กลิ่นสนิมเหล็กและคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ ลอยอบอวลปะปนกับความชื้นของห้องใต้ดินร้างแห่งนี้ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รื่นรมย์นัก แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันคือกลิ่นของความจริง—ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ชั้นโค้ดอัลกอริทึมและซากปรักหักพังของบริษัทเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่มานานนับทศวรรษ
ปลายนิ้วเรียวของเธอกำลังเคาะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมพกพาอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับแววตาที่แข็งกร้าวแต่แฝงความเหนื่อยล้า เธอรู้ดีว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ลำพังในความมืดนี้ รอยเท้าที่ทิ้งไว้ตามทางเดินเมื่อครู่มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงเสียงสะท้อนของท่อระบายน้ำ
"คุณกำลังคำนวณความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิต หรือกำลังคำนวณความน่าจะเป็นที่ฉันจะลากคุณหนีไม่ทันกันแน่ คีย์" เสียงของรินรดากระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคม ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน
คีย์ยืนพิงเสาคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เหนือศีรษะส่องกระทบโครงหน้าคมคายที่ดูไร้อารมณ์ แต่ดวงตาสีฟ้าเข้มของไซบอร์กหนุ่มรุ่นที่ 9 กลับกวาดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง ระบบประมวลผลภายในของเขากำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อสแกนคลื่นความร้อนในรัศมีร้อยเมตร
"ผมกำลังคำนวณว่า... หากเราถูกต้อนจนมุมในพื้นที่จำกัดแบบนี้ กระสุนพลาสมาของฝั่งนั้นจะทำลายชิ้นส่วนความทรงจำส่วนไหนของผมก่อนที่จะถึงหัวใจของคุณ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเรียบๆ โดยไม่มีแววหวาดกลัว เจือด้วยความเย้าแห้งที่มักจะทำให้รินรดาต้องเผลอขบกรามแน่นทุกครั้ง
นี่คือความซับซ้อนของตัวตนที่เธอไม่อาจปฏิเสธ คีย์ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์รบที่ถูกโปรแกรมให้ทำตามคำสั่ง เขาคือผลงานชิ้นเอกที่หลงเหลือร่องรอยของมนุษย์—ร่องรอยของพ่อเธอ—คนที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของระบบอัลกอริทึมสลับขั้ว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นจังหวะการก้าวที่สม่ำเสมอและทรงพลังเกินกว่าจะเลียนแบบ แรงสั่นสะเทือนสะท้อนผ่านพื้นคอนกรีตส่งตรงมาถึงฝ่าเท้า
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว ศัตรูที่ตามล่าพวกเขาข้ามผ่านสามทวีปและเจ็ดฐานข้อมูลลับกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ร่างนั้นสูงใหญ่ สวมชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิทไร้เงาตราสสังกัด แต่สิ่งที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายหยุดไหล คือสัญลักษณ์เรืองแสงสีแดงฉานที่ประทับอยู่บนหน้าอก—โลโก้ของโครงการเซนทิเนล โครงการที่เธอกับพ่อเคยร่วมกันสร้างขึ้นมากับมือ
"ในที่สุดก็เจอตัวเสียที... ด็อกเตอร์รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ถูกบิดเบือนผ่านเครื่องแปลงเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ร่างนั้นหยุดเดิน ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสิบเมตร ปืนไรเฟิลจู่โจมติดลำกล้องแม่นยำถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาอย่างไม่ลังเล "คุณคิดจริงๆ หรือว่ารหัสผ่านระดับรากเหง้าที่คุณขโมยมา จะมีค่าพอให้คุณเอาชีวิตรอดออกไปจากเขตควบคุมนี้ได้?"
รินรดากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ แต่ท่าทียังคงนิ่งสงบ เธอแอบขยับมือไปด้านหลังเพื่อสัมผัสกับด้ามจับปืนพกพลังงานที่เหน็บไว้ แม้จะรู้ดีว่าพลังการยิงของมันอาจทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนบนชุดเกราะเกรดทหารนั้นก็ตาม
"ฉันไม่ได้ขโมยอะไรทั้งนั้น... ฉันแค่กำลังทวงคืนสิ่งที่พวกคุณปล้นไปต่างหาก" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สายตากวาดมองหาจุดอ่อนบนโครงสร้างเกราะของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว "รวมถึงความจริงเรื่องการตายของพ่อฉันด้วย"
ศัตรูลึกลับหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและเสียดแทงประสาท "ความจริงงั้นหรือ? คุณคิดว่าคุณรู้จักพ่อของคุณดีพอแล้วหรือ รินรดา? ผู้ชายที่คุณตามหามาครึ่งชีวิต... เขาไม่ได้ถูกฆ่าโดยระบบ แต่เขาต่างหากที่เป็นคนเขียนโค้ดเพื่อปิดตายวิญญาณของพวกคุณทุกคน!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระหน่ำเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ความทรงจำวัยเด็กที่เคยอบอุ่นสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอหันไปมองคีย์โดยสัญชาตญาณ และพบว่าดวงตาของไซบอร์กหนุ่มกำลังหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับระบบของเขากกำลังดึงข้อมูลบางอย่างที่ถูกล็อกไว้ลึกที่สุดขึ้นมาประมวลผล
"อย่าไปฟังเขา รินรดา" คีย์ก้าวขึ้นมาบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แขนกลข้างขวาของเขาแปลงสภาพเป็นโล่พลังงานโปร่งแสงในพริบตา "นี่คือจิตวิทยาพื้นฐานของพวกมัน... มันต้องการทำลายสมาธิของคุณก่อนลั่นไก"
"ฉลาดมาก เจ้าเศษเหล็กไร้ค่า" ศัตรูเบื้องหน้าเอ่ยเสียงเหยียดหยาม พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว!
กระสุนพลาสมาสีส้มเจิดจ้าพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง คีย์ผลักรินรดาหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว แรงระเบิดจากการปะทะกับเสาคอนกรีตทำให้เศษปูนกระจายเกลื่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"คีย์!" รินรดาตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นแขนข้างซ้ายของไซบอร์กหนุ่มมีรอยไหม้เกรียมจากแรงกระแทก แต่คีย์ไม่มีเวลาแม้แต่จะแสดงอาการเจ็บปวด เขาดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นและวิ่งลัดเลาะไปตามซอกหลืบของเครื่องจักรเก่าเพื่อหาทางหนีทีไล่
เสียงฝีเท้าของศัตรูก้าวตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงกระสุนที่ยิงถล่มทำลายสิ่งกีดขวางตามหลังมาอย่างไม่ขาดสาย ความมืดและกลิ่นอับของห้องใต้ดินบีบคั้นลมหายใจของทั้งคู่ให้สั้นกระชั้น ทุกย่างก้าวคือเดิมพันระหว่างความเป็นและความตาย
พวกเขามาตันอยู่ที่ประตูเหล็กบานใหญ่ท้ายห้อง ซึ่งถูกล็อกด้วยระบบรหัสผ่านดิจิทัล รินรดารีบดึงสายเชื่อมต่อจากอุปกรณ์พกพาเสียบเข้ากับแผงควบคุมทันที นิ้วมือเรียวยาวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงสุด ขณะที่เสียงฝีเท้าของนักล่ากำลังใกล้เข้ามาทุกที
"เร็วเข้ารินรดา..." คีย์หันหลังกลับไปมอง พร้อมกับยกปืนพกสำรองขึ้นเล็งไปที่ความมืดเบื้องทางเดิน "ผมต้านพวกมันได้อีกไม่นาน"
รินรดาไม่ตอบ เธอสַมผัสได้ถึงเหงื่อกาฬที่ไหลซึมตามไรผม หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏตัวเลขวิ่งรันอย่างบ้าคลั่ง 98%... 99%...
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหัวมุมทางเดิน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงปืน
หน้าจอบนแผงควบคุมเปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงปลดล็อกดัง *คลิก* สนั่น
แต่ก่อนที่ประตูเหล็กจะทันได้เปิดออก รินรดาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนพื้นใกล้กับขาตั้งเครื่องจักรเก่า แสงไฟกะพริบส่องกระทบวัตถุโลหะชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่—มันคือแฟลชไดรฟ์รุ่นโบราณ สลักชื่อย่อของพ่อเธอเอาไว้ชัดเจน
ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอกลั้นหายใจ ไม่ใช่การค้นพบไดรฟ์ชิ้นนั้น...
แต่เป็นรอยเลือดสดๆ ที่หยดอยู่บนตัวแฟลชไดรฟ์ และรอยเท้าใหม่เอี่ยมที่ไม่ได้มาจากศัตรูชุดเกราะเมื่อครู่... มันเป็นรอยเท้าของคน สวมรองเท้าผ้าใบธรรมดา ที่เพิ่งเดินผ่านประตูบานนี้เข้าไปข้างในเมื่อไม่ถึงสองนาทีที่ผ่านมานี้เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงความคิดอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 37
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!