อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 39

วิญญาณในเครื่องจักร

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“รหัสผ่านชุดนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อป้องกันการเข้าถึง... แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อให้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เปิดมันออกได้” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคีย์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินระดับความปลอดภัยสูงสุด แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงจากแผงควบคุมระบบแม่ข่ายสะท้อนลงบนนัยน์ตาโลหะที่แฝงไปด้วยประกายความฉะฉาน แววตาของเขาไม่ได้มองตรงมาที่รินรดา แต่ทอดมองไปยังชุดคำสั่งซับซ้อนนับล้านบรรทัดที่กำลังวิ่งวนอยู่บนจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้า ราวกับฝูงแมลงเม่าดิจิทัลที่กำลังบินวนรอบกองไฟแห่งความจริงอันมืดมิด รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง ลมหายใจของเธอผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อปกปิดความสั่นไหวในอก นิ้วเรียวภายใต้ถุงมืออิเล็กทรอนิกส์กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอคือนักวิศวกรซอฟต์แวร์ผู้ผ่านสนามรบทางเทคโนโลยีมาโชกโชน ผ่านการแก้โค้ดระบบความมั่นคงระดับโลกมานับไม่ถ้วน แต่ไม่มีบรรทัดไหนในชีวิตการทำงานที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะได้เท่ากับสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่บนหน้าจอขณะนี้ “คุณกำลังบอกว่า...” รินรดาเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอของเธอแห้งผาก “โครงสร้างตรรกะทั้งหมดนี้ไม่ใช่ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ แต่มันถูกถอดแบบมาจาก... จิตมนุษย์อย่างนั้นเหรอครับ... เอ่อ หมายถึง... อย่างนั้นเหรอคะ?” เธอเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ความตึงเครียดทำให้เธอรีบดึงสติกลับมาควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด “แบบแผนการตัดสินใจแบบนี้น้ำหนักมันมากเกินกว่าที่ AI ทั่วไปจะประมวลผลได้ มันมีความลังเล มีความเจ็บปวด และมีความย้อนแย้งในเชิงจริยธรรมฝังอยู่” คีย์หันกลับมามองเธอ ช้าๆ ศีรษะเอียงเล็กน้อยตามลักษณะการวิเคราะห์ข้อมูลของไซบอร์ก “คุณมีความเข้าใจในตัวบิดาของคุณดีแค่ไหนกันล่ะ รินรดา? ดร.ธนา ไม่เคยเป็นเพียงแค่นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างระบบ เขาคือคนที่เชื่อมาตลอดว่าเส้นแบ่งระหว่างเนื้อหนังกับซิลิคอนเป็นเพียงภาพลวงตาที่กฎฟิสิกส์ยุคเก่าสร้างขึ้นมาจำกัดกรอบมนุษย์” ไซบอร์กหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธออย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าบนพื้นโลหะขัดมัน กลิ่นอายของโอโซนและน้ำมันเครื่องบริสุทธิ์ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศรอบตัวเขา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ความกดอากาศในห้องทดลองดูเหมือนจะลดต่ำลงจนแก้วหูอื้ออึง “ถ้าคุณต้องการคำตอบ คุณมีทางเลือกเดียว...” คีย์ยื่นปลายนิ้วโลหะแตะลงบนพอร์ตเชื่อมต่อหลักของแผงควบคุม “เสียบอินเทอร์เฟซเข้ากับระบบประสาทของคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงที่กำลังพูดคุยกับคุณผ่านอัลกอริทึมนี้... เป็นเสียงของใครกันแน่” รินรดามองดูสายเคเบิลสีดำที่ทอดตัวอยู่บนโต๊ะราวกับงูพิษจำศีล หัวใจของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอยกมือถอยหลังและทำลายเซิร์ฟเวอร์นี้ทิ้งเสีย แต่เหตุผลลึกๆ ในจิตวิญญาณกลับโหยหาคำตอบที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดสิบปีนับตั้งแต่บิดาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่ศูนย์วิจัยล่มสลาย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของหม้อแปลงไฟฟ้าแรงดันสูงที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง “ถ้าฉันทำแบบนั้น...” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสيหม่นของคีย์ แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว “ฉันอาจจะสูญเสียตัวตนของตัวเองไปตลอดกาล หรือไม่ก็... ค้นพบความจริงที่ฉันอาจจะไม่มีวันรับไหว” “ความจริงไม่เคยมีความปรานีต่อผู้ที่ปฏิเสธมันหรอกครับ รินรดา” คีย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างประหลาด ซึ่งขัดแย้งกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้า “และในฐานะที่ผมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องคุณ... ผมต้องบอกว่า คุณมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าทำไมโลกใบนี้ถึงต้องการทำลายรหัสพันธุกรรมและรหัสจิตวิญญาณของคุณนัก” รินรดาไม่ตอบคำเธอตัดสินใจเคลื่อนไหว มือเรียวคว้าสายเคเบิลอินเทอร์เฟซขึ้นมาด้วยความเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอฉายประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมราวกับใบมีด เธอเชื่อมต่อพอร์ตเข้ากับทัชพอยต์ที่หลังต้นคอของตนเองทันที โดยไม่รอให้ความลังเลเข้าครอบงำอีกต่อไป วูบ! โลกทั้งใบดับวูบลงในเสี้ยววินาที ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นพล่านจากต้นคอพุ่งตรงสู่สมองส่วนกลาง ก่อนที่ภาพความทรงจำนับล้านๆ ชิ้นจะทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับเขื่อนแตก ภาพห้องทดลองเก่าๆ เสียงหัวเราะของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กลิ่นกระดาษพิมพ์เขียว และเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท *‘ลูกรัก... ถ้าวันหนึ่งพ่อไม่ได้ยืนอยู่ข้างลูกแล้ว จงจำไว้ว่าจิตวิญญาณของมนุษย์ไม่ได้ถูกขังอยู่แค่ในก้อนเนื้อที่เรียกว่าสมอง...’* รินรดาลืมตาโพลงขึ้นมาในโลกดิจิทัลสีคราม เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางคลังข้อมูลมหึมาที่ไม่มีที่สิ้นสุด เบื้องหน้าของเธอคือร่างเงาโปร่งแสงของชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวที่เธอมองข้ามไม่ได้ ใบหน้านั้นเหี่ยวย่นตามกาลเวลา แต่รอยยิ้มอบอุ่นยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง—ดร.ธนา ผู้เป็นพ่อ “พ่อ...?” รินรดาเปล่งเสียงเรียกออกไปอย่างสั่นเครือ หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา ร่างเงาของชายผู้เป็นพ่อหันกลับมามองเธอ ดวงตาสะท้อนแสงโค้ดสีเขียวมรกต “ลูกโตขึ้นมากทีเดียว รินรดา...” เสียงของดร.ธนาดังขึ้นจากรอบทิศทาง ราวกับมาจากทุกอณูอากาศในระบบ “และพ่อดีใจที่ลูกเดินทางมาถึงจุดนี้ได้เร็วกว่าที่ระบบคาดการณ์เอาไว้... แต่น่าเสียดาย ที่ลูกไม่ได้มาคนเดียว” รินรดาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “พ่อหมายความว่ายังไงคะ? ใครมากับหนู?” รอยยิ้มบนใบหน้าของร่างเงาจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ดวงตาสีมรกตมองทะลุผ่านตัวเธอไปยังเบื้องหลัง ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนระบบระดับวิกฤตจะดังสนั่นหวั่นไหว *Warning: Unauthorized kernel access detected. Remote override in progress.* ก่อนที่รินรดาจะทันได้หันกลับไปมอง ภาพตรงหน้าก็สั่นกระตุกอย่างรุนแรง ร่างเงาของพ่อเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและจริงเสียจนเธอแทบแยกไม่ออกว่านี่คือโค้ดโปรแกรมหรือเนื้อหนัง “หนีไปซะ... รินรดา” เสียงของพ่อเร่งรีบและตื่นตระหนก “มันไม่ได้มาเพื่อช่วยลูก... คีย์ ไม่ใช่รุ่นที่ 9 อย่างที่ระบบลงทะเบียนไว้... แต่มันคือ—” ปัง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวตัดขาดทุกการเชื่อมต่อ โลกสีครามพังทลายลงต่อหน้าต่อตา รินรดาสะดุ้งเฮือก หลุดออกจากภวังค์และทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นห้องเซิร์ฟเวอร์ ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ เธอกวาดสายตามองหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอเมื่อครู่ แต่ความว่างเปล่าคือสิ่งเดียวที่ตอบกลับมา ห้องเซิร์ฟเวอร์เย็นเยียบ แผงควบคุมระบบดับสนิท มีเพียงหน้าจอโฮโลแกรมเดียวที่ยังคงสว่างไสวอยู่กลางห้อง และบนหน้าจอนั้น... ปรากฏข้อความทักทายใหม่ด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่กำลังกะพริบช้าๆ *“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... พี่สาว”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงความคิดอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%