“ถ้าคุณคิดว่างานระดับร้อยล้านจบลงได้ด้วยดีไซน์เกรดบีแบบนี้ ผมว่าคุณควรเปลี่ยนไปจับงานออกแบบสนามเด็กเล่นอนุบาลจะดีกว่านะครับ คุณรินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็น ร่วงหล่นลงกลางห้องประชุมกระจกใสราวกับเศษแก้วที่จงใจโปรยลงมาบาดผิว กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องติดแอร์ปรับลดลงไปอีกหลายองศาโดยไม่ต้องกดรีโมต
รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งหลังตรงแน่วอยู่หลังโต๊ะประชุมไม้โอ๊คตัวยาว ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารนำเสนอโปรเจกต์ ‘The Sanctuary Studio’ พื้นที่ส่วนตัวมูลค่ามหาศาลของซูเปอร์สตาร์ระดับ A-List ที่ชื่อว่า คีย์ ธันวา
ใบหน้าคมคายของนักแสดงหนุ่มยามนี้บึ้งตึง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่เจ้าตัวยังคงสวมไว้ทั้งๆ ที่อยู่ในร่ม จ้องมองภาพสามมิติของสตูดิโอในแท็บเล็ตด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
“ดิฉันคิดว่าตัวเองฟังไม่ผิดนะคะ… อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันหมายถึง ดิฉันพิจารณาจากโจทย์ที่คุณคีย์บรีฟมาอย่างถี่ถ้วนแล้วต่างหาก” รินรดาจงใจเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มพราวระยับปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ “พื้นที่พักผ่อนที่ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัวสูงสุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสะท้อนตัวตนที่ทรงพลัง ดีไซน์กระจกใสบานใหญ่นี้เปิดรับแสงธรรมชาติและธรรมชาติรอบด้าน เพื่อสร้าง ‘เซฟโซน’ ที่แท้จริงให้คุณ แต่ดูเหมือนว่า… คุณคีย์จะชอบเซฟโซนแบบหลุมหลบภัยใต้ดินมากกว่าสินะคะ ถึงได้รังเกียจแสงสว่างขนาดนี้”
กวิน ผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบยกมือขึ้นนวดขมับทันที พลางส่งสายตาขอร้องแกมวิงวอนมาทางสถาปัตยกรรมสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
“คุณรินครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ทางเราไม่ได้หมายความว่า...”
“ผมหมายความตามที่พูดครับพี่กวิน” คีย์ตัดบทเสียงห้วน เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมฝั่งที่รินรดานั่งอยู่ มือหนาดันแว่นกันแดดลงเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาคมปลาบที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและถือดี “ผมจ้างคุณมาเพื่อสร้างสวรรค์ส่วนตัว ไม่ใช่สร้างตู้กระจกให้ปาปารัสซี่มานั่งจ้องผมเวลาถอดเสื้อนอน ถ้าดีไซน์ของคุณมันทุเรศลูกตาขนาดนี้ สู้เอาเงินไปบริจาคการกุศลยังจะมีประโยชน์ซะกว่า”
คำพูดเชือดเฉือนคมคายพุ่งตรงเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ แต่มันกลับทำให้ประกายตาของรินรดายิ่งสว่างวาบขึ้นด้วยความท้าทาย หญิงสาวลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเธอเมื่อสวมส้นสูงทำให้เธอแทบไม่ต้องเงยหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ลอยมาจากตัวเขา
“ปากจัดเกินเบอร์ไปหน่อยนะคะ สำหรับคนที่ยกหูโทรศัพท์ตามดิฉันยิกๆ ตั้งแต่ตีสามเพราะนอนไม่หลับเนื่องจากไม่มีห้องเก็บเสียงที่ได้มาตรฐาน” รินรดาเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มเยาะที่สวยหยาดเยิ้มแต่ร้ายกาจ “ถ้าไม่อยากให้ใครมองเห็นนัก ทำไมไม่ไปสร้างสตูดิโอบนดาวอังคารล่ะคะคุณคีย์? รับรองว่าไม่มีแม้แต่เงาแมลงวันมารบกวนเซฟโซนอันเปราะบางของคุณแน่นอน”
“คุณรินรดา!” คีย์กัดฟันกรอด สันกรามคมขึ้นเป็นสันนูนด้วยความโกรธ เภสัชกรที่ไหนก็เอาความดันเขาลงไม่ได้ ถ้ายายสถาปัตยกรรมปากเก่งนี่on stageอยู่ตรงหน้าอีกสักหนาที “คุณกล้าดียังไงมาประชดผม?”
“ดิฉันเป็นมืออาชีพค่ะ และมืออาชีพเขาไม่เถียงเด็กเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผล ถ้าคุณคีย์มีปัญหาเรื่องรสนิยมหรือมีปัญหากับการเปิดรับมุมมองใหม่ๆ กรุณาไปหาหมอรักษาอาการหวาดระแวงก่อนจะมาเซ็นสัญญากับบริษัทดิฉันนะคะ”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที เสียงเครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง นึกไม่ถึงว่าสถาปนิกสาวร่างบางคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับ ‘คีย์ ธันวา’ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการบันเทิงแบบตาต่อตาฟันฟัน ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาใส่หน้าเขาแบบนี้มานานนับปีแล้ว
ดวงตาคมกริบของพระเอกหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย เขาก้มหน้าลงมาใกล้เธอจนเกือบจะชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน รินรดาชะงักไปนิด หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่ววูบด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
“ปากเก่งนักนะ…” คีย์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก “อยากรู้นักว่าถ้าผมรื้อโปรเจกต์นี้ทิ้งแล้วให้คุณออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้นจนกว่าผมจะพอใจ คุณจะยังลอยหน้าลอยตาเถียงผมได้แบบนี้อีกกี่น้ำ”
“เชิญรื้อตามสบายค่ะ เพราะค่าแบบที่คุณต้องจ่ายเพิ่ม จะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘เจ็บตัวแต่ไม่จบ’ ชัดเจนยิ่งกว่าบทบาทในละครที่คุณเล่นซะอีก” รินรดาตอบกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว รอยยิ้มของเธอกล้าท้าทายจนน่าหมั่นไส้
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของบุคคลที่สาม
“พะ...พี่คีย์ครับ! แย่แล้วครับ!” ผู้จัดการกองถ่ายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ใบหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด “นักข่าวรู้ที่อยู่ของสตูดิโอเก่าแล้วครับ ตอนนี้พวกเขากำลังแห่กันมาที่นี่เต็มหน้าตึกแล้ว!”
คีย์ผละออกจากรินรดาทันที สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที รินรดากวาดตามองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สมองของสถาปนิกสาวประมวลผลด้วยความเร็วสูง
พระเอกหนุ่มหันขวับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นฉายแววตระหนกปะปนกับความหงุดหงิดที่ต้องมาเสียฟอร์มต่อหน้าคู่ปรับคนใหม่
“ถ้าไม่อยากให้ข่าวออกว่าผมติดอยู่ในห้องประชุมกับคุณสองต่อสองจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง…” คีย์ยื่นมือหนามาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่เด็ดขาด “...ก็ช่วยเงียบแล้ววิ่งตามผมมาทางนี้เดี๋ยวนี้!”
--------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากแรกใน "เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก" ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 1
กฎเหล็กข้อแรกคืออย่ามาสั่ง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!