เสียงกระดาษเนื้อดีกระทบลงบนพื้นผิวมะฮอกกานีราคาแพงไม่ได้ดังอะไรนัก แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินนับตันที่ถูกทิ้งดิ่งลงกลางอกของห้องทำงานเงียบเชียบแห่งนี้
กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติลอยวนอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องดับจิตมากกว่าสตูดิโอผลิตเพลงระดับประเทศ ทิวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเรืองแสงสีฟ้าสลัว เขาเพียงแค่ปรายหางตาผ่านกรอบแว่นสายตา มองกระดาษแผ่นบางที่ถูกเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก
"เซ็นให้ผมด้วยครับ"
เสียงของกรณ์ราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เช่นเดียวกับแว่นตาไร้กรอบที่สวมอยู่และท่าทางที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า ร่างโปร่งบางที่เคยสดใสในวันวานบัดนี้เหลือเพียงเงาร่างอันบอบช้ำที่ผ่านพ้นพายุฝนมาด้วยลำแข้งของตนเอง
ทิวายังคงนิ่งเงียบ เขาวางปลายนิ้วลงบนคีย์บอร์ด ชะลอจังหวะการทำงานเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาในลำคออย่างเย้ยหยัน
"มุกตลกอะไรอีกละกรณ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเอกสารแผ่นนั้น "ถ้าจะเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้ ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วว่าผมไม่มีเวลามาเล่นละครน้ำเน่ากับคุณหรอกนะ งานในสตูดิโอนี่กำลังจะเดดไลน์อยู่แล้ว คุณก็รู้ว่าอัลบั้มชุดนี้มันสำคัญกับค่ายแค่ไหน"
"ผมไม่ได้มาเล่นละครครับ" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่ได้สั่นไหวอย่างที่ทิวาคาดคิด ตรงกันข้าม มันหนักแน่นและเยือกเย็นจนน่ากลัว "และผมก็ไม่ได้ว่างพอที่จะเอาเวลาชีวิตที่เหลือมานั่งรอให้คุณแบ่งเศษเสี้ยวความสนใจให้เหมือนเศษอาหารที่โยนให้สุนัขข้างถนนอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้ทิวาต้องยอมละสายตาจากหน้าจอ เขาถอดแว่นสายตาออกอย่างช้าๆ วางมันลงบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ดวงตาคมกริบของโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทิวาชินกับการมีกรณ์อยู่มุมห้อง คอยตระเตรียมเสื้อผ้า จัดหาอาหารคลีนรสจืดชืด และนั่งรอคอยเขาอย่างเงียบเชียบจนดึกดื่น เขามองว่าความเงียบและความอดทนนั้นคือหน้าที่ คือสิ่งที่ภรรยาที่ดีพึงกระทำ โดยหลงลืมไปสนิทว่าหัวใจของคนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ มันมีขีดจำกัด มีความเจ็บปวด และมีวันหมดอายุ
"คุณกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้" ทิวากัดกรามแน่น สันจيبคมนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ "ผมเหนื่อยกลับมาจากการทำงานหนักเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่เพื่อครอบครัวเรา เพื่ออนาคตของเราที่คุณอยากได้ไม่ใช่หรือไง"
"ครอบครัว?" กรณ์ทวนคำนั้นด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่บาดลึกยิ่งกว่าคมมีด "คุณเคยคิดว่าเราเป็นครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ ทิวา... ตั้งแต่วันที่คุณปล่อยให้ผมนั่งรอคุณในวันครบรอบแต่งงานจนถึงตีสาม ตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะไปฉลองความสำเร็จกับนักร้องสาวหน้าใหม่ในผับดังโดยไม่แม้แต่จะโทรบอกผม หรือแม้กระทั่งวันที่ผมป่วยนอนซมอยู่โรงพยาบาล แต่คุณบอกว่าติดประชุมสำคัญกับผู้บริหารต่างชาติ ทั้งที่ความจริงแล้วคุณพาคนอื่นไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต... แบบนี้หรือครับที่คุณเรียกว่าครอบครัว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันทีเมื่อความจริงอันเน่าเฟะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจันหน้า ทิวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะเมื่อความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาทิ่มแทง แต่วิสัยของคนเย่อหยิ่งและไม่ยอมลดราวาศอกให้ใครทำให้เขาเลือกที่จะกลบเกลื่อนความผิดด้วยการตอกกลับอย่างใจร้าย
"เรื่องมันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว คุณยังจะขุดคุ้ยมันขึ้นมาพูดอีกทำไม รำคาญไม่เข้าเรื่อง" ทิวาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหลืออด "ถ้าเพราะเรื่องไร้สาระแค่นี้แล้วคุณจะขอหยิกลหย่าละก็ ฝันไปเถอะ ผมไม่เซ็น"
