เกษตรกรสาวมือใหม่กับเจ้าของไร่หน้านิ่งผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1

มรดกที่เป็นสวนร้าง

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกฉีกขาดด้วยความจงใจดังแคว่ก... ก้องกังวานอยู่ในห้องรับแขกอันคับแคบของตระกูลหลิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับปีลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นอายความเสื่อมโทรมนั้น คือรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของท่านป้าสะใภ้ใหญ่—หลี่ซื่อ "ฟานฟาน นี่คือความเมตตาปรานีที่สุดที่ตระกูลหลินเราจะมอบให้หลานสาวอกตัญญูอย่างเธอได้แล้ว!" หลี่ซื่อสะบัดสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแผ่นเก่าคร่ำครึลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังป้าบ ใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยไขมันและเครื่องประดับราคาถูกขยับยิ้มจนเนื้อที่แก้มเบียดเข้าหากัน ดวงตาคู่นั้นกวาดมองหลินฟานด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองสุนัขข้างถนนที่พวกนางยอมโยนกระดูกชิ้นสุดท้ายให้เพื่อปัด2ความรำคาญ หลินฟานก้มมองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ เรียวคิ้วงามเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความใจเย็นที่สวนทางกับบรรยากาศเดือดดาลรอบตัว ในมิติประหลาดที่ซ่อนอยู่หลังห้วงความคิดของนางเวลานี้ น้ำพุวิเศษยังคงส่งเสียงไหลริน เมล็ดพันธุ์พืชหายากนับร้อยชนิดเปล่งประกายเรืองรองราวกับดวงดาว ทว่านางเลือกที่จะเก็บซ่อนความมั่งคั่งนี้ไว้เบื้องหลังม่านตา หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน "ความเมตตาหรือคะ ท่านป้าใหญ่? เกรงว่าคำนี้จะดูสูงส่งเกินไปสำหรับเอกสารแผ่นนี้กระมังคะ" หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังชะงัก "ที่ดินสามสิบไร่ปลายหุบเขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นป่าช้าเก่า ต้นส้มยืนต้นตายจนกลายเป็นฟืน ไร้ซึ่งแหล่งน้ำบาดาล และเต็มไปด้วยงูเงี้ยวเคี้ยวขอ... นี่ท่านกำลังจะบอกว่า กำลังแบ่งสมบัติให้หลานสาวแท้ๆ หรือกำลังขับไล่ไสส่งฉันออกจากกองมรดกกันแน่คะ?" "นังเด็กปากกล้า!" หลี่ซื่อตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนถ้วยชาสั่นสะเทือน "ตระกูลหลินเลี้ยงดูเธอจนเติบโตมาได้ขนาดนี้ก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว! พ่อแม่เธอก็ตายจากไปตั้งแต่เธอยังแบเบาะ ทิ้งหนี้สินก้อนโตไว้ให้พวกฉันต้องตามเช็ดตามล้าง สวนส้มตรงนั้น ถึงมันจะรกร้างไร้ราคา แต่มันก็คือชื่อของตระกูลหลิน ถ้าเธอไม่เอา ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่มือเปล่า แล้วเตรียมตัวไปใช้หนี้แทนพ่อแม่เธอในคุกซะ!" เสียงตบโต๊ะและวาจาเชือดเฉือนไม่ได้ทำให้หัวใจของเชฟอัจฉริยะผู้เคยผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลินมาแล้วต้องสั่นคลอนแม้แต่น้อย หลินฟานเพียงแค่กวาดสายตามองรอบห้อง เห็นรอยยิ้มสมน้ำหน้าของลูกพี่ลูกน้องและสายตาดูแคลนจากคนในตระกูลที่ยืนล้อมรอบ *พวกโง่เขลา...* นางคิดในใจ สำหรับคนอื่น สวนส้มปลายหุบเขาคือสถานที่อัปมงคลที่ไม่มีใครอยากเหยียบย่าง แต่สำหรับหลินฟานที่มี 'มิติลับ' ในจิตวิญญาณ ที่ดินรกร้างผืนนั้นคือผืนผ้าใบชั้นดีที่นางสามารถเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรกรรมที่ร่ำรวยที่สุดในแคว้นได้ต่างหาก! น้ำพุวิเศษในมิติของนางสามารถชุบชีวิตดินที่ตายแล้วให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ภายในชั่วข้ามคืน เมล็ดพันธุ์ส้มพันธุ์หายากที่ไร้เมล็ดและรสชาติหวานฉ่ำราวกับน้ำอมฤต กำลังรอคอยเวลาที่จะถูกปลูกลงบนดินผืนนั้น "ตกลงค่ะ" หลินฟานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนทุกคนในห้องอ้าปากค้าง รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวาน "ฉันจะรับ 'สวนร้าง' ผืนนั้นไว้เป็นมรดกแต่เพียงผู้เดียว และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับตระกูลหลินถือว่าขาดกันเด็ดขาด จะเป็นจะตายอย่างไร ก็ไม่ต้องมามองหน้ากันอีก" หลี่ซื่ออดยิ้มเยาะด้วยความสมเพชไม่ได้ นังเด็กนี่คงเสียสติไปแล้วจริงๆ ถึงได้ยอมรับเอาที่ดินผอนผีสิงนั่นมาแทนที่จะเรียกร้องเงินสด นางรีบคว้าตราประทับมากดลงบนสัญญาด้วยกลัวว่าหลินฟานจะเปลี่ยนใจ "ดีมาก! อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน สัญญาฉบับนี้มีผลทันที ไสหัวไปจากบ้านหลังนี้ได้เลย!" ครึ่งชั่วยามต่อมา หลินฟานยืนอยู่เบื้องหน้าอาณาจักรใหม่ของนาง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพของความหดหู่ กิ่งก้มส้มแห้งเหี่ยวบิดเบี้ยวราวกับซากศพที่กำลังกรีดร้อง ท้องฟ้าเหนือหุบเขากลับปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาทะมึน บรรยากาศเงียบสงบจนน่าขนลุก สมชื่อคำร่ำลือว่าที่นี่คือ 'ป่าช้าส้ม' ลมหนาวพัดโชยมาปะทะร่างจนขนลุกชัน บ้านพักคนงานหลังเก่าผุพังจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม หน้าต่างไม้หลุดลุ่ยส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลม "สภาพแย่กว่าที่คิดแฮะ..." หลินฟานพึมพำกับตัวเองขณะกวาดสายตาสำรวจพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เลือดนักสู้และสัญชาตญาณการบริหารจัดการของเชฟใหญ่กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางเดินสำรวจลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงใจกลางสวน ที่ซึ่งมีบ่อน้ำโบราณแห้งขอดอยู่แห่งหนึ่ง หลินฟานทรุดตัวลงนั่งยองๆ สัมผัสผืนดินที่แห้งผากและแข็งกระด้างราวกับหินผา ทว่าในขณะที่นางกำลังจะดึงมือกลับ ฝ่ามือของนางกลับสัมผัสเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใต้รากไม้ใหญ่ที่ตายซาก *กร๊อบ...* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้ทึบด้านหลังอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์! ยังไม่ทันที่หลินฟานจะได้ตั้งตัว ร่างของนางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนลอยหวือไปปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายและกลิ่นอายดินโคลนจางๆ มือหนาข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วตรึงนางไว้แน่นสนิท ขณะที่มืออีกข้างชักมีดสั้นประกายแสงวาบขึ้นมาจ่อที่ลำคอระหงของนางทันที! "เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของข้า!" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้นชิดใบหู เย็นเยียบจนน่าขนลุก หลินฟานเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ แต่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่จะยอมจำนน นางรีบเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของคมมีดทันที และสิ่งที่ทำให้นางต้องกลืนน้ำลายเหนียวคอลงคอก็คือ... ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำนาจกดดัน ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด... ผู้ชายอันตรายคนนี้ คือเจ้าของที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในเขตชายป่าที่ใครๆ ต่างก็ลือกันว่าดุร้ายยิ่งกว่าเสือร้าย และเขาคนนี้... ไม่เคยต้อนรับคนแปลกหน้า! "ปล่อยฉันนะ ตาบ้า!" หลินฟานกัดฟันกรวด พยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่วรรคตอนที่กำลังจะเอ่ยต่อมาต้องกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นก้มลงมองริมฝีปากของนางก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยືือกเย็น "ผู้หญิงที่กล้าก้าวเข้ามาในสวนร้างแห่งนี้ มีอยู่แค่สองประเภท..." เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู แผ่วเบาแต่น่าหวาดหวั่น "ไม่โง่เขลาเบาปัญญา... ก็เป็นสายลับที่ส่งมาตาย" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดประตูเข้าสู่สวนส้มแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือใหม่กับเจ้าของไร่หน้านิ่งผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%