กลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อหนังและคราบเขม่าสีดำที่กรังอยู่ตามรisผิว คือสิ่งสุดท้ายที่ศิลาจดจำได้ในห้วงคำนึง
เปลวเพลิงสีแดงฉานที่โหมกระหน่ำแผดเผาเรือนรับรองหลังใหญ่ ไม่เพียงแต่พรากเอาลมหายใจและร่างกายที่พิการไร้เรี่ยวแรงของเขาไป หากแต่มันยังแผดเผาความศรัทธา ความจงรักภักดี และความโง่เขลาทั้งปวงให้มอดไหม้กลายเป็นจุล
น้ำตาหยดสุดท้ายเหือดแห้งหายไปก่อนจะทันร่วงหล่น ทว่าความแค้นกลับฝังรากลึก ลุกลาม และแผ่ขยายรากแก้วลงไปในห้วงลึกแห่งวิญญาณ ดุจดั่งเพลิงกัลป์ที่ไม่มีวันดับมอด
*ตึง!*
เสียงแฟ้มเอกสารหนาหนักที่ถูกกระแทกลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งอย่างแรง สะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ดึงศิลาให้หลุดพ้นจากขุมนรกแห่งความตายอันเวิ้งว้าง ลมหายใจที่ควรจะขาดห่วงกลับกระชากเฮือกใหญ่เข้าสู่ปอดอย่างตื่นตระหนก ร่างกายที่เคยพิการและถูกเผาไหม้จนเกรียม กลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและพละกำลังที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูเส้นเลือด
ศิลากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพความตายอันน่าสเวียนหัว กลิ่นควันไฟมรณะเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่า หมึกซึมราคาแพง และกลิ่นชาอู่หลงคั่วที่ลอยวนอยู่ในบรรยากาศอันคุ้นเคยอย่างประหลาด
เขากวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกที่แทบหยุดหายใจ
ผนังห้องทำงานบุด้วยไม้สักทองเงางาม ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานที่อัดแน่นไปด้วยตำรากลยุทธ์การเมืองและประวัติศาสตร์ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพแสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะ และที่สำคัญที่สุด... ปฏิทินตั้งโต๊ะหนังแท้สีดำสนิทที่ตั้งอยู่ตรงหน้า
ตัวเลขสีทองเด่นชัดบนแผ่นกระดาษระบุวันเดือนปีที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
*ห้าปีก่อน*
นี่คือห้องทำงานส่วนตัวของเขา... ในช่วงเวลาที่อำนาจทุกอย่างยังอยู่ในมือ ช่วงเวลาก่อนที่พยัคฆ์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจะยื่นยาพิษเคลือบน้ำผึ้งมาให้ และก่อนที่ตระกูลของเขาจะถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
"คุณศิลาคะ ดิฉันรวบรวมงบประมาณโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ตามที่คุณต้องการทุกประการ"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง ศิลาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรม สายตาคมกริบกวาดมองสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
รินรดา... หญิงสาวผู้เป็นทายาทตระกูลผู้ทรงอิทธิพล คู่ค้าทางธุรกิจที่ในชาติก่อนเขาเคยมองว่าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน และเป็นศัตรูตัวฉกาจที่คอยขัดขาเขาในยามที่เขาก้าวขึ้นสู่อำนาจสูงสุด ทว่าในเวลานี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววระมัดระวังและมีความกังวลเจืออยู่จางๆ
เธอยังคงสวมชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปสีเทาเข้ม รวบผมยาวสลวยเป็นมวยต่ำอย่างประณีต งดงาม ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยสติปัญญาเช่นเคย
ศิลาไม่ตอบคำถาม เขายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตัวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่หลาก
หลาย ทั้งความตกใจ ความงุนงง และความแค้นที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก มือหนายื่นออกไปสัมผัสกับขอบโต๊ะไม้ เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่นี้ไม่ใช่ความฝัน เลือดในกายสูบฉีด ร่างกายนี้ยังไม่เคยถูกไฟครอก หัวใจดวงนี้ยังคงเต้นระรัว และเขายังมีชีวิตอยู่... มีลมหายใจที่จะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีผิดปกติของชายหนุ่ม ปกติแล้วศิลาจะเป็นนักกลยุทธ์ผู้เยือกเย็น ไร้ช่องโหว่ และไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ทว่าในยามนี้ แววตาคู่คมที่มองมากลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและอารมณ์ดิบเถื่อนบางอย่างที่เธอบรรยายไม่ถูก
"คุณศิลา... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้าของคุณดูไม่ค่อยดีเลย" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด มือเรียวบางเอื้อมออกไปหมายจะแตะที่แขนของเขาเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ
"อย่าเข้ามา!"
ศิลาส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดมองเธอดุจราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ความทรงจำอันเจ็บปวดในชาติก่อนผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ รินรดาผู้นี้คือคนที่เคยถือเอกสารลับเปิดโปงความผิดของเขาในวาระสุดท้าย... หรือว่าเธอคือสายลับของพยัคฆ์ตั้งแต่ตอนนั้นกันแน่?
รินรดาชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและไม่เข้าใจในปฏิกิริยาอันเกรี้ยวกราดอย่างไร้เหตุผลนั้น เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเยเย็นชาตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"ฉันไม่รู้ว่าคุณไปเจอเรื่องอะไรมานะคะ คุณศิลา แต่การแสดงท่าทีแบบนี้มันไม่ใช่วิสัยของคุณเลยสักนิด" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาท่าทีที่มั่นคงเอาไว้ แม้ในใจจะเริ่มหวาดหวั่นกับประกายไฟในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า "ถ้าคุณยังมีอาการสับสนเรื่องงานเอกสารชุดนี้ เราค่อยคุยกันใหม่พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ"
เธอยกแฟ้มเอกสารอีกเล่มขึ้นมาแนบอก เตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัว ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วเรียจะทันได้สัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"รินรดา... ถ้าในชาตินี้เราต้องเลือกเดินระหว่างเป็นพันธมิตรที่กุมความลับร่วมกัน... กับการเป็นศัตรูที่จะต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง คุณคิดว่าเส้นทางไหนจะน่าสนุกกว่ากันล่ะ?"
รินรดาชะงักกึก ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปตอบคำถามอันประหลาดล้ำและไร้ที่มาที่ไปนั้น เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่แสนจะคุ้นเคยของชายผู้เป็นเพื่อนรักและผู้บงการเงา
"ศิลา อยู่หรือเปล่าเพื่อนรัก? ฉันมีข่าวดีเรื่องโครงการใหญ่มาบอกนาย... หวังว่านายจะยังไม่ตายคาโต๊ะทำงานไปเสียก่อนนะ"
สิ้นเสียงนั้น กลอนประตูก็ค่อยๆ หมุนเปิดออก เผยให้เห็นรอยยิ้มอันอบอุ่นทว่าซ่อนคมเขี้ยวไว้มิดชิดของพยัคฆ์ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงเวลาอันดำมืดและงดงามนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายกับนายทวารกาลเวลา•ตอนที่ 1
ลมหายใจสุดท้ายที่กลายเป็นจุดเริ่มต้น
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับนายทวารกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
