ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 8

การเผชิญหน้ากับความทรงจำ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
กลิ่นหอมของควันไฟและเนื้อหมูย่างซีอิ๊วในเตาถ่านลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว... แต่สำหรับรินแล้ว กลิ่นเหล่านั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นอีกต่อไป มันเปลี่ยนเป็นกลิ่นไอน้ำมันเดือดพลั่ก กลิ่นคาวเลือดจางๆ และเสียงกรีดร้องของเปลวไฟที่โหมกระหน่ำแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงของเชฟหนุ่มสะดุ้งเฮือกตาสว่างวาบในความมืด เขาหอบหายใจโยนตัวลุกขึ้นจากฟูกเก่าๆ ในบ้านไม้หลังเขา เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลังจนเสื้อผ้าแนบติดผิวหนัง ดวงตาเบิกโพ้าวกวาดมองไปรอบห้องที่มืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้ไผ่เข้ามา เสียงจิ้งหรีดเรไรข้างนอกยังคงดังระคนกับเสียงหอบสะท้านของตัวเอง รินยกมือสั่นเทาขึ้นกุมขมับ ความฝันเมื่อครู่นี้... มันชัดเจนเกินไป ชัดเสียจนเขายังได้กลิ่นไหม้เกรียมของน้ำมันพืชที่กระเด็นโดนเตาไฟในครัวภัตตาคารหรูใจกลางเมืองหลวงในคืนวันหายนะคืนนั้น คืนที่อาจารย์ชัชวาล ผู้มีพระคุณและเปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ต้องจบชีวิตลงเพราะความสะשלุขและประมาทของเขาเอง รินซุกใบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออกลึกๆ ตามหลักที่เคยฝึกสมาธิ แต่มันยากเหลือเกินเมื่อภาพเหตุการณ์ในอดีตยังคงฉายชัดในหัว ใบหน้าของอาจารย์ที่หันมามองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เปลวเพลิงจะกลืนกินร่างนั้นยังคงกรีดแทะหัวใจของเขาอย่างไม่ปรานี "ฝันร้ายอีกแล้วรึพ่อหนุ่ม" เสียงแหบพร่าแต่ทุ้มนุ่มดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตู ปู่มิ่งนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกตัวเก่า แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าย่นย่นที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับชายชารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ารินจะต้องตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการแบบนี้ รินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะเงยหน้าขึ้นมอง "ผม... ทำให้ปู่ตื่นหรือเปล่าครับ" ปู่มิ่งส่ายหัวช้าๆ พร้อมกับจุดไปป์ไม้แกะสลัก กลิ่นยาสูบสมุนไพรพื้นบ้านหอมจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอากาศลงได้บ้างเล็กน้อย ชายช่าพ่นควันสีเทาจางออกมาก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "คนเราถ้าแบกถังน้ำร้อนไว้บนหลังตลอดเวลา ไม่นานผิวหนังก็คงเปื่อยเน่า... เจ้าแบกถังนั้นมาไกลถึงภูเขาควายนี้แล้วนะริน ทำไมยังไม่ยอมวางมันลงสักทีวะ" รินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สายตาคมก้มมองฝ่ามือคู่เดิมที่เคยใช้จับด้ามมีดทำครัว มือคู่นี้ที่สั่นเทาและพรากชีวิตคนที่เขารักที่สุดไป "มันไม่ใช่แค่ถังน้ำร้อนหครับปู่... แต่มันคือไฟนรก ไฟที่ผมเป็นคนจุดขึ้นมาเองกับมือ" รินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง "ทุกครั้งที่ผมหลับตา ผมเห็นกระทะเหล็กใสนั้น ผมได้ยินเสียงน้ำมันเดือด และผม... ผมเห็นหน้าอาจารย์" ปู่มิ่งนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันยามวิกาลโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ข้างนอกที่ดังหวีดหิวราวกับเสียงกระซิบของภูตผี "แกคิดว่าอาจารย์ของแก... อยากเห็นเชฟมือหนึ่งที่เขารักนักรักหนา มานั่งซึมเศร้า เอาแต่นั่งเกาหม้อดินอยู่ในป่าลึกแบบนี้ตลอดชีวิตงั้นรึ?" ปู่มิ่งถามเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเมตตา "อาหารไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าใครริน อาหารเกิดมาเพื่อเยียวยา แกเอาฝีมือที่อาจารย์สั่งสอนมาทิ้งขว้างไว้ที่นี่ เพียงเพราะความกลัวในเงาตัวเอง... แบบนั้นไม่เรียกว่าสำนึกผิดหรอกนะ มันเรียกว่าการหนีความจริงต่างหาก" คำพูดของปู่มิ่งราวกับคมมีดที่กรีดลงแผลสด รินนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบ ภาพความทรงจำไหลย้อนกลับไปในวันที่เขาตัดสินใจลาออกจากภัตตาคาร แบกกระเป๋าเดินทางใบเดียวหนีความวุ่นวายมาซ่อนตัว ณ หมู่บ้านชนบทห่างไกลแห่งนี้ เขาคิดว่าการหนีมาให้ไกลที่สุดจะทำให้แผลในใจจางหายไป แต่เขากลับลืมไปว่า... ตราบใดที่เขายังไม่กล้าแม้แต่จะหยิบมีดทำครัวขึ้นมาด้วยความรู้สึกเดิม ตราบนั้นเขาก็เป็นเพียงคนตายที่ยังหายใจ รินไม่ตอบคำถาม เขาเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง มองดูทิวเขาที่มืดทึบตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิท ความรู้สึกอัดอั้นตันใจตีรวนขึ้นมาจุกที่อกจนพูดไม่ออก ปู่มิ่งถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินหายออกไปในความมืดของระเบียงบ้าน ทิ้งให้รินจมอยู่กับความคิดและคราบน้ำตาแห้งๆ ของตนเอง เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินค่อยๆ ตั้งสติได้ ความเย็นยะเยือกของอากาศยามดึกเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ผิวเนื้อ เขาตัดสินใจลุกขึ้นจากฟูก เดินออกไปยังห้องครัวชั้นล่างของบ้านไม้ปู่มิ่ง แสงจันทร์สลัวลอดผ่านหน้าต่างบานกว้าง เผยให้เห็นอุปกรณ์ทำครัวพื้นบ้านที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หม้อดิน เตาถ่าน ครกหิน และเขียงไม้เก่าๆ ที่ผ่านการใช้งานมาโชกโชน รินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะเตรียมอาหาร มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะด้ามมีดทำครัวเล่มเก่าที่ปู่มิ่งลับคมไว้ให้เป็นอย่างดี ความเย็นเฉียบของเหล็กกล้าส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาในอกทันทีจนเขาต้องชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาซ้ำรอยเดิม *แกทำไม่ได้หรอกริน... แกมันก็แค่ฆาตกรที่ฆ่าอาจารย์ด้วยความประมาท* เสียงในหัวกู่ร้องก้องสะท้อน รินหลับตาลงแน่น กัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอาการสั่นเทาของเรียวแขน แต่ยิ่งพยายามบังคับ มันก็ยิ่งสั่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องครัวอยู่รอมร่อแล้ว ตึง! ตึง! ตึง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล ตามด้วยเสียงหอบหายใจรุนแรงและเสียงตะโกนเรียกชื่อปู่มิ่งด้วยน้ำเสียงแตกตื่นลานลีล "ปู่มิ่ง! ช่วยด้วย! หลานชายผม... หลานชายผมมันชักหมดสติไปแล้ว! ใครก็ได้ช่วยที!" รินลืมตาโพลง ความตกใจเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวในอดีตทันที เขาทิ้งความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดไว้เบื้องหลัง