โลหิต... รสชาติฝาดเฝื่อนของโลหิตเก่าเก็บที่อัดแน่นอยู่ในลำคอ ช่างเป็นสัมผัสที่น่าคิดถึงเสียจริง
หลี่มู่เหวินปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของคอกม้าเก่าและเศษฟางแห้งกราก แรงกดดันจากมิติเบื้องบนที่เคยบดขยี้ร่างทิพย์ของมหาเทพเช่นเขา ได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเจ็บแปลบราวน์กับถูกหมื่นศัสตรากรีดแทงทั่วร่าง กระดูกทุกข้อต่อส่งเสียงลั่นเอี๊ยดราวกับจะแหลกสลายลงในทุกคราที่ลมหายใจเข้าออก
"ไอ้เศษสวะมู่เหวิน! ยังไม่ตายอีกหรือวะ?"
เสียงตวาดหยาบโลนพร้อมกับแรงถีบที่ซี่โครงขวา ทำให้ร่างผอมโซของเด็กหนุ่มกระเด็นไปกระแทกกับเสาไม้ผุๆ ฝุ่นละอองคละคลุ้งตลบอบอวล รสชาติคาวเลือดไหลซึมออกจากมุมปากของหลี่มู่เหวินช้าๆ ดวงตาที่เคยทอดมองสรรพชีวิตดั่งธุลีดิน บัดนี้กลับฉายแววเยียบเย็นและลุ่มลึกเกินกว่าวัยสิบหกปีจะพึงมี
นี่คือร่างของ ‘หลี่มู่เหวิน’ ศิษย์สายนอกแห่งสำนักกระบี่ทมิฬ ผู้มีจุดจบอนาถจากการถูกรุมทำร้ายจนปอดแตกตายในคอกม้าของตระกูลสาขา
"เฮอะ ทำเป็นนิ่งเป็นใบ้ไปเถอะแก!" จ้าวฮ่าว ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นสาม ยืนค้ำหัวพลางหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ เงื้อมือขึ้นเตรียมตบซ้ำ "พี่ใหญ่สั่งไว้ว่า แค่สั่งสอนให้มันสำนึก ไม่ได้ให้มันตายสบายๆ แบบนี้... ลุกขึ้นมาสิไอ้ขยะไร้รากปราณ!"
หลี่มู่เหวินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขากวาดสายตาคมปลาบประดุจใบกระบี่โบราณมองสำรวจรอบกาย สติสัมปชัญญะที่หลงเหลือจากการจุติใหม่กำลังผสานเข้ากับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สำนักกระบี่ทมิฬ ตระกูลหลี่ที่ล่มสลาย และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าของ ‘ไป๋อวี้เฉิน’ ศิษย์น้องผู้ทรยศที่แทงกระบี่ทะลวงหัวใจเขาในแดนเซียน
*เจ้าคิดว่าการทำลายร่างทิพย์ของข้า จะทำให้ข้าดับสูญไปจากวัฏสงสารได้จริงๆ งั้นหรือ... อวี้เฉิน?*
มุมปากของหลี่มู่เหวินยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้จ้าวฮ่าวที่กำลังจะเงื้อมือฟาดลงมา ถึงกับชะงักงันโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหน I เหน็บแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่าเท้าตรงดิ่งสู่สันหลัง ราวกับว่าสวะตรงหน้ามิใช่เด็กหนุ่มอ่อนแอที่มันเคยซ้อมเป็นประจำ หากแต่เป็นพญาอินทรีย์ที่กำลังซุ่มมองเหยื่อด้วยความเหี้ยมเกรียม
"เจ้า..." จ้าวฮ่าวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่เงื้อมไว้สั่นเทาเล็กน้อยโดยไร้สาเหตุ "แววตาของแก... มันอะไรกันวะ!"
"เจ้าเสียงดังเกินไปแล้ว"
น้ำเสียงของหลี่มู่เหวินแห้งผากและแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอีกฝ่ายราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย สิ้นคำพูดนั้น ปราณฟ้าดินรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นปั่นป่วน แม้จุดตันเทียนในร่างจะร้าวรานและตีบตัน แต่ด้วยจิตวิญญาณระดับมหาเทพ อาศัยเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำแห่งวิถีเซียน เขาก็สามารถดึงดูดพลังงานบริสุทธิ์รอบตัวให้ไหลทะลักเข้าสู่ชีพจรที่อุดตันได้ในชั่วพริบตา!
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากภายในร่างของหลี่มู่เหวิน ออร่าสีครามจางๆ แผ่พุ่งออกมาจากร่างผอมโซ กดดันจนจ้าวฮ่าวต้องก้าวถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นหนึ่ง... สอง... และทะยานขึ้นแตะขั้นสามในเวลาเพียงลมหายใจเดียว!
นี่ไม่ใช่การทะลวงผ่านระดับธรรมดา แต่มันคือการ 'ตื่นรู้' ของวิญญาณที่ก้าวข้ามกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน!
"เป็นไปไม่ได้! แก... แกไม่มีรากปราณไม่ใช่หรือไง!" จ้าวฮ่าวกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบเตือนภัยว่าหากช้ากว่านี้มันจะต้องตายอย่างแน่นอน มันจึงตัดสินใจชักกระบี่เหล็กกล้าข้างเอวออกมา หมายจะแทงทะลวงหัวใจของหลี่มู่เหวินเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
"ตายซะเถอะไอ้สวะ!"
คมกระบี่แหวกอากาศพุ่งตรงมาด้วยความเร็วระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม ประกายแสงสีเงินวาววับสะท้อนกับดวงตาที่สงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึกของหลี่มู่เหวิน เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายกมือขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังปัดเป่าแมลงวันที่น่ารำคาญ
นิ้วเรียวยาวสองนิ้วคีบเข้าที่คมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงได้อย่างแม่นยำรา VS ปาฏิหาริย์!
*กริ๊ง...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิว แต่ทว่าแรงกระแทกมหาศาลที่สะท้อนกลับไปตามคมกระบี่ ทำให้แขนขวาของจ้าวฮ่าวชาด้านจนไร้ความรู้สึก กระบี่ในมือสั่นระริกก่อนจะร้าวรานและแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ คาตา!
จ้าวฮ่าวเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้า อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงัดของคอกม้าเก่า ท้องนภ้ายามราตรีเบื้องนอกกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆฝนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรากับมีสิ่งเหนือธรรมชาติกำลังตื่นจากการหลับใหล สายฟ้าสีเงินสายหนึ่งผ่าลงมาตรงยอดเขาหลังสำนัก เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านลงมาจากเบื้องบน...
ที่หน้าประตูดันเจี้ยนลับของสำนักเมฆาเยือกแข็ง เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์กำลังยืนตระหง่าน นางปรายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยแววตาเรียบเฉย เย็นชา และสูงส่งเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะเอื้อมถึง...
เซียนเฟยหลิน ขยับริมฝีปากบางเบา เอ่ยพึมพำกับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดั่งน้ำแข็งพันปี
"ทัณฑ์สวรรค์สั่นคลอน... หรือว่า ‘เขา’ ผู้นั้น... จะกลับมาจุติแล้วจริงๆ..."
เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงมิติอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กระบี่ไร้ลักษณ์สลักใจเทพธิดาน้ำแข็ง•ตอนที่ 1
ฟื้นชีพศิษย์สวะ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สลักใจเทพธิดาน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
