กลิ่นธูปปลายก้านที่มอดไหม้ไม่หมดดอก ลอยวนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างวงกบประตูห้องน้ำกับห้องนอน—มันไม่ใช่กลิ่นหอมสะอาดสะอ้านแบบกำยานดอกไม้ แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของดินโป่งและคราบน้ำมันยางนาที่เจือจางด้วยความเย็นเยียบผิดฤดูกาล
รณกรปรือตาขึ้นในความมืด เขายังไม่ได้ขยับตัว ทว่าสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาจากการต้องหลบหลีก "อาคันตุกะยามวิกาล" ตลอดสามปีในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทำให้เขารู้ทันทีว่า ความเงียบสงบยามตีสามสิบห้านาทีนี้ กำลังจะสิ้นสุดลง
นิ้วเรียวยาวใต้ผ้าห่มผืนหนาค่อยๆ ขยับไปแตะถุงผ้าแพรเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้หมอน ภายในนั้นบรรจุเกลือเสกเจ็ดป่าช้าและตะปูโลงศพตอกมุมที่อาจารย์มินตราเคยโยนให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเทอมก่อน—*“ถ้าคืนไหนรู้สึกเหมือนมีคนมาเคาะเรียกจากระเบียงห้องนอนชั้นสี่ ทั้งที่ไม่มีระเบียง... ให้ท่องคาถาบทนี้แล้วซัดเกลือออกไปซะ กร อย่าแม้แต่จะหันไปมองจนกว่าจะได้ยินเสียงไก่ขัน”*
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพ... มาจากกระจกหน้าต่างห้องนอน
รณกรกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างช้าๆ ดวงตาสีเข้มเพ่งมองผ่านความมืดไปยังเงาสลัวที่ทาบทับอยู่บนผ้าม่านสีทึบ ร่างนั้นสูงโปร่งเกินมนุษย์ และดูเหมือนจะลอยอยู่เหนือพื้นห้องจริงเสียด้วยซ้ำ—เพราะที่นี่คือหอพักชายเก่าแก่ยุคตึกคอมมิวนิสต์ ชั้นสี่... ชั้นที่ไม่มีระเบียงยื่นออกไปแม้แต่นเซนติเมตรเดียว
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่ากฎเหล็กข้อแรกของการเอาตัวรอดในเขตอาคมมหาวิทยาลัย คือห้ามแสดงความหวาดกลัวออกมาเป็นพลังงานดิบให้พวกมันกัดกิน
แต่ก่อนที่รณกรจะได้เอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าแพรใต้หมอน แสงสีฟ้าอมม่วงเรืองรองอันเย็นเยียบก็สว่างวาบขึ้นในอากาศ ตรงหน้าเปลือกตาของเขาโดยไม่ต้องพึ่งพาการมองเห็นทางกายภาพ
มันไม่ใช่ภาพหลอนจากอาการพักผ่อนไม่เพียงพอ
[ระบบไสยเวทภาคสนาม (Field Occult System) ทำงานสมบูรณ์]
[ตรวจพบ: ดวงวิญญาณเร่ร่อนระดับ D (อาฆาตต้อยต่ำ) พยายามเข้าสู่เขตอาคมส่วนบุคคล]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: ผู้ใช้ "รณกร" ต้องทำการเจรจาหรือชำระบาปให้เสร็จสิ้นภายใน 03:20 น.]
