"รสสัมผัสของซอสตัวนี้... เหมือนความพยายามที่ล้มเหลวของนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งหัดเข้าครัววันแรกครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานด้วยกระแสเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดในร้าน 'The Artisan' กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศที่เคยอบอวลชวนให้ผู้คนแวะเวียนเข้ามาดูเหมือนจะจางหายไปทันทีที่ประโยคนั้นสิ้นสุดลง คณินวางช้อนสแตนเลสลงบนจานกระเบื้องเคลือบ เสียงกระทบกันของมันดังก้องในความรู้สึกของรสา ราวกับเสียงระเบิดที่จุดชนวนความเดือดพล่านในอกเธอให้พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
รสาเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทางองอาจ เธอยังคงสวมผ้ากันเปื้อนสีเข้มที่มีรอยเปื้อนซอสจางๆ ราวกับเครื่องหมายยศของนักรบ สายตาคมกริบจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่นั่งเหยียดหลังตรงราวกับรูปปั้นเทพบุตรผู้ถือคทาแห่งการตัดสิน เขาคือคณิน ชายผู้ได้รับฉายาว่า 'เพชฌฆาตแห่งวงการอาหาร' นักวิจารณ์ปากร้ายที่ใครๆ ต่างหวาดเกรง
"ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่อง 'ความซับซ้อนของรสชาติ' มากพอ ผมแนะนำว่าพรุ่งนี้ร้านนี้ควรเปลี่ยนเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวข้างทางจะดีกว่านะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลูกค้าที่เขามีลิ้นไว้รับรสจริงๆ" คณินกล่าวต่อโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้าของร้าน
"ปากดีจังนะพ่อคุณ" รสากระตุกยิ้มมุมปาก ความโกรธถูกแทนที่ด้วยความท้าทาย เธอโน้มตัวลงไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ "การวิจารณ์อาหารมันเป็นศิลปะ ไม่ใช่เครื่องมือระบายปมด้อยในใจของคุณ ถ้าคุณบอกว่าซอสนี่ล้มเหลว งั้นรบกวนช่วยสาธิตให้ดูหน่อยได้ไหม ว่าระดับ 'มือพระกาฬ' ที่คุณภูมิใจนักหนาน่ะ... จะปรุงจานนี้ให้ดีขึ้นได้ยังไง"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที กรณ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคณินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพอย่างตื่นเต้น เขารู้ดีว่านี่คือ 'ของจริง' สัญชาตญาณโปรดิวเซอร์ในตัวบอกเขาว่าจังหวะนี้แหละที่จะสร้างยอดวิวถล่มทลาย
คณินชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยไฟแค้น เขาไม่ได้หลบสายตา กลับกัน เขากลับเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน "ท้าผมเหรอครับ? คุณรสา?"
"ใช่ค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัว" รสาเว้นจังหวะ พลางแค่นหัวเราะ "ท้าผมเหรอครับ คุณรสา? หรือว่ากลัวว่าถ้าลงมือทำจริงแล้วรสชาติมันจะออกมาห่วยแตกพอกัน?"
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากเขามหาศาลจนแทบจะทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง เขาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่น่าหมั่นไส้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดสะอ้านของเขาทำเอารสาต้องเกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าผมทำให้อร่อยกว่าที่คุณปรุงได้... คุณจะว่ายังไงครับ?" เขาหยุดลงตรงหน้าเธอพอดี ระยะห่างที่ใกล้จนรสาได้ยินเสียงลมหายใจของเขา "ถ้าผมทำได้ คุณต้องปิดร้านนี้ไปซะ แล้วไปเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผมเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อเรียนรู้ว่ารสชาติที่แท้จริงน่ะ เขาปรุงกันยังไง"
คำพูดของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ รสาขบกรามแน่น เธอไม่เคยยอมแพ้ใครในครัวแห่งนี้ และไม่มีวันยอมแพ้ผู้ชายถือดีคนนี้เป็นอันขาด
"ถ้าคุณทำไม่ได้... คุณต้องคุกเข่าลงต่อหน้าพนักงานทุกคนในร้านนี้ แล้วยอมรับว่าคุณเป็นแค่นักวิจารณ์ขี้แพ้ที่รู้ดีแต่เรื่องพูด" รสาท้ากลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
กรณ์ที่เห็นท่าไม่ดีเริ่มละล่ำละลัก "เฮ้ย คีย์ รสา ใจเย็นๆ นะครับ นี่มันจะกลายเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ที่ดุเดือดเกินไปแล้วนะ!"
ทว่าทั้งคณินและรสาไม่มีใครฟังเสียงทัดทาน ทั้งคู่จ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง คณินเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาผูกไว้ที่เอวอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางนั้นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้แค่พูด แต่เขาเอาจริง
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่ของเชฟ เสียงกรีดร้องของพนักงานในครัวก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ตามด้วยเสียงหม้อเหล็กหล่นกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"เชฟรสาคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ! ในห้องเย็น... ไฟฟ้าลัดวงจรจนระบบทำความเย็นพังหมดแล้ว อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื้อวากิว A5 ล็อตล่าสุดกำลังจะเน่าเสียหมดแล้วค่ะ!"
รสาหน้าถอดสี ทันทีที่หันหลังกลับไปมองยังห้องครัว เธอก็พบว่าควันสีดำเริ่มพวยพุ่งออกมาจากช่องแอร์ คณินที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะคว้าข้อมือของเธอไว้ทันควัน
"อย่าเข้าไป!" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ถ้าเข้าไปตอนนี้คุณจะสำลักควัน... อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมจัดการเอง!"
เขากระชากเธอมาไว้ด้านหลัง แล้วก้าวเท้าหายเข้าไปในกลุ่มควันนั้นโดยไม่รอคำอนุญาต รสายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าเคาน์เตอร์ หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เธอไม่รู้ว่าควรจะห่วงห้องครัวหรือห่วงผู้ชายที่เพิ่งจะปากร้ายใส่เธอเมื่อครู่นี้มากกว่ากัน
ในความมืดสลัวและควันไฟที่ตลบอบอวล คณินหันกลับมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาสะท้อนความมุ่งมั่นที่เธอยังไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับคำพูดสุดท้ายที่ทิ้งไว้ก่อนประตูครัวจะปิดลง
"จำไว้นะครับรสา... เรื่องเดิมพันของเรา ยังไม่จบแค่นี้แน่นอน"
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงสัญญาณเตือนภัยที่เริ่มดังระงมไปทั่วอาคาร รสามองตามแผ่นหลังของเขาไปอย่างสับสน นี่คือจุดเริ่มต้นของมหันตภัยหรือโชคชะตาที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงกันแน่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความร้อนแรงในบทแรกนี้กับผมนะครับ หวังว่าจะถูกใจกันครับ!
เซฟฟิลด์คนซึมกับเชฟสาวมือพระกาฬ•ตอนที่ 1
บทวิจารณ์แรกที่ทำให้ครัวแทบไหม้
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟฟิลด์คนซึมกับเชฟสาวมือพระกาฬ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!