ความเงียบงันในห้องรับแขกส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู ราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยเศษเสี้ยวของกาลเวลาที่พังทลาย
"เด็กคนนี้... ลูกของเราใช่ไหม? แกคือลูกชายของผม... ใช่หรือเปล่าลีลา!"
เสียงของคณินขาดห้วง สะอื้นไห้จนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ประธานหนุ่มผู้เคยถือดี เย่อหยิ่ง และเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต บัดนี้กำลังทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี หยาดน้ำตาอุ่นร้อนร่วงหล่นกระทบหลังมือขาวเนียนของลัลน์ลลินทีละหยด... ทีละหยด... ราวกับสายฝนที่ชะล้างบาปกรรมซึ่งเขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือของตัวเอง
ลัลน์ลลินยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหินอ่อน ร่างกายของเธอบอบบางแต่ตั้งตรงอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความเจ็บปวดและคราบน้ำตาในวันเก่า บัดนี้กลับเรียบเฉย เย็นชา และว่างเปล่าจนน่ากลัว เธอก้มมองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังก้มกราบแทบเท้า สภาพของเขาในยามนี้ช่างน่าสมเพชเวทนาและน่าสะใจในคราวเดียวกัน แต่ลึกลงไปในอกด้านซ้าย... หัวใจดวงที่เคยแตกสลายจนเป็นผุยผงกลับกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"คุณลุกขึ้นเถอะค่ะ คณิน"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ และนั่นคือสิ่งที่บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟังมากที่สุด
"ไม่... ผมจะไม่ลุก! จนกว่าคุณจะตอบผม ลีลา ได้โปรด... บอกผมทีว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของผม" คณินเงยใบหน้าอาบน้ำตาขึ้นมองเธอ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชา บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเวทนาวิงวอน สองมือหนาสั่นเทาราวกับคนไข้โรคประสาท เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมไปแตะชายกระโปรงของเธอด้วยซ้ำ ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ผมมันเลว... ผมมันโง่เง่าที่สุดที่มองไม่เห็นอะไรเลย ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา ผมทำร้ายคุณ... ผมทำร้ายลูกของเราด้วยมือของผมเอง"
"เพิ่งรู้ตัวตอนนี้... ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยเหรอคะ"
ลัลน์ลลินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เธอเบนสายตาลงมองร่างเล็กป้อมของ 'น้องลีโอ' ลูกชายวัยสองขวบที่กำลังทำตาแป๋วด้วยความงุนงง มือเล็กๆ ของเด็กน้อยเอื้อมไปดึงชายเสื้อของมารดาเบาๆ พร้อมกับเอียงคอถามด้วยเสียงใสแจ๋ว
"หม่าม้า... คุณอาคนนั้นร้องไห้ทำไมฮะ? เขาเจ็บขาหรอ ทำไมถึงนั่งลงไปตรงนั้นล่ะ"
คำถามไร้เดียงสาของลูกชายราวกับมีดกรีดลงบนแผลสดของคณิน หัวใจของคนเป็นพ่อเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้สึกเหมือนตัวเองตกนรกทั้งเป็นในวินาทีที่ได้ยินเสียงเรียกนั้น เสียงที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้ยินมาตลอดชีวิตน้อยๆ ของลูก
คณินหันขวับไปมองเด็กชายที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ดวงตาดื้อรั้น จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักนั้น... มันคือพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน ความจริงที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าทำให้เขาร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้ดังระงมไปทั่วห้อง
"ลีลา... ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ คุณจะด่า จะตี จะฆ่าผมให้ตายผมก็ยอม ขอแค่ให้โอกาสผมได้แก้ตัว... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อสักครั้งเถอะนะ" คณินคลานเข่าเข้าไปใกล้ร่างบางอีกนิดอย่างหมดฟอร์ม เขายอมจำนนต่อหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย
ลัลน์ลลินสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที เพื่อดึงสติและความเข้มแข็งทั้งหมดกลับมา เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้าไปยืนประจันหน้ากับเขา เต็มไปด้วยสง่าราศีของเวิร์กกิ้งวูแมนผู้ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน มือเรียวบางย่อตัวลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอก พร้อมกับใช้สายตาคมกริบมองก้มลงมองอดีตสามี
"คุณขอโทษเหรอคะ? คำขอโทษของคุณมันมีค่าพอกับหยดน้ำตาที่ฉันเคยหลั่งรอนแรมในคืนที่มืดมิดหรือเปล่า? คณิน... คุณเคยจำได้ไหม วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านทั้งๆ ที่ฉันกำลังอุ้มท้องลูกของคุณอยู่... คุณบอกว่าฉันมันผู้หญิงหน้าเงิน คุณบอกว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่ลูกของคุณด้วยซ้ำ!"