แล้วพุ่งตัวตรงดิ่งไปที่ประตูบ้านเพื่อเปิดรับแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ทันที ประตูไม้เปิดผางออก ปรากฏร่างของลุงสมชาย ผู้ใหญ่บ้านร่างท้วมที่หน้าตาซีดเผือด เนื้อตัวเปียกปุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำค้างยามดึก ด้านหลังของเขาคือร่างของเด็กชายวัยสิบขวบที่นอนแน่นิ่งหมดสติอยู่บนแ크เปลหามไม้ไผ่ ริมฝีปากของเด็กน้อยเขียวคล้ำ ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดรอดแหลมมิแหลม "เกิดอะไรขึ้นครับผู้ใหญ่!" รินถามเสียงดังลั่น พลางก้าวเข้าไปประคองร่างเด็กน้อยร่วมกับลุงสมชายที่กำลังจะทรุดลงกับพื้น "มัน... มันไปเก็บเห็ดป่าหลังเขามาเมื่อเย็น แล้วแอบเอามาต้มกินเองเพราะความหิว... ตอนแรกก็ปกติดี แต่พอตกดึกมันก็เริ่มอาเจียนออกมาเป็นเลือด แล้วก็ชักหมดสติไปแบบนี้แล่วคุณริน! ปู่มิ่งอยู่ไหม ช่วยหลานผมด้วย!" ลุงสมชายโฮออกมาอย่างหมดหนทาง น้ำตานองหน้าด้วยความสิ้นหวัง รินก้มลงตรวจชีพจรที่ข้อมือเล็กๆ นั้น มันเต้นอ่อนและเร็วผิดปกติ ดวงตาของเด็กชายเหลือกค้าง สัญญาณชีพกำลังบอกชัดเจนว่าเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว พิษจากเห็ดป่าชนิดรุนแรงกำลังทำลายระบบประสาทและอวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของปู่มิ่งก็เดินเข้ามาสมทบ ชายช่ากวาดสายตามองอาการของเด็กน้อยแวบเดียวก็นิ่วหน้าเครียดทันที "เห็ดไข่หงส์แดง... พิษมันแรงมาก ลำพังแค่ยาต้มรากไม้ของข้าตอนนี้ใช้เวลาเคี่ยวนานเกินไป... เด็กคนนี้ไม่รอดแน่ถ้าพิษแล่นเข้าสู่หัวใจภายในสิบนาทีนี้" ปู่มิ่งกล่าวเสียงเครียด ดวงตาฝ้าฟางหันขวับมามองหน้ารินทันที "ริน... แกต้องทำ 'ซุปสมุนไพรฟื้นวิญญาณ' สูตรเร่งด่วน! ใช้ความร้อนสูงดึงฤทธิ์ถอนพิษจากเห็ดรากโสมป่าและขิงดำสดมาตัดพิษในกระเพาะเด็กคนนี้เดี๋ยวนี้!" หัวใจของรินกระตุกวูบ ภาพความร้อนของเปลวไฟในอดีตพุ่งเข้าชนโสตประสาทอย่างจัง มือทั้งสองข้างที่กำลังประคองร่างเด็กน้อยเริ่มกลับมาสั่นเทาอีกครั้ง ความหวาดกลัว ขีดจำกัด และอดีตอันเลวร้ายถาโถมเข้ามาปิดกั้นลมหายใจของเขาจนแทบสำลัก "ผม... ผมทำไม่ได้ปู่... มือผมมันสั่น ผมทำไม่ได้!" รินตะโกนออกไปด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลทะลักท่วมตัว ปู่มิ่งก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อของเชฟหนุ่มรุ่นหลานเข้ามาใกล้ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของรินด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและทรงพลัง "ถ้าแกไม่ทำตอนนี้... เด็กคนนี้จะต้องตายต่อหน้าต่อตาแกเหมือนที่อาจารย์ของแกเคยตาย!" ปู่มิ่งตะคอกลั่น "แกจะเลือกยืนมองความตายซ้ำรอยเดิมในครัวของตัวเองอีกครั้ง หรือจะใช้ไฟในมือแกช่วยชีวิตคนไว้... เลือกเอาไอ้หนุ่ม!" รินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ภาพอดีตซ้อนทับกับภาพปัจจุบัน เสียงหัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก มือที่เคยสั่นเทาหยุดชะงักลงชั่วขณะเมื่อสมองสั่งการด้วยสัญชาตญาณดิบของความเป็นเชฟที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาสูดหายใจเข้าลึกที่สุดเป็นครั้งแรก ปลดปล่อยความกลัวทั้งหมดทิ้งไป แล้วพุ่งตัวเข้าสู่เตาไฟในห้องครัวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาของผู้ชายที่พร้อมจะเดิมพันชีวิตเพื่อทวงคืนรสชาติแห่งการเยียวยา!
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%