กลิ่นหอมของพริกแกงเผ็ดที่ตำสดๆ จนแหลกละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมหวลของกะทิเคี่ยวจนแตกมัน ลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวขนาดกะทัดรัด รินรดายืนนิ่งอยู่ที่หน้าเตา มือข้างหนึ่งถือทัพพีตักแกงคั่วสีสวย เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมองแขกไม่ได้รับเชิญ เสียงฝีเท้าด้านหลังก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับมือใหญ่แข็งแรงของใครบางคนเอื้อมมาคว้าไหล่เธอไว้แน่น—ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้กองมานพที่ยืนบังอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
"คุณทำอะไรเสียงดังโครมครามแต่เช้า..." เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับต้นคอทำเอารินรดาถึงกับสะดุ้งสุดตัว
หญิงสาวไหวตัวทันตามสัญชาตญาณความอยู่รอด เธอไม่ได้กรี๊ดกราดโวยวายให้เสียฟอร์ม แต่กลับบิดตัวหลบมือใหญ่นั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตวัดสายตาดุดันกลับไปมองชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่ยับย่นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งกลับมาจากลาดตระเวนชายแดนอย่างเหน็ดเหนื่อย
"นี่คุณ! เข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแถมยังมาประชิดตัวคนอื่นแบบนี้ มันเสียมารยาทนะคะผู้กอง!" รินรดากล่าวเสียงเขียว ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าอกแกร่งนั้นจะกว้างจนเกือบจะชนจมูกเธออยู่รำคาญใจก็ตาม
มานพกะพริบตาปริบๆ เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะตกใจที่ถูกต่อว่า แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมเย้ายวนที่เตะเข้าจมูกอย่างจังจนต่อmความอยากอาหารในกระเพาะที่ว่างเปล่ามาตั้งแต่เมื่อคืนทำงานอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มก้มลงมองหม้อแกงคั่วบนเตา ก่อนจะเลื่อนกลับมามองใบหน้าเนียนใสที่มีเหงื่อซึมบางๆ บริเวณขมับของหญิงสาว
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท..." มานพเอ่ยเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ทัพพีในมือเธอ "แต่ประตูรั้วบ้านคุณไม่ได้ล็อก... และที่สำคัญ กลิ่นนี่มัน... กลิ่นอะไร ทำไมมันถึงได้รบกวนจมูกผมตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าซอยบ้านด้วยซ้ำ"
รินรดาลอบถอนหายใจในความหน้ามึนของนายหนุ่มคนนี้ แต่เมื่อเห็นสายตาที่มองหม้อแกงราวกับเด็กน้อยหิวโหยแล้ว เธอก็อดที่จะมุมปากกระตุกยิ้มไม่ได้ นี่สินะ... จุดอ่อนของผู้กองหน้านิ่งจอมโหดที่ใครๆ ก็เกรงกลัว แท้จริงแล้วพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ปลายจวักนี่เอง
"มันคือ 'แกงคั่วหอยขม' ค่ะ" รินรดากล่าวเสียงเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ เธอวางทัพพีลงแล้วหันไปหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบใบย่อมมาตักแกงคั่วสีสวยที่ส่งควันกรุ่น รสชาติกลมกล่อมเผ็ดร้อนถึงเครื่องแกงใต้ที่เธอแอบไปหยิบวัตถุดิบชั้นยอดมาจาก 'ครัวนิรันดร์' มิติลับคู่กาย หอยขมตัวอ้วนกลมที่ถูกแกะเนื้อสดๆ เคี้ยวกรุบกรับเข้ากันได้ดีกับใบชะพลูซอยละเอียดและยอดมะพร้าวอ่อนกรอบๆ
มานพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมของกะทิและพริกแกงเผ็ดร้อนเตะจมูกจนต่อมรับรสทำงานอย่างบ้าคลั่ง เขาลืมความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารไปจนหมดสิ้น ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้หม้อแกงอีกก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ผม... ขอชิมได้ไหม?" นายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร เอ่ยปากขอร้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู อยากจะแกล้งให้เข็ดหลาบเสียหน่อยที่กล้าถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในครัวของเธอ
