ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบปะทะซีอีโอจอมเผด็จการ•ตอนที่ 1

สงครามที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาเจ็ดหลักดังสะท้อนก้องห้องประชุมกระจกใสระฟ้า แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กระดาษร่างแบบคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงที่รินรดาใช้เวลาอดหลับอดนอนติดต่อกันสามวันสามคืนปลิวว่อนลงไปกองกับพื้นพรม "นี่คือผลงานที่คุณกล้าเสนอให้ 'Kira Fashion' พิจารณาอย่างนั้นเหรอ รินรดา?" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดันจนแทบทำให้does not breathe เสียงนั้นดังมาจากชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ คิรากร ซีอีโอหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรแฟชั่นมูลค่าหลายหมื่นล้าน ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักของเทพกรีกไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบสีดำสนิทราวกับห้วงอวกาศมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาสمเพชแกมเยาะหยัน รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจจนปลายนิ้วสั่นเทา เธอไม่ใช่ดีไซเนอร์หน้าใหม่ไร้ประสบการณ์ที่จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำผลงานหยาดเหงื่อแรงกายได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ดีว่าแบบร่างชุดนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ "ผลงานชิ้นนี้ผ่านการตรวจสอบและวิเคราะห์ตลาดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วค่ะ ท่านซีอีโอ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตแข็งกร้าวไม่หลบตา "ถ้าคุณคิรากรจะกรุณาใช้สมองและสายตาที่เป็นมืออาชีพมองดูดีๆ สักนิด ไม่ใช่ใช้อคติส่วนตัว คุณจะเห็นว่าดีไซน์นี้คือจุดเปลี่ยนที่จะทำให้แบรนด์เรากวาดยอดขายอันดับหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกปีนี้ได้อย่างแน่นอนค่ะ" สิ้นคำพูดของเธอ อากาศในห้องประชุมก็เหมือนจะลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ บรรดาทีมผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดเสียว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง กล้าดียังไงถึงไปต่อปากต่อคำกับพญายมแห่งวงการธุรกิจอย่างคิรากร? คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนโดนน้ำแข็งสาดเข้าที่หน้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความกดดันอันน่าอึดอัดโชยเข้าเตะจมูก "ปากดี... สมกับที่เป็นดีไซเนอร์สาวตัวแม่ที่ชอบมีข่าวฉาวเรื่องก๊อปปี้ผลงานคนอื่นในอดีตสินะ" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างหู น้ำเสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ผลงานขยะชิ้นนี้ ฉันให้เวลาคุณแก้ใหม่ทั้งหมดภายในหนึ่งชั่วโมง!" "อะไรนะคะ? หนึ่งชั่วโมง?!" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโมโห "คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่าคะคิรากร! ชุดราตรีปักมือชั้นสูงห้าชุด พร้อมโครงสร้างสถาปัตยกรรมเนื้อผ้าซับซ้อนขนาดนั้น ต่อให้เป็นทีมดีไซเนอร์สิบคนก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน นี่คุณสั่งให้ฉันรื้อทำใหม่ภายในหนึ่งชั่วโมงเนี่ยนะ!" "ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก... หกสิบนาทีจากนี้ ถ้าคุณยังเอาแบบร่างใหม่ที่ทำให้ฉันว้าวไม่ได้ล่ะก็..." คิรากรเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมปลาบมองต่ำลงไปที่ป้ายชื่อพนักงานของเธอ ก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปาก "เตรียมตัวเก็บข้าวของไสหัวออกไปจากตึกนี้ได้เลย และจำไว้ว่า ประวัติการทำงานของคุณจะด่างพ้อยจนไม่มีบริษัทไหนในประเทศนี้กล้าจ้างแม้แต่จะให้ไปวาดรูปอนุบาลอีก!" ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่รินรดาจนแทบยืนไม่อยู่ ภาพอดีตอันเลวร้ายที่เธอเคยถูกดารินทร์ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของคิรากรและนางแบบเบอร์หนึ่งของค่ายขโมยผลงานไปหน้าตาเฉยผุดขึ้นมาซ้ำเติม ปมในใจกรีดลึกจนเธออยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่ทว่า... เธอกลับเลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุด สะกดกลั้นความโกรธแค้นทั้งหมดไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความมั่นใจ ดีลนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น "ได้ค่ะ... หนึ่งชั่วโมงก็หนึ่งชั่วโมง" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาเปล่งประกายความดื้อรั้นและเอาชนะ "แต่ถ้าแบบร่างใหม่ของฉันมันสมบูรณ์แบบจนคุณต้องทึ่งล่ะก็... ฉันต้องการให้คุณประกาศขอโทษฉันต่อหน้าบอร์ดบริหารทุกคน และ... ฉันจะขอสิทธิ์ขาดในการอนุมัติคอลเลกชันนี้แต่เพียงผู้เดียว!" คิรากรชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยฉายแววแปลกใจระคนทึ่งที่เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กล้าต่อรองกับเขาถึงเพียงนี้ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทายเช่นกัน "กล้ามาก... ถ้าคุณทำได้ อย่างที่สองฉันอาจจะพิจารณา" คิรากรหันหลังกลับไปนั่งไขว่ห้างที่เดิม ยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดู "เวลาของคุณเริ่มเดินแล้ว... คุณรินรดา" รินรดากำหมัดแน่น หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องประชุมด้วยความเร็ว ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตามด้วยความเวทนาและรอสมน้ำหน้า ประตูห้องประชุมปิดลงพร้อมๆ กับที่สัญชาตญาณนักสู้ในตัวเธอถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด เธอเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงาน คว้าแท็บเล็ตและปากกาดิจิทัลขึ้นมาเตรียมสะบัดปลายมือวาดลวดลายเพื่อตบหน้าซีอีโอจอมเผด็จการคนนั้นให้หน้าหงาย ทว่า ทันทีที่เธอนั่งลงหน้าจอและกำลังจะเริ่มลงมือ ร่างระหงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาขวางหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยดังขึ้น "อุ๊ย ตายจริง... รินรดา พี่ชายฉันคงไม่ใจร้ายเกินไปหรอกเนอะที่สั่งให้เธอแก้แบบภายในหนึ่งชั่วโมง ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ตัวดีอยู่แล้วว่าฝีมืออย่างเธอมันก็แค่ดีไซเนอร์เกรดบีที่วันๆ เอาแต่ลอกงานคนอื่น!" ดารินทร์ ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาสมเพชและสะใจ ชุดแบรนด์เนมราคาแพงระยับยิ่งขับให้เธอดูราวกับพญาคานทองที่เหยียบย่ำคนอื่นอยู่ใต้เท้า รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับศัตรูตัวฉกาจ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของดีไซเนอร์สาวทันที "ปากดีระวังฟันจะร่วงไม่รู้ตัวนะคะคุณดารินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ผลงานชิ้นเอกที่กำลังจะตบหน้าพวกคุณทั้งตระกูลในอีกห้าสิบนาทีข้างหน้านี้... หวังว่าจะทำให้อีโก้พังๆ ของคุณสะเทือนจนลุกไม่ขึ้นนะคะ!" ดารินทร์หน้าซีดเผือดด้วยความโกรธที่ถูกย้อนศร นางแบบสาวกัดฟันกรอดเตรียมจะพ่นคำด่าทอใส่ แต่ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของดารินทร์เสียก่อน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่สั่งการเฉียบขาดจนทุกคนในแผนกต้องเงียบกริบ "เกิดอะไรขึ้นตรงนี้?" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และหัวใจของเธอก็แทบจะกระโดดมาอยู่ที่คอหอย เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่คิรากร... แต่เป็นร่างสูงสง่าของประธานกรรมการอาวุโสแห่งตระกูลผู้กุมอำนาจสูงสุด ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารหนังสีดำและรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครคาดเดาได้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บในตอนแรกนี้นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกตบหน้าตัวร้ายไปด้วยกันในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบปะทะซีอีโอจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%