เสียงแฟลชรัวยิกจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือของรินรดา สะท้อนลงบนกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานอัยการพิเศษชั้นสี่สิบ ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสาดส่องเข้ามา นิ้วเรียวที่สวมถุงมือผ้าบางเฉียบกำลังกดบันทึกภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอกสารลับโครงการประมูลท่าเรือมูลค่าหลายหมื่นล้าน
ชื่อของ 'กวินทร์' หราอยู่บรรทัดบนสุดในฐานะผู้รับผลประโยชน์เบื้องหลัง—หลักฐานชิ้นโบแดงที่เธอตามล่ามาสามเดือนเต็มกำลังจะเสร็จสมบูรณ์
"ให้ตายสิ ตาแก่รอดตัวมานานเกินไปแล้วนะ..." รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดระแวง ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว เธอยกมือถือขึ้นเล็งมุมสุดท้ายเพื่อกดบันทึกหน้าหลักฐานการโอนเงินก้อนโต
*แกร็ก...*
เสียงเปิดประตูด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา แต่ท่ามกลางความเงียบสงัด มันกลับดังชัดเจนราวกับเสียงฟ้าผ่า
รินรดาชะงักกึก สัญชาตญาณนักข่าวสายลุยร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น เธอกวาดสายตาหาที่ซบหลบภัยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหลบหลังผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเนื้อหนา กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยแตะจมูก ทว่ามันไม่ใช่กลิ่นของกวินทร์... มันสะอาด เย็นชา และกดดันจนน่าขนลุก
บานประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างเป็นทางการ พร้อมกับร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ
อลิสา อัยการสาวผู้ได้ฉายาว่า 'ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบไร้พ่าย' วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น เธอไม่ได้เปิดไฟหลัก แต่เลือกที่จะเปิดเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะสีนวล แสงสีส้มอ่อนสาดส่องเสี้ยวหน้าคมคาย ปริมฝีปากสีพีชธรรมชาติเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ดวงตาคู่คมกริบราวกับใบมีดจะกวาดมองไปรอบห้อง
รินรดาที่ยืนแนบชิดติดกระจกหลังผ้าม่าน แทบไม่กล้าหายใจ ความกดดันแผ่ซ่านจนแผ่นหลังชุ่มเหงื่อ เธอกำมือถือในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน—*อย่าหันมานะ อย่าเดินมาทางนี้นะ...* ร้องภาวนาในใจซ้ำๆ
แต่อลิสากลับหยุดเดิน เธอไม่ได้นั่งลงที่เก้าอี้ทำงาน แต่กลับสาวเท้าตรงดิ่งมาทางมุมห้อง... ตรงที่ผ้าม่านผืนหนากำลังปกปิดร่างของเธออยู่
*พรึบ!*
ผ้าม่านถูกกระชากเปิดออกด้วยความเร็วและแรงที่ไม่มีการลังเล แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าตื่นตระหนกของรินรดาเต็มตา
"คิดจะขโมยข้อมูลของสำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ คุณนักข่าวตัวแสบ"
น้ำเสียงนิ่งสนิท ทรงพลัง และเยียบเย็นเอ่ยขึ้นโดยไม่มีอาการตกใจแม้แต่น้อย อลิសายืนกอดอกมองผู้บุกรุกด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าหวาดกลัว
รินรดาเม้มปากแน่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความทิฐิ เธอยืดตัวขึ้นตรง เชิดหน้าสู้สายตาคมกริบคู่นั้นทันที "ฉันไม่ได้ขโมย ฉันแค่กำลังปกป้องความจริงที่คนอย่างคุณกับพวกนักการเมืองกำลังพยายามซุกไว้ใต้พรมต่างหากล่ะ!"
"ความจริง?" อลิសาก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กกว่าต้องถอยหลังไปชนกับกระจกใสโดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัวของอัยการสาวโชยเข้าจมูกจนรินรดาใจสั่นไหวโดยไม่ตั้งใจ "คุณรู้ไหมคะว่าการที่คุณก้าวเข้ามาเหยียบห้องนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่อง 'ความจริง' แต่มันคือการเอาชีวิตโง่ๆ ของคุณมาทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของฉันต่างหาก"
"ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่มาเป็นนักข่าวหรอกค่ะท่านอัยการ" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าสวยเฉียบของอีกฝ่ายโน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างที่ลดลงทำให้เห็นนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นชัดเจนขึ้น มันไม่ได้มีแค่ความเย็นชา แต่มันกำลังซ่อนประกายบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าไฟ
อลิสาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของคนอวดดี น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแต่กลับสร้างความสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"ปากเก่งเสียจริง... แต่ไม่รู้ว่าถ้าฉันแจ้งข้อหาบุกรุกยามวิกาลและขโมยความลับราชการ คุณจะยังทำหน้าอวดดีแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน"
รินรดากัดฟันกรอด ใช้มือข้างที่ถือมือถือดันอกเสื้อสูทของอีกฝ่ายออกเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง "ก็ลองดูสิคะ! ถ้าคุณกล้าแจ้งความ ข้อมูลหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าก็จะแฉเบื้องหลังเน่าเฟะของคุณกับกวินทร์ให้คนทั้งประเทศได้อ่านเหมือนกัน!"
อลิสาหรี่ตามองรอยยิ้มท้าทายบนริมฝีปากอิ่มของรินรดา รอยยิ้มที่ทั้งดื้อรั้นและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือเรียวสวยเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่ถือมือถือไว้บีบแน่นพอประมาณ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายขยับหนีไปไหน เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในความเงียบ
"คิดว่าฉันกลัวคำขู่เด็กๆ ของคุณหรือไงคะ..." อลิสากระซิบเสียงพร่า ปลายเลิฟแมนิเคียวสวยกดน้ำหนักลงที่ข้อมือบางเบาๆ บังคับให้รินรดาต้องแหงนเงยหน้าขึ้นรับสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย "แต่ก่อนที่เราจะไปตกลงเรื่องคดีความกัน... คุณช่วยอธิบายหน่อยสิคะว่าทำไมเบอร์โทรศัพท์ของฉัน ถึงอยู่ในประวัติการโทรเข้าเครื่องคุณเป็นสิบรอบเมื่อคืนนี้?"
รินรดาเบิกตากว้าง สีหน้ามั่นใจเมื่อครู่เจือความเลิกลั่กขึ้นมาทันที อ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่หาคำพูดไม่เจอ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนเรียกจากด้านนอก
"ท่านอัยการครับ! คุณกวินทร์ส่งคนมาขอพบด่วนตอนนี้ บอกว่ามีเรื่องสำคัญเรื่องเอกสารหลุดครับ!"
อลิสาชะงัก สายตาคมกริบละจากใบหน้าของรินรดากลับไปมองที่บานประตูชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับมามองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม รินรดารีบออกแรงสะบัดข้อมือเพื่อหลีกหนี ทว่าอลิสากลับยิ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น กระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่
"อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ... เกมของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองค่ะ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรก และมาร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนของยัยตัวแสบคือผู้คุมกฎสุดเฮี้ยบ•ตอนที่ 1
ข่าวหน้าหนึ่งกับกฎหมายหน้าตาย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือผู้คุมกฎสุดเฮี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