"ผู้กองคะ ของทุกอย่างในครัวนี้มีต้นทุนนะคะ จะมาขอชิมฟรีๆ ได้ยังไงกัน เลิกทำตัวเป็นอันธพาลบุกรุกบ้านชาวบ้านเสียที แล้วออกไปรอที่โต๊ะอาหารดีๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะตักไปเสิร์ฟให้เอง" เธอบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่แฝงแววขบขัน
มานพชะงักไปนิด ชายหนุ่มระบายยิ้มมุมปากออกมาจางๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งใครจะได้เห็น ทำเอาใบหน้าคมเข้มดูหล่อเหลาขึ้นเป็นกองจนรินรดาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าในใจ
"ได้... ตามใจคุณแม่ครัวตัวแสบ" มานพยอมถอยหลังออกไปจากครัวแต่โดยดี แต่สายตายังคงอาลัยอาวรณ์หม้อแกงคั่วไม่ห่าง
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ เธอจัดการตักแกงคั่วหอยขมร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องลายคราม พร้อมกับตักข้าวสวยหอมมะลิร้อนควันฉุยเคียงคู่กันไป ก่อนจะยกถาดอาหารเดินออกไปยังโต๊ะไม้ตัวเก่าในห้องรับแขกที่มานพนั่งรออยู่ด้วยท่าทางสำรวมผิดคาด
ทันทีที่ถาดอาหารถูกวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมฟุ้งก็กระจายตัวออกไปอีกครั้ง มานพไม่รอช้า เขาหยิบช้อนส้อมตักข้าวราดด้วยแกงคั่วหอยขมสีจัดจ้านเข้าปากทันทีโดยไม่กลัวลวก
ความเผ็ดร้อนของพริกแกงที่ตำเองกับมือ ผสมผสานกับความมันกลมกล่อมของกะทิ และความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของเนื้อหอยขมสดๆ กระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก รสชาติที่เข้มข้นจัดจ้านถึงใจทำให้ดวงตาคมของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
มันไม่ใช่แค่ 'อร่อย' แต่มันคือรสชาติที่สะท้อนจิตวิญญาณและความใส่ใจในทุกอณูวัตถุดิบ!
"เป็นยังไงบ้างคะ?" รินรดายืนกอดอกมองปฏิกิริยาของเขาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
มานพไม่ตอบในทันที เขารีบตักคำที่สองเข้าปากตามด้วยข้าวสวยร้อนๆ อย่างเอร็ดอร่อย หน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึมบางๆ จากความเผ็ดร้อน แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"อร่อย..." เขาพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาที่มองเธอมันวาวด้วยความทึ่ง "อร่อยจนผมแทบอยากจะย้ายสำมะโนครัวมาฝากท้องไว้ที่นี่ทุกมื้อเลยทีเดียว"
"ปากหวานนะคะผู้กอง ระวังเถอะค่ะ... ถ้าติดใจฝีมือฉันขึ้นมาจริงๆ คุณอาจจะต้องจ่ายค่าอาหารแพงหูฉี่เลยก็ได้" เธอสวนกลับด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า
แต่ก่อนที่มานพจะได้เอ่ยปากหยอกล้ออะไรกลับไป เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากภายนอกบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงที่รินรดาคุ้นหูเป็นอย่างดี—เสียงของแม่สามีจอมแสบจากบ้านใหญ่ที่ตามมาอาละวาดแต่เช้าตรู่!
มานพขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงรบกวนความสุขในการกินของเขา ชายหนุ่มวางช้อนลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาด้วยแววตาดุดันที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที
"ดูท่าทาง... เช้าวันนี้ของคุณจะไม่ค่อยสงบเท่าไหร่แล้วล่ะมั้งครับ แม่ครัวคนเก่ง" มานพเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างบางของรินรดาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
---
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ครัวคุณยาย" นะคะ หวังว่าจะเอร็ดอร่อยและมีความสุขไปกับกลิ่นอายความรักและอาหารไทยในตอนนี้นะคะ!
แม่ครัวมือใหม่กับนายทหารผู้คลั่งไคล้แกงคั่ว•ตอนที่ 2
ผู้กองหน้านิ่งกับแกงคั่วหอยขม
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวมือใหม่กับนายทหารผู้คลั่งไคล้แกงคั่ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
