“ถ้าคุณยังคิดว่าการทำโปรเจกต์นี้คือการเล่นขายของ ผมแนะนำให้คุณยื่นใบลาออกตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่าขนลุกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมชั้นบนสุดของบริษัท ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้ที่ยี่สิบสององศาดูเหมือนจะต่ำลงไปอีกหลายระดับเมื่อเจ้าของเสียงนั้นขยับตัว
รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ดร. อคิน ในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบไร้รอยยับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสี่เหลี่ยมนั้นกำลังจ้องมองเธอราวกับกำลังตรวจข้อสอบที่ผิดพลาดมหันต์... เหมือนกับวันนั้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว วันที่เขาส่งเกรด F มาให้เธอพร้อมคำวิจารณ์ว่า ‘ไร้ระเบียบและขาดตรรกะในงานออกแบบ’
“ฉันไม่ได้มาเล่นขายของค่ะ ดร. อคิน” รินรดาเน้นชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะอยากหยิบแฟ้มงานฟาดลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้า “และโปรเจกต์ ‘The Sanctuary’ นี้ คือหัวใจสำคัญของบริษัทฉัน เราตกลงกันแล้วว่าที่ปรึกษาภายนอกไม่มีสิทธิ์แทรกแซงดีไซน์คอนเซปต์เดิม”
“คอนเซปต์ที่เต็มไปด้วยจุดบอด?” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าเธอทำเอาบรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนน่าอึดอัด “ผมไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนงานคุณ แต่ผมมาเพื่อแก้ความหายนะที่คุณกำลังจะสร้างขึ้น ถ้าคุณยังยึดติดกับทิฐิที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ ต่อให้คุณเป็นสถาปนิกดาวรุ่งที่ไหน ก็ร่วงลงมาตายได้เหมือนกัน”
รินรดากำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เธอเกลียดสายตาที่เขามองมา... สายตาที่เหมือนมองทะลุผ่านความมั่นใจจอมปลอมของเธอไปเห็นเด็กสาวขี้แพ้ที่เขาเคยเขี่ยทิ้งจากวิชาเรียนเมื่อหลายปีก่อน
“ถ้าอย่างนั้น ด็อกเตอร์คงลืมไปว่าโลกความจริงมันต่างจากในห้องเรียน” รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้า อีกฝ่ายสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงศีรษะจนต้องแหงนมอง “นี่คือบริษัทของฉัน ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวฉัน ไม่ใช่เชื่อมั่นในทฤษฎีคร่ำครึที่ใครบางคนชอบใช้กดขี่คนอื่น”
“ทฤษฎีที่ทำให้คุณเรียนจบมาได้จนถึงทุกวันนี้เหรอ?” อคินโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้สับสน ทั้งดุดันและสุขุมในเวลาเดียวกัน “เอาล่ะ ในเมื่อคุณมั่นใจขนาดนั้น เรามาทำข้อตกลงกันใหม่”
“ข้อตกลงอะไรคะ?”
“เราจะลงพื้นที่ไซต์งานจริงบ่ายนี้ ถ้าสิ่งที่คุณออกแบบมัน ‘ใช้ได้’ อย่างที่ปากคุณว่า ผมจะเป็นคนลงนามอนุมัติด้วยตัวเอง แต่ถ้ามันพัง... คุณต้องยอมรับเงื่อนไขการแก้ไขงานทุกบรรทัดของผม โดยไม่มีข้อแม้”
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เธอก้าวเข้าหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย ความท้าทายในดวงตาของเธอสู้ยิบตา “ดีค่ะ แต่ถ้าฉันชนะ ด็อกเตอร์ต้องเลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สองของฉันเสียที... แล้วอย่าหวังว่าฉันจะยอมให้ใครมาสั่งสอนเรื่องการใช้ชีวิตส่วนตัวของฉันอีก”
อคินนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบราวกับมีพายุพัดผ่าน แต่เขากลับซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตู
“เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ... ความหายนะของคุณกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
รินรดามองแผ่นหลังกว้างนั่นเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทิ้งห่างไป เธอถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัว มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบ แรงกดดันเมื่อครู่ทำเอาเธอแทบขาดใจ แต่ในขณะเดียวกัน... เลือดในกายของเธอกลับฉีดพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บ่ายวันนั้น ณ ไซต์งานที่กำลังก่อสร้าง ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่ว รินรดาในชุดลุยงานเต็มยศสวมหมวกนิรภัยสีขาว เธอเดินสำรวจโครงสร้างเหล็กกล้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายทำเอาเหงื่อซึมตามไรผม เธอหยุดยืนอยู่บนคานปูนที่ยังไม่เรียบร้อยนัก พยายามวัดระยะช่องเปิดหน้าต่างตามแบบที่เธอร่างไว้
“วัดผิดจุดนะ”
เสียงอคินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว จังหวะที่เธอหันกลับไป หมวกนิรภัยของเธอกลับเกี่ยวเข้ากับสายไฟที่ห้อยลงมาจากคานเหล็กจนรั้งตัวเธอไว้ ร่างของรินรดาเสียหลักกะทันหันก่อนจะเซถลาไปข้างหลัง
วินาทีนั้น ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าเอวเธอไว้ได้ทันแรงเหวี่ยง แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่เซถอยหลังไปชนกับเสาเหล็กข้างๆ อคินโอบรัดเอวเธอไว้แน่น มืออีกข้างค้ำเสาเหล็กเหนือหัวเธอไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บ
ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจของอคินปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ กลิ่นอายความใจเย็นของเขาดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงที่เข้มข้นจนรินรดาหัวใจเต้นผิดจังหวะ แววตาของชายหนุ่มไม่ได้เรียบเฉยเหมือนตอนอยู่ในห้องประชุม แต่มันลึกซึ้งและมีความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก... เป็นความรู้สึกที่ดูเหมือนจะกักเก็บเอาไว้เนิ่นนาน
“บอกแล้วใช่ไหม... ว่าคุณมันประมาท” เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย แต่เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวเธอ
รินรดานิ่งค้าง สายตาของเธอสบกับนัยน์ตาสีเข้มของเขา จังหวะหัวใจของเธอเต้นรัวจนเกรงว่าเขาจะได้ยิน และในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาในไซต์งานพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอ
“คุณรินรดาครับ! ลูกค้ามาถึงหน้างานแล้วครับ!”
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองต้นเสียงแล้วหันกลับมาหาอคินที่ยังคงกักขังเธอไว้ในวงแขน สายตาของเขายังคงจ้องมองเธอไม่ลดละ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน... ทว่าเขากลับกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องหน้าร้อนผ่าว
“อย่าเพิ่งดีใจไปครับ... เพราะคนที่มากับลูกค้าวันนี้ คือคนที่จะทำให้โปรเจกต์ของคุณจบลงจริงๆ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักสุดปั่นป่วนของทั้งคู่นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
ขอพื้นที่ส่วนตัวให้คนคลั่งรัก•ตอนที่ 1
ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์นรก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอพื้นที่ส่วนตัวให้คนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
