ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 50

แกงร้อนๆ กับคนเหงา

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าแกยังกวนน้ำซุปด้วยมือที่สั่นเทาแบบนั้น ต่อให้ใส่ขิงลงไปครึ่งสวน น้ำแกงหม้อนี้ก็ไม่มีวันอุ่นขึ้นมาได้หรอกนะ เจ้าหนูริน" เสียงแหบแห้งทุบลงกลางความเงียบของห้องครัวไม้เก่า ปู่มิ่งไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ สายตาของแกยังคงจดจ่ออยู่กับการเหลาไม้ไผ่สำหรับทำซี่กรงเล้าไก่ข้างนอกผ่านหน้าต่างบานกว้าง ทว่าคำทักนั้นกลับแม่นยำราụกับแกตาหลัง รินหยุดมือที่กำลังวนทัพพีไม้ในหม้อดินเผา เขาผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างลืมตัว ไอความร้อนสีขาวขุ่นพวยพุ่งผสมปนเปไปกับไอน้ำจากเตาถ่าน กลิ่นหอมฉุนของขิงแก่ทุบแตกและรากผักชีโชยเตะจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวในค่ำคืนเหมันต์ที่อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอ กลับหนาแน่นไปด้วยความวังเวงที่ยากจะอธิบาย หน้าหนาวปีนี้ที่หลังเขามาเยือนเร็วกว่ากำหนด ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านยอดสน ส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายคนกำลังทอดถอนใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รินกังวล ความกังวลที่แท้จริงกำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้โยกมุมห้อง โค้งหลังห่อเหี่ยวราวกับใบไม้แห้งกรอบที่ใกล้ร่วงหล่น ลุงณรงค์ ชายชราอดีตนายสถานีรถไฟเก่าผู้ย้ายมาปลูกกระท่อมปลายหมู่บ้านตามลำพัง ตั้งแต่ภรรยาและลูกชายคนเดียวจากไปในอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ลุงณรงค์ก็กลายเป็นมนุษย์ไร้เสียง ทุก ๆ ค่ำคืนในฤดูหนาว แกมักจะมานั่งเงียบ ๆ ที่ร้านอาหารหลังเขาแห่งนี้โดยไม่สั่งอาหารสักคำ นั่งมองความว่างเปล่าผ่านกระจกใส มองดูควันไฟจากเตาของคนอื่น และปล่อยให้ความหนาวเหน็บกัดกินร่างกายทีละน้อย จนกระทั่งวันนี้ ร่างกายที่โรยราตามกาลเวลาก็ส่งสัญญาณเตือน ไข้หวัดใหญ่เล่นงานจนแกแทบไม่มีแรงแม้แต่จะเดินกลับบ้าน รินจึงต้องอาสาพามาพักฟื้นที่นี่ และจัดการ "เยียวยา" ด้วยสิ่งเดียวที่เชฟหนุ่มผู้มีบาดแผลในใจพอจะทำได้ "น้ำซุปเดือดแล้วครับปู่" รินเอ่ยเสียงเบา เขาตักน้ำแกงสีอำพันใสแจ๋วขึ้นมาเป่าเบา ๆ ให้พอหายร้อน ก่อนจะเทใส่ชามเซรามิกเนื้อหนา ลวดลายครามเก่าเก็บที่ปู่มิ่งเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี รินยกถาดอาหารเดินเข้ามาใกล้เก้าอี้โยก กลิ่นหอมละมุนของน้ำแกงไก่บ้านตุ๋นขิงและพริกไทยดำลอยกรุ่นตัดกับกลิ่นอัปของบ้านไม้เก่า ลุงณรงค์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นปราศจากประกายแห่งความหวัง ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ไร้ซึ่งความชุ่มชื้น ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นรอยปริ "ฉัน... ไม่หิวหรอกพ่อหนุ่ม เอาไปเก็บเถอะ" เสียงแหบเครือเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก มือเหี่ยวย่นสั่นเทายกขึ้นโบกปฏิเสธช้า ๆ เป็นเชิงไล่ "ทานสักนิดเถอะครับ ลุงณรงค์" รินนั่งลงคุกเข่าลงข้างเก้าอี้โยก ให้ระดับสายตาของเขาอยู่ต่ำกว่าชายชการempathyอย่างเป็นธรรมชาติ "นี่ไม่ใช่แค่น้ำแกงธรรมดานะครับ... มันคือสูตรที่ปู่มิ่งบอกว่า ช่วยไล่ลมหนาวและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดีที่สุดในคืนที่อากาศดิ่งลงแบบนี้" ลุงณรงค์เหลือบมองชามกระเบื้องคราม ควันสีขาวลอยอ่อยอิ่งขึ้นมาแตะปลายจมูก กลิ่นหอมเผ็ดร้อนนิด ๆ ของขิงแก่ป3ะปนกับความหวานละมุนของเนื้อไก่เคี่ยวเคี่ยวไฟอ่อนนานหลายชั่วโมง ทว่าแววตาของชายชหากลับไหววับคล้ายกำลังสะกิดแผลเก่าในใจ "กินไป... ก็เท่านั้น" ลุงณรงค์พึมพำลอดไรฟัน "บ้านหลังใหญ่โต... แต่มีผมนอนหายใจอยู่คนเดียว เสียงลมพัดตึง ๆ นึกว่าเสียงลูกชายเปิดประตูบ้าน... พอลุกขึ้นไปดูก็พบแต่ความว่างเปล่า อาหารอร่อยแค่ไหน ถ้ากินคนเดียว... มันก็จืดชืดไม่ต่างอะไรกับน้ำล้างจานหรอกพ่อหนุ่ม" คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจของริน ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่ต้องนั่งทานอาหารคนเดียวในห้องครัวแคบ ๆ คืนก่อนเกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่พรากชีวิตท่านไป รินนิ่งอึ้ง มือที่ประคองถาดชามสั่นระริก ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปู่มิ่งที่เดินถือท่อนไม้เข้ามาหยุดยืนเงียบ ๆ ที่มุมห้อง มองภาพคนทั้งสองด้วยสายตาสุขุมลุ่มลึก แกไม่ได้พูดปลอบโยนอะไร ปู่มิ่งรู้ดีว่าบาดแผลภายในจิตใจ ไม่สามารถรักษาด้วยคำพูดสวยหรูได้ แต่มันต้องใช้ "รสชาติ" เป็นสะพานเชื่อมโยงความรู้สึกที่ขาดหายไป รินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขาวางถาดลงบนโต๊ะข้างตัว บรรจงตักน้ำแกงคำเล็ก ๆ ขึ้นมา เป่าลมเบา ๆ จนไอร้อนลดลง รอยยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยความจริงใจระบายขึ้นบนใบหน้าของเชฟหนุ่ม "ถ้างั้น... ให้ผมเป็นเพื่อนทานนะครับ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทุ้มต่ำ และหนักแน่น "ผมต้มไว้หม้อใหญ่ เราจะกินด้วยกัน ชามนี้สำหรับลุง... และอีกชามสำหรับผม ถ้ามันไม่อร่อย หรือถ้ามันจืดชืดอย่างที่ลุงว่าจริง ๆ พรุ่งนี้ผมจะปิดร้านแล้วนั่งฟังลุงบ่นทั้งวันเลยดีไหมครับ?" ลุงณรงค์ชะงักไป ดวงตาฝ้าฟางกะพริบถี่ ๆ มองหน้าชายหนุ่มรุ่นหลานที่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งความสมเพชเวทนา มีเพียงความอบอุ่นบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวของริน ชายชลาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมอ้าปากรับน้ำแกงคำแรกที่รินป้อนให้ ความเงียบโรยตัวลงชั่วขณะ... รินลุ้นจนหัวใจแทบหยุดเต้น น้ำแกงอุ่นจัดไหลผ่านลำคอลงสู่ช่องท้อง ความเผ็ดร้อนนุ่มนวลของขิงและพริกไทยดำแผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วร่างทันที รสหวานธรรมชาติจากกระดูกไก่เคี่ยวเคี่ยวเค็มกลมกล่อมกำลังพอดี ปลุกประสาทสัมผัสที่ด้านชาจากความเหงาให้ตื่นขึ้นทีละน้อย ลุงณรงค์หลับตาลงช้า ๆ หยดน้ำตาอุ่น ๆ เอ่อล้นขอบตาเหี่ยวย่นและไหลรินลงมาตามร่องแก้ม อาหารชามนี้ไม่ได้แค่ไล่ความหนาวทางกาย แต่มันกำลังละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจอันโดดเดี่ยวของชายชรามาเนิ่นนาน "อืม..." ลุงณรงค์ครางในลำคอ เสียงนั้นสั่นเครือ "รสชาตินี้... มัน... มันเหมือนแกงที่ภรรยาเคยทำให้กินตอนที่เราย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ใหม่ ๆ เลย..." รินยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอเบ้า เขาตักคำที่สองป้อนให้อีกครั้งอย่างระมัดระวัง บรรยากาศในห้องครัวเล็ก ๆ เริ่มอุ่นขึ้นทีละน้อย เสียงลมหนาวข้างนอกยังคงคำรามกรรโชก ทว่าภายในบ้านไม้หลังนี้กลับเต็มไปด้วยพลังงานแห่งการเยียวยาที่ประเมินค่าไม่ได้ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ชามกระดูกไก่หมดเกลี้ยง ลุงณรงค์มีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมเนื่องจากฤทธิ์ของขิง ร่างกายที่เคยสั่นเทากลับสงบลง ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้น "ขอบใจนะพ่อหนุ่ม..." ลุงณรงค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาขึ้นมาก "แกทำให้คนแก่ใกล้ตายคนนี้... รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง" "ยินดีครับลุง พรุ่งนี้ถ้ายังอยากกินอีก ผมจะเตรียมไว้รอนะครับ" รินตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขากำลังจะเก็บชามเพื่อไปล้างในครัว ทว่าจังหวะนั้นเอง... *ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตัดผ่านความเงียบสงบของยามวิกาล* รินและปู่มิ่งหันขวับไปมองหน้าประตูไม้บานหนาพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ แรงกระแทกนั้นรุนแรงและเร่ง3ร้อน ราวกับมีคนกำลังหนีตายมาเคาะขอความช่วยเหลือในคืนที่พายุหิมะกำลังจะโหมกระหน่ำ ก่อนที่รินจะทันได้ก้าวเท้าไปเปิดประตู กลอนไม้โบราณก็ถูกกระชากหลุดออกด้วยแรงมหาศาลจากด้านนอก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดกันหนาวเปียกปอน โชกไปด้วยหยาดน้ำค้างและเศษโคลนกระโจนเข้ามาในห้อง แสงไฟสีส้มจากตะเกียงกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวด ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่รินด้วยแววตาตื่นตระหนก หายใจหอบถี่จนตัวโยน "เชฟริน... คุณต้องหนี เดี๋ยวนี้!" เสียงหวานปนสะอื้นเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจกลัวสุดขีด "คนที่คุณตามหา... เขามาถึงที่นี่แล้ว!" --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "แกงร้อนๆ กับคนเหงา" ในบทนี้นะครับ กาแฟโบราณแก้วโต
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%