ดาราสวรรค์ดับสูญกับคมกระบี่ไร้ลักษณ์•ตอนที่ 1

คมกระบี่ในเงามืด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ความตาย... ไม่เคยส่งเสียงเตือนล่วงหน้า มันมักคืบคลานเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของสนิมเหล็กและความเงียบงันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ มหานครโบราณ "เทียนหลาง" ในยามนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังอันรกร้าง กำแพงเมืองสีเทาทะมึนถูกกัดเซาะด้วยกาลเวลาและคราบเลือดที่แห้งกรังมานานนับปี ใต้ท้องฟ้าไร้ดาวซึ่งถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีชาดประดุจผืนผ้าใบแห่งหายนะ เงาร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง บนพื้นถนนที่ปูด้วยศิลาแตกละเอียด ทุกย่างก้าวของเขาไม่ได้สร้างสรรค์เสียงใดนอกจากเสียงสะท้อนก้องกังวานในความว่างเปล่า นั่นคือ "เฟยหลง" ชายหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทราวกับกลืนหายไปกับรัตติกาล เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกและว่างเปล่าดึงดูดทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่ง แต่มันกลับซ่อนประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซุกซ่อนอยู่ในฝัก ปมในใจเกี่ยวกับการสูญสิ้นของตระกูลยังคงแผดเผาจิตวิญญาณของเขาดั่งเปลวเพลิงโลกันตร์ แต่ภายนอกเขากลับนิ่งสงบดั่งผืนน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น "เจ้ารอช้าเกินไปแล้ว... เฟยหลง" เสียงแหบพร่าดั่งเสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า พลับพลาปรักหักพังที่เคยเป็นหอคอยบัญชาการ บัดนี้กลายเป็นจุดซุ่มโจมตีของกลุ่มนักฆ่าเงาทมิฬ เจ็ดร่างปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี พวกมันสวมชุดรัดกุมสีเทาเข้ม ใบหน้าถูกสวมทับด้วยหน้ากากโลหะรูปอสูรแยกเขี้ยว แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว เฟยหลงหยุดฝีเท้าลงอย่างช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมันด้วยความหวาดกลัว มุมปากของชายหนุ่มยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและไร้ซึ่งความปรานี "ข้าเดินทางไกล... ย่อมต้องแวะพักชมทัศนียภาพอันเสื่อมสลายของพวกเจ้าบ้างเป็นธรรมดา" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนกดดันบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้งลงไปอีกหลายส่วน "วาจาคมคายนัก แต่ไม่รู้ว่าคมกระบี่ของเจ้าในวันนี้ จะยังรักษาความโอหังนี้ไว้ได้หรือไม่!" สิ้นเสียงคำราม ร่างทั้งเจ็ดพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า พลังปราณสายหนึ่งระเบิดออกกลายเป็นกลุ่มควันสีดำทมิฬที่แปรสภาพเป็นอสรพิษเพลิงนับร้อยตัว พุ่งตรงเข้าฉีกกระชากเป้าหมายในพริบตา นี่คือกระบวนท่า "อสรพิษกลืนนภา" วิชาลับแห่งสำนักเงาโลหิตที่ร่ำลือกันว่าสามารถสังหารเซียนสวรรค์มาแล้วนับไม่ถ้วน! เฟยหลงยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก ท่ามกลางอสรพิษเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาหมายจะแผดเผาร่างของเขาให้เป็นจุล ดวงตาของเขากลับหรี่แคบลงครู่หนึ่ง *ชู่ว์—* เสียงเหล็กกระทบฝักดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ดั่งเสียงกระซิบของความตาย ไม่มีประกายแสงเจิดจ้า ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้องสะท้านฟ้า มีเพียง "ความว่างเปล่า" สายหนึ่งที่แผ่ขยายออกไปจากร่างของเฟยหลง ในชั่วพริบตาที่คมกระบี่ไร้ลักษณ์ถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง อสรพิษเพลิงนับร้อยที่กำลังคำรามก้องกลับหยุดชะงักกลางอากาศราวกับถูกแช่แข็งด้วยพลังแห่งกาลเวลา กลุ่มนักฆ่าทั้งเจ็ดเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หน้ากากรูปอสูรของพวกมันสั่นระริกเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตที่พวกมันเคยรู้จัก มันไม่ใช่ปราณยุทธ์... แต่มันคือ "กฎเกณฑ์" แห่งการตัดขาด! *ฉับ!* เสียงตัดผ่านอากาศดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ร่างของอสรพิษเพลิงสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำและจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกันนั้น ร่างของนักฆ่าแถวหน้าสุดทั้งสามคนก็แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่รอยตัดบางเฉียบจะปรากฏขึ้นบริเวณลำคอของพวกมันอย่างไร้ที่มา โลหิตสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ ร่างทั้งสามล้มลงกระแทกพื้นศิลาอย่างหมดสิ้นลมหายใจ โดยที่พวกมันยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากระบี่ถูกฟันออกไปตั้งแต่เมื่อใด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมซากเมืองร้างอีกครั้ง เหลือเพียงนักฆ่าที่เหลืออีกสี่คนที่ยืนตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจจนแทบหยุดเต้น เฟยหลงค่อยๆ ดึงกระบี่กลับเข้าฝักอย่างนุ่มนวล ท่วงท่าของเขาสง่างามและไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย ดวงตาคมกลาบกวาดมองผู้รอดชีวิตทั้งสี่ด้วยแววตาที่เยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู "พวกเจ้า... เป็นคนของตำหนักน้ำแข็ง หรือผู้ส่งสารจากขุมนรกกันแน่?" เฟยหลงเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนคู่สนทนาแทบกระอักเลือด ในขณะที่หนึ่งในนักฆ่ากำลังจะอ้าปากตอบด้วยความหวาดกลัว ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีชาด กลับพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในพริบตา เกล็ดหิมะขนาดมหึมาโปรยปรายลงมาราวกับหามีจุดสิ้นสุด อุณหุภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในชั่วพริบตา น้ำแข็งสีครามเข้มก่อตัวขึ้นกลางอากาศราวกับกรงขังมิติ และท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำนั้น เสียงดนตรีจากขลุ่ยหยกอันเยียบเย็นก็ดังแว่วมาตามสายลม พร้อมกับร่างระหงของสตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเดินลงมาจากฟากฟ้า ราวกับนางเซียนผู้ลงทัณฑ์จากสรวงสวรรค์ หลินเซียน... ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอนิ่งสนิทดั่งธารน้ำแข็งพันปี แต่เมื่อกวาดสายมาสบเข้ากับร่างของเฟยหลง ประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในก็ไหววูบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยวาจาใดออกมา ผืนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว รอยแยกสีดำสนิทนับร้อยสายปริแตกออกพร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานจากใต้พิภพ ดวงตาสีทองคู่มหึมาคู่หนึ่งค่อยๆ ลืมขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง... มันคือสัตว์อสูรบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ และการตื่นขึ้นของมันในยามนี้ กำลังจะเปลี่ยนค่ำคืนนี้ให้กลายเป็นทุ่งสังหารที่ไม่มีใครรอดชีวิต! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับสูญกับคมกระบี่ไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%