ทุกคำพูดของเธอราวกระบี่คมกริบที่ปักลงกลางใจคณิน เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จำนนต่อความจริงและอดีตอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ
"วันนั้น... ฉันเกือบตายค่ะ คณิน" ลัลน์ลลินกล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่แววตากลับสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "วันที่ฉันคลอดลูก ไม่มีแม้แต่เงาของสามี ไม่มีแม้แต่คำปลอบโยน มีเพียงความโดดเดี่ยวและความกลัวว่าลูกจะไม่รอดชีวิต ฉันต้องสู้ด้วยตัวคนเดียว สร้างทุกอย่างขึ้นมาจากเถ้าถ่าน เพื่อปกป้องเด็กคนนี้จากโลกอันโหดร้ายที่คุณเป็นคนผลักเราตกลงไป"
"ลีลา..." คณินครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย หัวใจของเขาบีบอัดจนแทบระเบิด เขาอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตเหลือเกิน อยากตบหน้าตัวเองในวันนั้น วันที่เขาตาบอดและหูหนวก ปล่อยให้ปีศาจแห่งความเย่อหยิ่งครอบงำ จนทำลายครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตทิ้งไป
"แต่ตอนนี้... คุณกลับมาบอกว่าอยากทำหน้าที่พ่ออย่างนั้นเหรอคะ?" เธอยิ้มเยาะ ยิ้มที่ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำร้าวราน "สายไปค่ะ คณิน... ลูกคนนี้มีแค่ 'หม่าม้า' มาตั้งแต่ต้น และเขาโตมาได้โดยไม่มีคุณคอยดูแล เพราะฉะนั้น อย่ามาเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นพ่อในวันที่เราไม่ได้ต้องการคุณอีกแล้ว"
"ไม่! ลีลา คุณจะพรากลูกไปจากผมไม่ได้ เขาเป็นลูกของผม ผมมีสายเลือดเดียวกับเขาครึ่งหนึ่งนะ!" คณินพยายามเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเธอ แต่ลัลน์ลลินเบี่ยงตัวหลบอย่างไม่ใยดี
"สายเลือดเหรอคะ? เพิ่งรู้เหรอคะว่าเขามีสายเลือดเดียวกับคุณ ตอนที่คุณเซ็นใบหย่า คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณตัดขาดจากเราไปแล้ว!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของคณินก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิดตั้งใจจะกดตัดสาย แต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ดวงตาคมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
ชื่อที่โชว์หราอยู่คือ... *'แพรรุ้ง'*
คณินหน้าถอดสีทันที เขารีบกดปฏิเสธสายนั้นทันควัน แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อลัลน์ลลินเหลือบไปเห็นชื่อนั้นพอดี มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้คณินรู้สึกหนارะเยือกไปถึงไขสันหลัง
"อ๋อ... โทรมาขัดจังหวะการไถ่บาปพอดีเลยสินะคะ" ลัลน์ลลินหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "ทำไมไม่รับสายเขาล่ะคะ เผื่อคุณผู้หญิงคนนั้นจะมีแผนการอะไรมาให้คุณช่วยแก้ตัวอีก หรือว่า... ความจริงทั้งหมดที่คุณทำอยู่ตอนนี้ มันก็แค่ละครฉากหนึ่งที่คุณกับแพรรุ้งร่วมมือกันเล่นตลก เพื่อมาปั่นหัวฉันเล่นอีกรอบกันแน่!"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะลีลา! ฟังผมก่อน!" คณินหน้าซีดเผือด ลนลานจนทำอะไรไม่ถูก เขารีบคลานเข้าไปหาเธออย่างลืมฟอร์ม รีบอธิบายด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ผมไม่ได้ติดต่อกับแพรรพ้งมาเป็นปีแล้วนะลีลา ผมตัดขาดจากเธอตั้งแต่วันนั้น... วันที่ผมรู้ความจริงว่าเธอคือคนใส่ร้ายคุณ! ได้โปรดเชื่อผมเถอะ!"
"ความจริงเหรอคะ?" ลัลน์ลลินสบตากับเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึกใดๆ "สำหรับฉันแล้ว... ระหว่างคุณกับผู้หญิงคนนั้น ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยสักนิดเดียว คุณสองคนเคยเหยียบย่ำฉันจนจมดิน และจำไว้ให้ดีนะคณิน... ต่อให้คุณจะคุกเข่าจนเลือดออก หรือเอาชีวิตมาแลก ฉันก็ไม่มีวันให้อภัยผู้ชายใจร้ายอย่างคุณเด็ดขาด!"
พูดจบ หญิงสาวก็อุ้มลูกชายเดินเลี่ยงผ่านร่างของเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้คณินทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง หยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลอาบแก้มสากระคายของลูกผู้ชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ลัลน์ลลินกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องรับแขก เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาท
ร่างระหงของหญิงสาวในชุดแฟชั่นแบรนด์เนมก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคทำลายล้างที่ทำให้ทั้งคณินและลัลน์ลลินต้องชะงักกุน
"อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะที่เข้ามาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์ แต่พอดีฉันมี 'เอกสารชิ้นสำคัญ' ที่คุณคณินน่าจะอยากดู... เกี่ยวกับสิทธิ์การเลี้ยงดูน้องลีโอค่ะ!"
แพรรุ้งฉีกยิ้มกว้าง ชูซองเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ละอองดาวเดือนเก้า" เสมอมานะคะ)*
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 33
น้ำตาของลูกผู้ชาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!