"ก้าวเท้าซ้ายสลับขวา อย่าให้ส้นเท้าจมโคลน... ไม่อย่างนั้นความชื้นจะดูดพลังคุณจนหมดในสิบนาที"
เสียงทุ้มต่ำของปู่มิ่งยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้หัวใจของรินเต้นช้าลงเลยแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไทรยักษ์ที่ดูคล้ายสัตว์ประหลาดกางกรงเล็บทาบทับไปทั่วผืนป่า ทิศทางที่เขาควรจะเดินกลับไปยังร้านอาหารหลังเขาดูเลือนหายไปในม่านหมอกสีเทาจางๆ ที่เพิ่งจะจู่โจมเข้ามาเมื่อครู่
ความผิดพลาดเล็กน้อยจากการออกนอกเส้นทางเพื่อตามหา 'เห็ดเผาะผึ้ง' ที่หายากกว่าปกติ กลายเป็นฝันร้ายเมื่อป่าฝนหลังเขาแห่งนี้เริ่มเปลี่ยนทิศทางในสายตาของเขา ทุกต้นไม้ดูเหมือนกันหมด จนเขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตบางๆ เข้ามาถึงกระดูกสันหลัง
รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือที่เริ่มสั่นเทาไม่ให้เสียอาการ เขาหลับตาลงนึกถึงวันที่อาจารย์จากไป... ความรู้สึกตอนที่หลงทางในห้องครัวที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและเสียงวิจารณ์ในวันนั้น เหมือนกับความรู้สึกที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน—การไม่รู้ว่าควรจะเดินไปทางไหนและทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวเองจมดิ่งลงไปมากกว่าเดิม
"ใจเย็นริน..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "มองรอบตัว อย่ามองแค่สิ่งที่อยากเห็น"
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อมองหาทางออก แต่เพื่อมองหาสิ่งที่ปู่มิ่งเคยพร่ำสอนไว้เสมอ—ความสัมพันธ์ของธรรมชาติ หากสายน้ำจะไหลลงที่ต่ำและแสงจะส่องลอดช่องไม้ ความรู้เรื่องสมุนไพรไม่ได้มีไว้แค่ทำอาหาร แต่มันมีไว้เพื่อรอดชีวิต
เท้าของเขาสัมผัสได้ถึงพื้นดินที่เริ่มลาดเอียงและมีลักษณะแฉะชื้น เขาเริ่มสังเกตเห็นใบ 'พลูคาวป่า' ที่ขึ้นอยู่หนาแน่นทางทิศหนึ่ง ตามด้วยกลิ่นจางๆ ของ 'กะเพราป่า' ที่มักจะโตในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่ใช่อับฝน เขาจำคำพูดของปู่มิ่งได้แม่นยำ
*“รินเอ๊ย... ในป่าเนี่ยนะ ถ้าเจ้าหลงทาง อย่าวิ่งตามหาทางกลับด้วยตา แต่จงตามหาทางกลับด้วยกลิ่นและสัมผัส สมุนไพรน่ะมันซื่อสัตย์กว่าคนเสมอ มันมักจะบอกใบ้เสมอว่าที่ไหนคือทางออก”*
รินตัดสินใจก้าวเดินไปตามทางที่พรรณไม้เหล่านั้นนำทางไป เขาไม่ได้วิ่งแต่ใช้การเดินที่มั่นคง กระทั่งพบกับแนวหินปูนที่คุ้นตา หินก้อนที่มีรอยบุ๋มเหมือนรูปจันทร์เสี้ยว ซึ่งเขาเคยเห็นตอนนั่งรถเข้ามากับปู่มิ่งเมื่อหลายเดือนก่อน
เมื่อก้าวพ้นแนวทึบของป่าออกมา แสงสีส้มจางๆ ของยามเย็นก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเขาทรุดตัวลงนั่งบนโขดหินข้างทาง แรงสั่นจากการตื่นตระหนกยังคงหลงเหลืออยู่ แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของฟืนที่โชยมาจากร้านอาหารหลังเขานั้นช่างหอมหวานและมีความหมายมากกว่าอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่เขาเคยทำเสียอีก
เขายังไม่ทันได้พักหายใจเต็มปอด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"รู้ตัวไหมว่าเกือบจะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ไปแล้ว ไอ้หนุ่ม?"
รินหันขวับไปมอง เงาของชายร่างสูงใหญ่ที่ดูคุ้นตาปรากฏขึ้นภายใต้แสงสุดท้ายของวัน ไม่ใช่ปู่มิ่งที่เขาคาดหวัง แต่เป็นใครบางคนที่เขาไม่ได้พบหน้ามานานหลายปี ชายคนนั้นสวมชุดเชฟสีดำที่ดูทะมัดทะแมง ใบหน้าที่เคยคมคายในความทรงจำของรินบัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ สายตาที่จ้องมองมายังรินนั้นทั้งเย็นชาและเต็มไปด้วยความสงสัย
"อาจารย์... มะ... มาที่นี่ได้ยังไงครับ?" รินถามเสียงหลง ลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว
ชายคนนั้นไม่ตอบ แต่ก้าวเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นของความตายและเครื่องเทศที่คุ้นเคย—กลิ่นเดียวกับที่เขาจำได้ดีในวันที่เขาพลาดทำให้อาจารย์ของเขาเสียชีวิตในห้องครัวคืนนั้น อาจารย์หยิบมีดพกออกจากซองที่ข้างเอวอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปักมันลงบนโขดหินข้างตัวรินจนเกิดเสียงดังฉับ
"ฉันไม่ได้มาเพื่อตามหาเธอ" ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ทำให้รินรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น "แต่ฉันมาเพื่อทวงคืน 'สูตรลับ' ที่เธอขโมยไปจากห้องครัวของฉันก่อนที่ฉันจะตาย"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรสชาติแห่งความรู้สึกไปกับรินในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ โดย กาแฟโบราณแก้วโต
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 25
บททดสอบจากธรรมชาติ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!