กลิ่นอายของซากศพและความชื้นสะสมมานานนับศตวรรษไม่ใช่สิ่งที่จะจางหายไปได้ง่ายๆ ในความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ ลูเซียนขยับปลายนิ้วที่ชาด้านอย่างช้าๆ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วจากข้อต่อทุกส่วนราวกับเศษแก้วที่ถูกบดละเอียดอยู่ในกระแสเลือด สติของเขายังคงเลือนราง แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ถูกหล่อหลอมผ่านสมรภูมิอันโหดร้ายกลับตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที
ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเงื่อนไขใหม่
เขายันกายลุกขึ้นพิงกับผนังหินเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบกวาดตามองสำรวจความมืดรอบตัวอย่างเงียบเชียบ ดันเจี้ยนใต้ดินแห่งนี้ไม่มีแม้แต่แสงสว่างลอดผ่าน มีเพียงหยดน้ำที่กลั่นตัวจากเพดานแล้วตกลงมากระทบพื้นหินส่งเสียงก้องกังวาน ‘หยด... หยด...’ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของชีวิต
"ฟื้นคืนสติแล้วสินะครับ เจ้าหนูโง่เขลา..."
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นในโสตประสาท ไม่ใช่เสียงจากบุคคลภายนอก แต่เป็นเสียงก้องกังวานที่สั่นสะเทือนอยู่ภายในห้วงความคิดโดยตรง
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตรหัส 00-Alpha: ลูเซียน]
[เงื่อนไขการเปิดใช้ 'ระบบพรสวรรค์เซียนกระบี่' ผ่านเกณฑ์สมบูรณ์]
[กำลังซิงโครไนซ์พลังงานวิญญาณ... 10%, 45%, 90%, 100% สำเร็จ]
ลูเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้ตื่นตระหนกกับเสียงประหลาดที่ดังขึ้นในหัว ความรอบคอบทำให้เขาเลือกที่จะนิ่งเงียบและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ในโลกที่เต็มไปด้วยพลังปราณ เวทมนตร์ และสัตว์อสูร สิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้มักมาพร้อมกับอำนาจอันมหาศาลหรือกับดักมรณะ
"ระบบงั้นหรือ..." ลูเซียนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เสียงของเขาแห้งผากเนื่องจากขาดน้ำมาหลายวัน "แกเป็นใคร และต้องการอะไรจากฉัน"
[ข้าคือระบบสนับสนุนขั้นสูงสุด ผู้ถักทอเส้นทางแห่งวิถีเซียนกระบี่ และในฐานะที่ท่านเป็นผู้ถูกเลือกจากบรรพกาล... ท่านได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าถึง 'ทักษะแรก' ทันทีเพื่อความอยู่รอดในสถานที่แห่งนี้]
สิ้นเสียงประกาศ โฮโลแกรมสีฟ้าครามโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ลวดลายอักษรโบราณหมุนวนด้วยความเร็วสูง ก่อนจะสลักลึกเข้าไปในจิตสำนึกของเขาโดยตรง ความรู้แจ้งเกี่ยวกับกระบวนท่าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนไหลทะลักเข้าสู่สมองจนปวดหนึบ แต่ลูเซียนกัดฟันอดกลั้น ไม่ส่งเสียงร้องโودยเด็ดขาด
[ติ๊ง! ท่านได้รับทักษะติดตัวระดับตำนาน: 'เนตรมารทะลวงมิติ' (Lv.1)]
[รายละเอียดทักษะ: สามารถมองเห็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตและโครงสร้างเวทมนตร์ภายในระยะ 50 เมตร รวมถึงความลับที่ถูกซ่อนเร้นในความมืด]
ดวงตาสองข้างของลูเซียนเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ขึ้นในความมืด โลกตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผนังหินที่เคยเรียบทึบกลับเผยให้เห็นเส้นสายพลังงานสีแดงก่ำที่โยกย้ายส่ายทาง ราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่กำลังหลับใหลอยู่ใต้ฝ่าเท้า และเมื่อเขากวาดสายไปเบื้องหน้า ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้น
ร่างของอสูรเงาโครงกระดูกนับสิบล้อมรอบตัวเขาอยู่ ร่างของพวกมันถูกพรางด้วยเวทมนตร์ขั้นสูงจนกลืนไปกับความมืดมิด หากไม่มีทักษะนี้ ป่านนี้เขาคงกลายเป็นอาหารของพวกมันไปนานแล้ว
ลูเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองของเขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว อาวุธไม่มี ปราณในกายเหลือไม่ถึงสิบส่วน การปะทะตรงๆ มีแต่ความตาย
"เจ้ามนุษย์... กลิ่นอายของความกลัวช่างหอมหวานเสียจริง..." เสียงคำรามต่ำลอดออกมาจากความมืด พร้อมกับเงาสีดำที่เริ่มขยับเข้าใกล้
ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เบาราวกับขนนกก็ดังแทรกขึ้นมาจากอุโมงค์ด้านข้าง พร้อมกับประกายแสงสีเงินสว่างวาบที่ตัดผ่านความมืดมิดอย่างไร้เสียง เงาร่างระหงในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าลูเซียนอย่างสง่างาม ดาบเวทในมือของนางปลดปล่อยอבูลอานุภาพกดดันจนอสูรเงาต้องถอยร่น
เอลิน่าเหลียวกลับมามองเขาด้วยหางตา แววตาของนางเต็มไปด้วยความดุ ดัน และตำหนิอย่างไม่ปิดบัง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ไม่อาจซ่อนเร้น
"นายท่านนี่ช่างสร้างภาระเก่งเสียจริงนะคะ..." เอลิน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มเยาะหยันเล็กน้อยที่มุมปาก "ถ้าข้ามาช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว ท่านคงได้กลายเป็นปุ๋ยฝังรากอยู่ใต้ดันเจี้ยนนี้ไปตลอดกาลแล้วล่ะครับ... อ๊ะ ขออภัย ข้าหมายถึง 'นะคะ' ต่างหาก"
ลูเซียนมุมปากกระตุกเล็กน้อยกับคำเหน็บแนมนั้น แต่เขากลับยิ้มออกมาบางเบา
"ขอบคุณที่มาทันเวลา... เอลิน่า" ลูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "และดูเหมือนว่า... เรากำลังจะงานเข้าครั้งใหญ่แล้วล่ะ"
เอลิน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องที่ทรงพลังยิ่งกว่าอสูรตัวใดดังสะท้อนมาจากใจกลางดันเจี้ยน พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
[คำเตือน! ตรวจพบ 'ราชันอสูรโลหิต' ระดับภัยพิบัติ SSS กำลังตื่นจากการจำศีล]
[เงื่อนไขบังคับ: เอาชีวิตรอดจากแรงกดดันภายใน 10 วินาที มิฉะนั้นวิญญาณจะถูกลบหายไปจากสหัสวรรษ]
ดวงตาของลูเซียนหรี่แคบลงเมื่อมองผ่าน 'เนตรมารทะลวงมิติ' ไปยังความมืดเบื้องลึก และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้แม้แต่ลมหายใจของเขาต้องสะดุดกึก...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" ครับ
ระบบพรสวรรค์เซียนกระบี่กับพี่เลี้ยงสายซัพพอร์ต•ตอนที่ 1
เสียงแจ้งเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพรสวรรค์เซียนกระบี่กับพี่เลี้ยงสายซัพพอร์ต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
