กลิ่นอับของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาถูกในห้องเก็บแฟ้มคดีใต้ถุนสถานีตำรวจนครบาล ช่างชวนให้ระบบทางเดินหายใจประท้วงเงียบ ๆ แต่พญ.พิมพ์พิชชา กลับไม่ใส่ใจจะหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวม เธอยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เหล็กทึบแสงสีเขียวมะกอกที่ถูกสนิมกัดกินตามกาลเวลา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังไล่ไปตามสันแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลที่เรียงรายกันอย่างแน่นขนัด ราวกับซากศพไร้ญาติที่ถูกฝังลืม
เสียงรองเท้าหนังหนัก ๆ ที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังไม่ได้ทำให้แพทย์นิติเวชสาวสะดุ้งแต่อย่างใด เธอยังคงจดจ่ออยู่กับตัวเลขปี พ.ศ. ที่จางหายบนสันแฟ้ม
"ฉันคิดว่าคนฉลาดเขาไม่ค่อยเสียเวลาขุดคุ้ยซากศพที่เน่าเปื่อยไปแล้วหรอกนะคะ หมอพิม"
เสียงทุ้มต่ำและติดจะเยาะหยันเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายบุหรี่จาง ๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นชาเขียวเย็น ๆ จากมือของ ร.ต.อ.ภูผา นายตำรวจหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ของเขาเกือบจะทำให้ทางเดินแคบ ๆ ระหว่างชั้นแฟ้มดูคับแคบลงถนัดตา ดวงตาดุดันภายใต้กรอบคิ้วหนากวาดมองแฟ้มคดีในมือเธอด้วยความเรียบเฉย
พิมชำเลืองมองเขาผ่านหางตา มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น เธอหยิบแฟ้มคดีหมายเลข 409/2563 ออกมาจากชั้น ส่งเสียงกระดาษเสียดสีกันดังแกรกกราดท่ามกลางความเงียบงัน
"ถ้าวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ว่าความตายเกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้กองก็คงต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า 'ศรัทธาและความงมงาย' สินะคะ แต่สำหรับดิฉัน... หลักฐานที่ไม่เคยโกหกต่างหากคือความจริงแท้" พิมหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "แฟ้มคดีเมื่อสี่ปีก่อน... คดีฆาตกรรม 'เหยื่อบูชายัญ' ที่ท่านผู้กำกับการพยายามสั่งเก็บมันไว้ใต้พรม เพราะกลัวว่าจะกระทบภาพลักษณ์กรมตำรวจ"
ภูผาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความนิ่งขรึมที่แฝงไปด้วยประกายความตึงเครียดในแววตา เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับยื่นมือไปหยิบแฟ้มอีกเล่มที่ซ่อนอยู่ด้านหลังสุดออกมา วางกระแทกเบา ๆ ลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยกลางห้อง ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นมาต้องแสงไฟนีออนสีนวล
"คุณคิดว่ามันเป็นแค่ฆาตกรรมต่อเนื่องโรคจิตธรรมดาเหรอคะ หมอพิม" เสียงของภูผาทุ้มต่ำลง ราวกับกระซิบเพื่อไม่ให้กำแพงเก่า ๆ นี้ได้ยิน "รอยแผลกรีดบนหน้าอกของเหยื่อทุกรายเมื่อสี่ปีก่อน... มันไม่ใช่ฝีมือของคนที่มีสติสัมปชัญญะปกติ และไม่ใช่รอยมีดผ่าตัดที่สะอาดสะอ้านแบบที่คุณคุ้นเคยในห้องดับจิตแน่ ๆ"
พิมขยับเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ตัวนั้น แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอจนเกิดเงาลึก เธอยื่นมือไปเปิดแฟ้มคดีเก่าแก่แผ่นนั้นออกอย่างไร้ความลังเล ภาพถ่ายในที่เกิดเหตุคดีเมื่อสี่ปีก่อนปรากฏแก่สายตา ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวในชุดสีขาวนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นปูนเปลือย รอบตัวมีรอยเลือดวาดเป็นอักขระโบราณที่บิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
หัวใจของแพทย์หญิงกระตุกวูบไปชั่วขณะ แม้เธอจะผ่านศพมานับร้อยนับพัน แต่ภาพถ่ายใบนี้กลับแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้ขนลุกซู่—ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของสภาพศพ แต่เป็น 'ความประณีต' ที่น่าสะพรึงกลัวต่างหาก
