กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นเคล้ากับกลิ่นความชื้นของห้องผ่าศพใต้ดินราวน้ำมันดินเก่าๆ เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงครางต่ำทุ้งในโสตประสาท ตัดขาดโลกภายนอกออกจากความเงียบงันอันน่าสะพรึง
หมอธันวาตวัดสายตาคมกริบมองร่างบนเตียงสแตนเลสไร้เงาสะท้อน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนผิวหนังมนุษย์ที่ซีดเซียวจนเกือบโปร่งแสง ไร้รอยฟกช้ำ ไร้รอยแผลจากคมมีด ไร้ร่องรอยการถูกรัด หรือสารพิษใดๆ ในกระแสเลือดที่พอจะบ่งบอกสาเหตุการตายได้ ร่างนี้สมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นอย่างประณีต ทว่า... มันกลับว่างเปล่า
ว่างเปล่าเสียยิ่งกว่าความตาย
"ผลตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อและสารเคมีออกมารึยังครับ ผู้กอง?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบราวกับสายน้ำใต้ธารน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นโลหะปรายมองไปยังผู้ช่วยที่ยืนหน้าซีดอยู่มุมห้อง
"เรียบร้อยครับ หมอธันวา... ผลเลือดเป็นศูนย์ อวัยวะภายในทุกชิ้นสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยการทำลายล้างทางกายภาพใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่า... ราวกับว่าเขาแค่หลับไปเฉยๆ" ผู้ช่วยหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย "แต่มันเป็นไปไม่ได้ครับ ไม่มีมนุษย์คนไหนหัวใจหยุดเต้นโดยที่เซลล์ทุกเซลล์ไม่แสดงภาวะขาดออกซิเจนแบบนี้"
ธันวาไม่ตอบคำถามนั้น เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เตียงผ่าศพช้าๆ สัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับร้อยบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่ความตายตามธรรมชาติ และยิ่งไม่ใช่คดีฆาตกรรมทั่วไปที่เขารู้จัก
เขายื่นมือสวมถุงมือยางออกไปสัมผัสที่หน้าอกซ้ายของร่างไร้วิญญาณนั้น
*เย็นเฉียบ...* ไม่ใช่ความเย็นของศพทั่วไป แต่มันเป็นความเย็นที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก ราวกับสัมผัสกับก้อนน้ำแข็งขั้วโลก ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนผิวหนังนั้น ภาพความทรงจำอันเลือนรางของคืนวันที่สูญเสียครอบครัวก็พวยพุ่งขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลด้วยตรรกะและเหตุผลเพื่อปฏิเสธความไร้เหตุผลตรงหน้า
"ความตายที่ปราศจากร่องรอย... มักจะมีเงาของสิ่งที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่เสมอนะครับ หมอธันวา"
เสียงทุ้มกังวานและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องผ่าศพ ธันวาชะงักมือเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าใครคือผู้มาเยือนโดยไม่ต้องหันไปมอง
อคิน ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาปูนเปลือย ดวงตาสีเทาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ร่างบนเตียงด้วยความนิ่งสงบ แตกต่างจากคนทั่วไปที่มักจะหวาดกลัวความตาย อคินกลับมองมันด้วยความคุ้นเคย ราวกับกำลังทักทายสหายเก่า ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติส่งกลิ่นจางๆ ของธูปหอมโบราณและยางไม้ไพรที่ยากจะจำแนก
"ผมคิดว่าเขตหวงห้ามของนิติเวช ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามารบกวนการปฏิบัติงานนะครับ คุณอคิน" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ หันกลับมาสบตากับจอมขมังเวทอิสระด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงระวัง
อคินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งดูเย้ายวนและชวนให้รู้สึกหนสันหลังในเวลาเดียวกัน เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียงผ่าศพ ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนสั้นลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
"คนนอกหรือครับ? แต่ผมคิดว่าคดีนี้... มีเพียงผมคนเดียวที่จะช่วยไขปริศนาให้คุณได้นะ หมอธันวา" อคินโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีเทาคู่นั้นกวาดมองร่างไร้วิญญาณด้วยสายตาที่ลุ่มลึก "คุณกำลังใช้มีดผ่าตัดกับร่างกายที่ไม่มีวิญญาณ... ต่อให้คุณผ่ามันออกเป็นพันชิ้น ใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงสุด คุณก็ไม่ทางพบคำตอบหรอกครับ เพราะสิ่งที่พรากชีวิตเขาไป ไม่ใช่คมมีด ไม่ใช่ยาพิษ... แต่เป็น 'อาคม' ที่ควักเอาดวงจิตออกไปทั้งเป็นต่างหาก"
ธันวานิ่งเงัด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาของอีกฝ่าย ความคิดทางวิทยาศาสตร์และตรรกะในหัวกำลังปะทะกับความจริงอันเหลวไหลที่อีกฝ่ายกำลังพยายามยัดเยียดให้
"ผมไม่เชื่อเรื่องงมงายพวกนั้นหรอกครับ คุณอคิน" ธันวาพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความถือดีและความดื้อรั้น "ทุกปัญหามีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เสมอ ศพนี้อาจจะเสียชีวิตจากโรคหายาก หรือสภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันที่การแพทย์ปัจจุบันยังไม่ค้นพบ... มันไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์"
อคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความขบขันและเวทนาในคราเดียวกัน เขายื่นมือหนาออกไป เหนเหนือร่างไร้วิญญาณโดยไม่สัมผัสโดนผิวหนัง นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเป็นวงกลมช้าๆ ทันใดนั้น อากาศรอบตัวก็ลดอุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจของธันวาปรากฏเป็นไอสีขาว
"ความดื้อรั้นของคุณนี่ช่างน่าหลงใหลเสียจริงครับ หมอธันวา..." อคินเงยหน้าขึ้นสบตา เขยิบเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายคนนี้ลอยปะทะจมูกธันวา "แต่ความดื้อรั้น... มักจะพาความตายมาเยือนเร็วกว่ากำหนดเสมอนะครับ"
ก่อนที่ธันวาจะได้ตอบโต้อะไร ประตูห้องผ่าศพที่ควรจะถูกล็อคสนิทจากด้านนอกกลับส่งเสียง *คลิ๊ก* เบาๆ พร้อมกับบานประตูกค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ ในความมืดมิดของทางเดินด้านนอก ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยละล่องเข้ามาในโสตประสาท ราวกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคน...
และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาสีขาวขุ่นของศพไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลส ก็ลืมโพลงขึ้นช้าๆ พร้อมกับริมฝีปากซีดเซียวที่ขยับส่งเสียงแหบพร่าออกมาโดยไม่มีลมหายใจ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะครับ
อาคมลวงใจ กับนายแพทย์ผู้สาบสูญ•ตอนที่ 1
ศพที่ไร้ตัวตน
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมลวงใจ กับนายแพทย์ผู้สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!