ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 31

วันเกิดร้าน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“ถ้าจะให้ปรุงเมนูฉลองครบรอบหนึ่งปีด้วยสูตรเดิมที่เคยทำ ผมว่าเราน่าจะปิดร้านแล้วไปนอนเสียจะดีกว่านะริน” ปู่มิ่งเอ่ยขึ้นขณะขัดคราบตะกรันออกจากหม้อทองเหลืองใบเก่า เสียงโลหะกระทบกันดังก้องอยู่ในครัวเงียบงัน รินหยุดมือที่กำลังหั่นเนื้อไก่บ้านชะงักลง เขาเงยหน้ามองชายชราที่นั่งอยู่ตรงข้าม สายตาของปู่มิ่งไม่ได้มองที่หม้อ แต่กลับมองทะลุออกไปนอกหน้าต่าง ไปยังแนวป่าที่ทอดตัวยาวหลังร้าน รินวางมีดลง สูดลมหายใจเข้าลึกจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอดินและกลิ่นจางๆ ของรากไม้ที่ปู่มิ่งเพิ่งนำเข้ามา “ผมแค่กลัวครับปู่ กลัวว่าความตั้งใจที่อยากจะให้ลูกค้าจดจำรสชาติเดิมที่เขาประทับใจ มันจะกลายเป็นความน่าเบื่อไปเสียก่อน” “รสชาติที่จดจำ ไม่ใช่รสชาติที่ถูกสั่งให้ทำซ้ำริน” ปู่มิ่งวางหม้อลง แล้วลุกขึ้นมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม “ในวันที่ร้านนี้ไม่มีแม้แต่คนเดียวแวะเวียนมาในเดือนแรก กับวันที่ลูกค้าจองโต๊ะข้ามเดือนอย่างตอนนี้ เจ้าคิดว่าอะไรที่เปลี่ยนไป ระหว่างฝีมือของเจ้า หรือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับจานอาหารตรงหน้า?” รินนิ่งอึ้ง คำถามนั้นจี้ใจดำเขาอย่างจัง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำอาหารตามตำราที่อาจารย์เคยสอนไว้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อลบภาพความผิดพลาดในอดีต แต่เขากลับลืมไปว่า อาหารที่ไร้จิตวิญญาณของผู้ปรุง ก็เป็นเพียงวัตถุดิบที่ผ่านความร้อนเท่านั้น “ผมพยายามจะรักษา... อดีตเอาไว้จนลืมปรุงปัจจุบันครับ” รินพึมพำ “วันเกิดร้านไม่ใช่แค่วันที่ขีดเส้นว่าเราเปิดมานานเท่าไหร่ แต่มันคือวันตัดสินว่า เรายังอยากเดินต่อเพื่อใคร” ปู่มิ่งตบไหล่รินเบาๆ ก่อนจะหยิบตะกร้าสมุนไพรที่เก็บมาได้จากโคนต้นไทรใหญ่ “ลองทำในสิ่งที่เจ้าอยากทำ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้า ‘ต้อง’ ทำดูสิ” รินมองดูวัตถุดิบในตะกร้า—ดอกดาหลาป่า หัวปลีที่สดที่สุด และเนื้อปลาคังที่เพิ่งได้มาจากลำธารด้านหลัง สมองของเขาเริ่มทำงานไม่เหมือนเดิม แทนที่จะนึกถึงสูตรอาหารตายตัว เขากลับนึกถึงใบหน้าของลูกค้าที่มักจะนั่งโต๊ะริมระเบียง นึกถึงรอยยิ้มของหญิงชราที่ชอบสั่งเมนูแก้เลี่ยน และนึกถึงความเหงาที่เขาเคยแบกไว้จนแทบมิด เขาเริ่มลงมือทำ สิ่งที่ออกมาจากมือไม่ใช่เมนูซับซ้อน แต่คือ 'แกงป่าปลาคังดอกดาหลา' ที่ผสานรสชาติเปรี้ยวปร่าของสมุนไพรสดกับความหวานละมุนของปลาแม่น้ำ ปรุงด้วยจังหวะที่หัวใจเขาสั่ง ไม่ใช่ด้วยเครื่องตวงตวงอย่างที่เคยยึดติด เมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องแกงโชยออกไปทั่วบริเวณร้าน ลูกค้าขาประจำเริ่มทยอยมาถึง บรรยากาศอบอุ่นคละเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรีสดที่รินว่าจ้างคนในหมู่บ้านมาบรรเลง มันไม่ใช่การฉลองที่หรูหรา แต่มันคือความอบอุ่นแบบครอบครัวที่รินไม่เคยได้รับมาก่อน ทว่า ในขณะที่รินกำลังนำจานสุดท้ายไปเสิร์ฟที่โต๊ะริมสุด สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของสวนหย่อมหลังร้าน ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศป่าเขาอย่างสิ้นเชิง เขายืนกอดอกมองเข้ามาในร้านด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา รินวางจานอาหารลงแล้วก้าวเข้าไปหาชายคนนั้น “ร้านเราใกล้จะปิดแล้วครับ ไม่ทราบว่าท่านต้องการสั่งอะไรเพิ่มหรือเปล่าครับ?” ชายคนนั้นไม่ตอบ เขาค่อยๆ หันมาหาแสงไฟที่สาดออกมาจากตัวร้าน รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เขาจะยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่ามาตรงหน้าริน “ฉันไม่ได้มาเพื่อกินอาหาร” เสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำ “แต่ฉันมาเพื่อแจ้งข่าวว่า ที่ดินผืนนี้... และร้านที่นายภูมิใจนักหนา กำลังจะกลายเป็นของคนอื่นในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์” รินตัวแข็งทื่อ ซองจดหมายในมือสั่นสะท้านเมื่อเห็นตราประทับสีแดงสดที่คุ้นตา มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกับที่อาจารย์ของเขาเคยใช้ในวันสุดท้ายก่อนเกิดเหตุการณ์เลวร้ายนั้น หัวใจของรินเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองชายปริศนาอีกครั้ง เขาก็พบว่าอีกฝ่ายได้หายไปจากมุมมืดนั้นแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับลงมากลางคืนวันเกิดที่ควรจะเปี่ยมสุข ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมจนถึงหนึ่งปีของร้านแห่งนี้ และหวังว่าท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างผมในบทต่อไปนะครับ - กาแฟโบราณแก้วโตครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%