"รอยกรีดรูปดอกบัวเพลิงแปดกลีบ..." พิมพึมพำกับตัวเอง นิ้วเรียวชี้ไปที่ภาพแผลบริเวณหน้าอกของเหยื่อ "ลักษณะการทำลายเนื้อเยื่อด้วยความร้อนสูงบริเวณขอบแผล... มันเหมือนกับรอยแผลของเหยื่อในคดีล่าสุดที่เราเพิ่งชันสูตรไปเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เหมือนพิมพ์เดียวกัน... เหมือนกับมีใครสักคนใช้ 'แม่แบบ' เดียวกันในการสังหาร"
"ไม่ใช่แค่แม่แบบหรอกค่ะ หมอพิม" ภูผาโน้มตัวลงมาใกล้ จนพิมได้กลิ่นสัมผัสสะอาด ๆ จากตัวเขา—กลิ่นน้ำยาซักผ้าเจือจางกับกลิ่นฝนจาง ๆ หน้าตาของนายตำรวจหนุ่มอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "แต่พวกมันคือ 'พิธีกรรมเดียวกัน' คนร้ายคนเดิม... หรือไม่ก็สาวกที่รับช่วงต่อจากมัน"
พิมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความตื่นตัวจากสัญชาตญาณนักสืบที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบแพทย์นิติเวช แต่เธอก็ยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้เป็นอย่างดี ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันหากขยับเข้ามาอีกนิด เคมีอันตึงเครียดและประดักประเดิดระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านออกมาราวกับกระแสไฟฟ้าสถิตในอากาศที่พร้อมจะปะทุ
"คุณกำลังจะบอกว่า... ฆาตกรเมื่อสี่ปีก่อนยังลอยนวลอยู่ และกำลังเล่นสนุกอะไรบางอย่างกับพวกเราอย่างนั้นสินะคะ?" พิมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก
"ผมไม่ได้บอกว่ามันลอยนวล..." ภูผาเว้นจังหวะ สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่ขยับพูดก่อนจะเงยกลับขึ้นมาสบตาเธอตรง ๆ "ผมกำลังจะบอกว่า... คนที่ทำคดีนี้เมื่อสี่ปีก่อน และยอมปิดคดีลงทั้งๆ ที่หลักฐานคาใจ... อาจจะยังนั่งอยู่ในกรมตำรวจแห่งนี้ก็ได้"
คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ เสียงเครื่องปรับอากาศเก่า ๆ ส่งเสียงฮัมเบา ๆ คล้ายเสียงกระซิบจากความมืด
พิมหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที หากคดีเมื่อสี่ปีก่อนถูกปิดลงอย่างลวก ๆ ด้วยข้อหา "ฆ่าชิงทรัพย์" ทั้งที่มีร่องรอยพิธีกรรมไสยเวทชัดเจนขนาดนี้ นั่นหมายความว่า... มีคนระดับสูงยื่นมือเข้ามาแทรกแซงการสืบสวน
"ใครคะ?" พิมถามเสียงกระซิบ
ก่อนที่ภูผาจะได้ทันเอ่ยปากตอบคำถามนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวด้านนอกก็ทำลายความเงียบลงอย่างกะทันหัน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดัง ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยจังหวะที่มั่นคงและไร้ความรีบร้อน ราวกับจงใจประกาศการมาเยือน
ทั้งคู่หันขวับไปมองที่ประตูไม้บานผุกร่อนซึ่งปิดสนิท
มือของภูผาเลื่อนไปกุมด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มที่ ขณะที่พิมขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังเงาดำที่ทาบทับผ่านกระจกฝ้าตรงบานประตู
เงาร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง... ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะเอื้อมมาบิดลูกบิดประตูช้า ๆ เสียงโลหะกระทบกันดัง *คลิก* แผ่วเบา
ประตูค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติและใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัวของบุคคลที่พวกเขาคาดไม่ถึงที่สุด ยืนอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากซึ่งไม่เคยไปถึงดวงตา
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... หมอพิมกับผู้กองมาทำอะไรกันในสุสานกระดาษเก่า ๆ นี้หรือครับ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและค้นหาความจริงด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ผู้พิทักษ์ทัณฑ์อัคคี กับ นักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไม่เชื่อในวิญญาณ•ตอนที่ 3
ร่องรอยในแฟ้มคดีเก่า
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิทักษ์ทัณฑ์อัคคี กับ นักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ไม่เชื่อในวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!