[รางวัลภารกิจ: แต้มกรรม +50 / ทักษะติดตัว "เนตรทิพย์ระดับเริ่มต้น" / เกลือเสกทิพย์ x3]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียความทรงจำระยะสั้น 48 ชั่วโมง และถูกสิงสู่ชั่วคราว]
รณกรขมวดคิ้วมุ่น ท่ามกลางบรรยากาศชวนขนลุก เขากลับรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเลขเวลาในหน้าต่างโปร่งแสงมากกว่าความกลัว
"ตีสามสิบห้า..." เขารำพึงกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบาหวิว "ระบบบ้าอะไรเนี่ย ตั้งเวลาผิดหรือไง ถึงบอกให้เคลียร์ให้เสร็จภายในตีสามยี่สิบ ทั้งที่ตอนนี้มันเลยเวลามาแล้วสิบห้านาที... แบบนี้ก็โมฆะตั้งแต่ยังไม่เริ่มส่ะมั้ง"
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนแหลมเล็กดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างระบบที่กระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน
[คำเตือน: เวลาในมิติไสยเวทกับโลกมนุษย์มีความคลาดเคลื่อน ผู้ใช้กำลังตีความผิดพลาด ดวงวิญญาณด้านนอกกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็นระดับ C]
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาในห้องนอนขนาดกว้างสามคูณสี่เมตร อุณหดูลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รณกรขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างจำใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยละอองหมอกสีเทาจางๆ
"ให้ตายสิ อาจารย์มินตราเคยบอกว่าพวกวิญญาณเร่ร่อนแถวหอพักนี้แค่ชอบมาขอส่วนบุญ... แต่เล่นเคาะกระจกชั้นสี่แบบนี้ มันเกินกว่าส่วนบุญไปไกลแล้วนะ"
รณกรบ่นพึมพำเบาๆ ขณะที่มือข้างหนึ่งหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าจอเพื่อดูเวลาจริง ส่วนอีกข้างเตรียมคว้าเกลือเสก แต่ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์มือถือกลับมืดสนิท และมีข้อความแปลกประหลาดเด้งขึ้นมาเองโดยไม่ต้องเปิดอินเทอร์เน็ต
*“ช่วยเปิดหน้าต่างให้ฉันที... ฉันหนาวเหลือเกิน... รณกร”*
ชื่อของเขา... มันหลุดออกมาจากริมฝีปากของสิ่งที่อยู่หลังผ้าม่าน ทั้งที่เขายังไม่เคยเอ่ยปากบอกชื่อใครในยามวิกาลแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
รณกรชะงักกริบ ไหวพริบและความรอบคอบที่ติดตัวมาบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำบุญกรวดน้ำให้ผีเร่ร่อนทั่วไปเสียแล้ว แต่มันมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับโครงสร้างอาคมของหอพักชายแห่งนี้ที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับทศวรรษ
รณกรสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ผ้าม่านสีทึบทีละก้าวอย่างระมัดระวัง มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะกระชากผ้าม่านออกเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะกระจกก็เปลี่ยนเป็นเสียงขูดเล็บแหลมคมครูดไปกับกระจกใสจนเกิดเสียงน่าขนลุก
แกร๊ก... แกร๊ก... แกร๊ก...
พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบไสยเวทก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป—มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ทางจิต แต่เป็นเสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดังมาจาก *ข้างหู* ของเขาโดยตรง
[ตรวจพบตัวตนปริศนาภาระผูกพัน... อาจารย์มินตรากำลังพยายามติดต่อเข้ามาจากนอกเขตอาคม]
[คำสั่งฉุกเฉินระดับ SSS: ห้ามเปิดหน้าต่างเด็ดขาด... เพราะสิ่งที่เคาะอยู่ข้างนอก ไม่ใช่ดวงวิญญาณเร่ร่อน... แต่มันกำลังรอให้คุณเชิญมันเข้ามาในฐานะ "เจ้าของห้องตัวจริง"]
รณกรชะงักค้าง มือที่กำลังจะแตะผ้าม่านหยุดนิ่งสนิทกลางอากาศ เมื่อเงาสلัวหลังกระจกเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังแสงไฟจากเสาไฟถนนด้านนอกจนมืดสนิท และเสียงเคาะก็หยุดลง—แทนที่ด้วยเสียงลมหายใจเย็นยะเยือกที่เป่ารดต้นคอของเขาจากด้านหลัง ทั้งที่เขายืนหันหลังให้ผนังทึบมาตลอด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนเร้นลับนี้ด้วยกันนะคะ
คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 1
ระบบแจ้งเตือนตอนตีสาม
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!