!" กันต์เงยหน้าขึ้นสวนกลับทันควัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ "ดิฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดนะคะคุณคิม และที่สำคัญ... ดิฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำบริษัทที่เราเหนื่อยด้วยกันมาหรอกค่ะ"
คำว่า "เราเหนื่อยด้วยกัน" กระแทกเข้ากลางใจคิมหันต์อย่างจัง กำแพงความเย็นชาที่เขาอุตส่าห์สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความรู้สึกพังทลายลงในพริบตา มุมปากหยักระบายรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก มือหนาเปลี่ยนจากแย่งแท็บเล็ตมาเป็นเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดล่วงลงมาข้างแก้มเนียนอย่างเบามือ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดจนคนฟังถึงกับชะงัก "แต่ฉันชอบ... เวลาที่เธออยู่ข้างฉันแบบนี้"
"นี่ไม่ใช่เวลามาหยอดนะคะคุณคิม!" กันต์หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนขัดใจ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังไม่วายหาจังหวะฉวยโอกาสแซวเขาได้ "ตั้งสติค่ะ! เราเหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนที่ดีลนี้จะหลุดมือ เราต้องหาตัวหนอนและเอาหลักฐานคืนมาก่อนที่พวกมันจะแถลงข่าวใหญ่พรุ่งนี้เช้า"
คิมหันต์ถอนหายใจเบาๆ ยอมถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าวเพื่อตั้งสติ แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังเฉียบคมดังเดิม สมองระดับซีอีโอเริ่มหมุนเร็วจี๋
"ฉันรู้ว่าใครคือคนส่งข่าวให้กรณ์..." คิมหันต์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "และฉันก็รู้ด้วยว่าเอกสารต้นฉบับไม่ได้ถูกเอาออกไปนอกตึก เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของเรายังไม่ถูกแฮกจากภายนอก... มันอยู่แถวนี้แหละ ใกล้ตัวเรานี่เอง"
กันต์หรี่ตามองเจ้านายหนุ่มทันที สมองไวเป็นกรดประมวลผลตามคำพูดนั้นในเสี้ยววินาที "หรือว่า... ฝ่ายการเงิน? คนที่ถือคีย์การ์ดสำรองห้องเซฟมีแค่คุณกับ..."
"คุณหญิงแม่ไม่อยู่... ก็เหลือแค่ผู้จัดการฝ่ายบัญชีคนสนิทที่เพิ่งยื่นใบลาออกเมื่อเช้านี้" คิมหันต์ต่อประโยคให้ทันควัน รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "หึ... คิดจะเล่นเกมกับฉัน มันยังเร็วกว่าสิบปี"
"ถ้าอย่างนั้น..." ดวงตาของกันต์เป็นประกายวับวับ "เรามาใช้แผน 'ย้อนเกล็ดมังกร' กันดีไหมคะคุณคิม?"
ทั้งคู่สบตากันนิ่ง เคมีอันตรายที่เข้ากันได้อย่างลงตัวพุ่งพล่านไปทั่วห้องทำงาน ไดอะล็อกและแผนการร้ายกาจถูกวางแผนขึ้นด้วยความร่วมมือของสองสมองเพชร ฝ่ายหนึ่งคือซีอีโอสายดาร์กผู้ไร้ความปรานี อีกฝ่ายคือเลขาฝีปากกล้าผู้ไม่เคยกลัวใคร การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การกอบกู้บริษัทเท่านั้น แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งใหญ่กับคนที่บังaอาจมาแตะต้อง "คนของคิมหันต์"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะความคิด ทิชาผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ถือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือแน่น
"คุณคิมคะ! คุณกันต์! แย่แล้วค่ะ... ทางสำนักข่าวเพิ่งปล่อยทีเซอร์ข่าวฉบับเต็มออกมาแล้ว และ... และมีคนเห็นคุณกรณ์กำลังถือเอกสารโปรเจกต์ของเราเดินเข้าไปในตึกคู่แข่งแล้วค่ะ!"
คิมหันต์และกันต์หันมามองหน้ากันทันที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่พร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
"ปล่อยให้มันใจชื้นไปก่อนเถอะค่ะ..." กันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ไม่แพ้เจ้านาย "เพราะของจริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นหลังจากนี้ต่างหาก"
คิมหันต์เอื้อมมือไปคว้ามือบางของกันต์มากุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านทะลุฝ่ามือ ยืนยันความเชื่อมั่นที่มีต่อกันอย่างเต็มเปี่ยม
"เตรียมตัวให้พร้อมนะเลขา..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดริน "คืนนี้... เราจะไปพังงานปาร์ตี้ของพวกมันด้วยกัน"
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของกันต์กำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก และระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่กำลังลดลงเรื่อยๆ จนเกือบจะแนบชิด ประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
"ขอโทษทีครับ... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่า?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" มาโดยตลอดนะคะ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 33
ร่วมมือกันสู้
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!