เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 15

ทาสความปรารถนา

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนยังคงอบอวลอยู่ในเซฟเฮาส์คับแคบหลังนั้น รอยกระสุนนับสิบรูบนผนังปูนคือหลักฐานชั้นดีว่าพวกของมาวินเกือบจะส่งพวกเขาทั้งคู่ลงไปนอนใต้หลุมศพเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ทว่าความตายที่เฉียดฉิวกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นภายใต้ความเงียบงัน รินรดายืนพิงแผ่นหลังเข้าหากำแพงเย็นเฉียบ ลมหายใจของเسرรัวกระชั้น หน้าอกอิ่มกระพือขึ้นลงตามจังหวะความตื่นตระหนกที่ยังตกค้าง ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างคุกคาม "ปลอดภัยแล้วนี่..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างพยายามรักษาความเยือกเย็น แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบทรุด "ทำไมคุณยังมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีก" คิรากรไม่ตอบ ร่างหนาในชุดเสื้อคลุมสีเข้มชุ่มเหงื่อเคลื่อนเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ ดวงตาคมกริบดุจนักล่าจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องเหยื่ออันโอชะ มือหนาเอื้อมไปทาบลงบนผนังปูนข้างศีรษะเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณัติโดยสมบูรณ์ "ปลอดภัยจากพวกมัน..." เสียงทุ้มต่ำพلอดลอดไรฟัน แฝงไปด้วยความแหบพร่าที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะปลอดภัยจากฉัน... รินรดา" "คิรากร... คุณพูดบ้าอะไร" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้ากลับยิ่งทำให้เธอร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลวก "เราตกลงกันแล้วว่าฉันเป็นแค่ตัวประกัน... เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่..." "ไม่ใช่ข้อต่อรองอีกต่อไปแล้ว" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัว ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน "ตั้งแต่พวกมันเกือบพังประตูเข้ามาแล้วแตะต้องเธอ... ฉันก็รู้ตัวว่าฉันไม่อยากแบ่งปันร่องรอยบนตัวเธอให้ใครหน้าไหนอีก" สิ้นคำพูด ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักเข้าหาความนุ่มนวลทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามทุบตีและผลักไสแผงอกของเขา แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเปรียบเสมือนการสะกิดเสือร้ายให้ยิ่งฮึกเหิม จูบดุดัน ร้อนแรง และเอาแต่ใจ คิรากรบดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความกระหายที่สั่งสมมาเนิ่นนาน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความหวาดกลัวผสมผสานกับความเร่าร้อนทำให้จังหวะการหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มือหนาที่เลื่อนขึ้นมาบีบกรามมนของเธอไว้มั่น ทำให้เธอต้องเผยอปากรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างจำยอม เสียงครางอืออึงในลำคอของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสหยาบกร้านแต่เต็มไปด้วยพลังดึงดูดทำให้สติสัมปชัญญะที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ศักดิ์ศรีและทิฐิอันสูงส่งถูกเผาไหม้จนมอดไหม้ไปกับไฟเสน่หาที่ชายหนุ่มเป็นผู้จุดขึ้น คิรากรถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หอบหายใจรดกัน ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง "คุณมันบ้า... ไอ้คนป่าเถื่อน..." เธอหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ตีรันวนอยู่ในอก "หยุดนะ คิรากร... อย่าทำแบบนี้" "ฉันไม่เคยเป็นคนดี ริน..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอสะท้านเฮือก "และเธอก็รู้ดีว่า... เธอปฏิเสธสัมผัสของฉันไม่ได้" ไม่เพียงแต่คำพูด มือหนาของเขาก็จัดการรั้งเอวบางเข้ามาประชิดแนบแน่นจนไม่มีช่องว่างให้หายใจ ก่อนจะอุ้มร่างทั้งร่างขึ้นจนเธอต้องใช้เรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติ รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ มือเรียวโอบรอบลำคอแกร่งไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ขณะที่ถูกอุ้มตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ร่างบางถูกวางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับแววตาดุดันคู่นั้น คิรากรตามทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความปรารถนาที่มองไม่เห็น เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟหัวเตียง ผิวเนื้อเนียนละเอียดสัมผัสกับความเย็นของอากาศก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและริมฝีปากของชายหนุ่มที่ไล้พรมจูบไปทั่วทุกตาราง inch บนเรือนร่าง รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามอย่างลืมตัว เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ ทุกครั้งที่ริมฝีปากหยุ่นร้อนของเขาแตะต้องจุดอ่อนไหว ร่างกายของเธอก็สะท้านไหวและบิดเร้าด้วยความรัญจวน ความเย็นชาและเยือกเย็นที่เธอใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดพังทลายลงสิ้นเชิง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของความเป็นมนุษย์ที่โหยหาความเติมเต็ม "กร..." เสียงหวานครางเรียกชื่อเขาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีเข้มของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง คิรากรเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขสมและแรงปรารถนา แววตาเย็นชาของนักฆ่าผู้ไร้หัวใจในยามปกติบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและครอบครอง เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นสะท้าน "จำความรู้สึกนี้ไว้... ว่าเธอเป็นของใคร และไม่มีวันหนีฉันพ้น" บทเพลงแห่งความเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันตราย เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงครางประสานกันอย่างกลมกลืน ร่างกายสองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในวังวนแห่งตัณหาที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อน จนกระทั่งทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของความสุขสมพร้อมๆ กัน ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำร่างที่ชุ่มเหงื่อ ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังจะเคลิ้มหลับไปในอ้อมแขนของเขาด้วยความอ่อนเพลีย เสียงฝีเท้าฝีหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงเคาะรัวที่เต็มไปด้วยคุกคาม ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ตะโกนลอดเข้ามา "คิรากร... แกซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉันซะ!" ดวงตาคมกริบของคิรากรที่เพิ่งผ่อนคลายลง กลับมาเบิกVาวและวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเตียงคว้าอาวุธคู่ใจขึ้นมาปลดล็อกเซฟตี้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%