กรณ์ไม่โกรธ ไม่ตบโต๊ะ และไม่ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนที่ผ่านมา ความนิ่งสงบของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ทิวารู้สึกกระสับกระส่ายอย่างประหลาด
"คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอกครับ เพราะผมไม่ได้มาขอร้อง... ผมมาแจ้งให้ทราบ" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าวหนึ่ง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนโยนบัดนี้ว่างเปล่าและแข็งกระด้าง "เอกสารชุดนั้นผ่านการปรึกษาทนายความและร่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ คุณมีเวลาเจ็ดวันในการเซ็นชื่อและส่งคืนให้ทางทนายของผม ถ้าคุณไม่เซ็น ผมจะยื่นฟ้องหย่าโดยอ้างเหตุผลความประพฤติและหลักฐานความสัมพันธ์นอกสมรสที่คุณคงไม่อยากให้มันหลุดออกไปถึงหูสื่อมวลชนและบอร์ดบริหารหรอกนะครับ ทิวา"
คำขู่ที่เยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวทำเอาทิวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงกระแทกทำให้เก้าอี้หมุนถอยหลังไปชนกับชั้นวางโน้ตด้านหลัง เสียงดังสนั่นไม่ได้ทำให้กรณ์สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
"กรณ์! คุณกล้าขู่ผมเหรอ!" ทิวาพุ่งเข้าประชิดตัวร่างโปร่งด้วยความโกรธจัด มือหนาเอื้อมไปหมายจะคว้าต้นแขนเล็กเพื่อระบายความคับแค้นใจ แต่กรณ์กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ราวกับอ่านทางออก สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"อย่ามาแตะต้องตัวผมด้วยมือคู่นี้อีกเลยครับ มันน่าขยะแขยง"
คำพูดนั้นสะือนเข้าไปในโสตประสาทของทิวาราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ หัวใจที่เคยด้านชาและมั่นใจในอำนาจของตนเองเริ่มกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินลึกเข้าไปข้างในความรู้สึก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า 'กำลังจะสูญเสีย' สิ่งสำคัญบางอย่างไปตลอดกาลจริงๆ
ทิวากัดฟันกรอด ยื่นมือสั่นเทาไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา หมายจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตาเพื่อทำลายความเย่อหยิ่งของคนตรงหน้าให้แหลกคามือ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นข้อความในย่อหน้าที่สามของบันทึกข้อตกลงท้ายใบหย่าเข้าเสียก่อน
ข้อความที่ระบุถึงสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร... และชื่อของเด็กชายวัยสามขวบที่ทิวาไม่เคยรู้เลยว่ามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
ทิวามือแข็งค้าง เอกสารในมือสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
*เด็กชายคีย์... บุตรชาย*
เสียงฝีเท้าฝีหน้ารองเท้าผ้าใบขนาดเล็กวิ่งตึงตังดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน ประตูห้องที่ถูกปิดล็อกไว้ด้วยรหัสผ่านกำลังถูกกดเปิดจากภายนอกด้วยความคุ้นเคย และก่อนที่ทิวาจะได้ตั้งสติจากความตกใจ เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบงันทั้งหมด
"มัมมี่ฮะ! ป้าข้างล่างบอกว่าปะป๊าอยู่ห้องนี้ จริงเหรอฮะ ทำไมปะป๊าไม่ลงไปกินขนมกับคีย์ล่ะฮะ"
ร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตใสแป๋ว แก้มป่องยุ้ย และโดยเฉพาะโครงหน้าถอดแบบมาจากทิวามาราวกับใช้พิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ข้างขาของกรณ์
ทิวายืนนิ่งค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เอกสารในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมอย่างไม่รู้ตัว สายตาคมกริบมองสลับระหว่างเด็กน้อยตรงหน้ากับใบหน้าเรียบเฉยของอดีตภรรยา สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก นอกจากการค้นพบความลับสะเทือนโลกที่ถูกซ่อนเร้นไว้ตลอดสามปีเต็ม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเปิดประตูสู่ความเจ็บปวดครั้งนี้ไปพร้อมกันนะครับ
คุณโปรดิวเซอร์คนนั้นเลิกตามตื๊อผมสักที•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนกระดาษแผ่นบาง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณโปรดิวเซอร์คนนั้นเลิกตามตื๊อผมสักที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
