"ริน... นายกำลังปรุงอาหารด้วยรสชาติของเชฟที่ตายไปแล้ว หรือรสชาติของเชฟที่มีชีวิตอยู่กันแน่?"
เสียงแหบพร่าของปู่มิ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟและกลิ่นหอมของสมุนไพรสด รินชะงักมือที่กำลังหั่นเนื้อไก่บ้านด้วยมีดเล่มคู่ใจ ใบมีดหยุดนิ่งอยู่เหนือเขียงไม้เก่าๆ ที่มีรอยบากนับไม่ถ้วน สายตาของเขาจับจ้องไปยังเศษสมุนไพรที่กระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้าแทนที่จะเป็นใบหน้าของชายชราข้างกาย
รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น "ผมแค่อยากทำให้ออกมาเหมือนที่สุดครับปู่ ความทรงจำของอาจารย์... ผมกลัวว่าถ้าผมเปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เขาพยายามรักษาไว้จะหายไปตลอดกาล"
ปู่มิ่งวางไม้เท้าพิงกับขอบโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ท่านยื่นมือที่เหี่ยวย่นแต่แข็งแรงหยิบใบกะเพราป่าขึ้นมาหนึ่งก้าน แล้วขยี้มันเบาๆ ให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา "นายแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพื่อไถ่โทษให้คนตาย แต่นายลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่กำลังรอให้รสชาติของอาหารช่วยเยียวยาคือคนเป็น"
ชายชราเดินเข้าไปใกล้ริน สังเกตเห็นเงาความเศร้าที่ฉายชัดในดวงตาของเชฟหนุ่มที่เคยสดใสกว่านี้ "นายไม่ได้กำลังปรุงอาหารเพื่อให้ลูกค้ามีความสุข แต่ริน... นายกำลังปรุงเพื่อตอกย้ำความผิดพลาดของตัวเองในทุกจานที่เสิร์ฟ"
คำพูดของปู่มิ่งราวกับเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้าสู่ใจกลางความรู้สึก รินวางมีดลงแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวต่ำ เขาปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอยู่นานหลายนาที มีเพียงเสียงถ่านไม้ในเตาที่ดังเปรี๊ยะเป็นระยะ เขาจมดิ่งลงไปในวังวนของเหตุการณ์วันนั้น—วันที่มีเสียงตะโกน วันที่มีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำในครัวของอาจารย์ และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปี
"ผมควรทำอย่างไรครับปู่... ถ้าผมหยุดปรุงอาหารในแบบที่อาจารย์สอน ผมก็เหมือนคนไม่มีรากเหง้า ผมจะยังเป็นเชฟอยู่ได้อย่างไร" รินเงยหน้าขึ้นมองปู่มิ่ง ดวงตาของเขาแดงก่ำแต่ไร้หยาดน้ำตา มันคือความอัดอั้นที่ฝังลึกจนเกินจะบรรยาย
ปู่มิ่งหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขัน "ถอยออกมาสิริน ถอยออกไปมองตัวเองในมุมที่กว้างกว่านี้ นายอาจจะเป็นศิษย์ที่กตัญญูที่สุด แต่นายกำลังเป็นเชฟที่ล้มเหลวที่สุดในมุมมองของตัวเอง ลองหยุดมองหา 'ความเหมือน' แล้วเริ่มมองหา 'ความหมาย' ในสิ่งที่คุณทำอยู่ตรงหน้าดูบ้าง บางทีวัตถุดิบที่นายมองข้ามไปเพราะมันไม่มีอยู่ในตำราอาจจะเป็นคำตอบที่นายโหยหามาตลอด"
ในขณะที่รินกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ไม่ได้ดังมานานหลายชั่วโมงก็ส่งเสียงกังวานขึ้นอย่างกะทันหัน บรรยากาศภายในร้านที่เคยเงียบสงบพลันเปลี่ยนไป รินหันไปมองทางประตูด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลูกค้าทั่วไปจะเดินทางมาถึงได้
เงาร่างของชายคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลังบานประตูไม้ แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจนนัก แต่ท่าทางการยืนที่สงบนิ่งและกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศแปลกถิ่นที่ลอยปะทะจมูกริน ทำให้เชฟหนุ่มถึงกับต้องลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในร้าน สายตาของเขากวาดมองไปทั่วก่อนจะหยุดอยู่ที่ริน พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะอ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง "ผมได้ยินมาว่าที่นี่มีคนทำอาหารที่ปรุงด้วยความผิดพลาดได้อร่อยที่สุดในหุบเขานี้ เลยอยากจะมาลองพิสูจน์ด้วยตัวเองสักหน่อย ว่าคำล่ำลือนี้เป็นความจริง หรือเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันของคนหลงทางกันแน่"
รินรู้สึกถึงความกดดันที่พุ่งเข้าใส่ดั่งคลื่นกระทบฝั่ง มือที่เคยจับมีดอย่างมั่นคงกลับเริ่มชื้นเหงื่อ เขาหันไปมองปู่มิ่งที่ยืนนิ่งเฉยดั่งรูปปั้นคล้ายกับรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง นี่ไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา และดูเหมือนว่ารสชาติแห่งความทรงจำที่รินยึดติดมาตลอดกำลังจะถูกท้าทายด้วยรสชาติที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรสชาติแห่งชีวิตร่วมกับเชฟรินมาจนถึงตอนนี้นะครับ
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 39
เสียงเตือนจากปู่มิ่ง
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!