สูตรจานร้อน อ้อนรักเชฟตัวแสบ•ตอนที่ 1

เปิดฉากสงครามรสชาติ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
เสียงมีดเชฟกระทบเขียงไม้เมเปิลดังฉับไวและแม่นยำ ราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาทีแห่งความเป็นความตายของ “บ้านรินรดา” ร้านอาหารอิตาเลียนฟิวชั่นขนาดกะทัดรัดที่รินรดาทุ่มเทหยาดเหงื่อและเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตเนรมิตมันขึ้นมา กลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมสับละเอียดที่ผัดคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์และใบโรสแมรี่สดลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวเปิดโล่ง รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาปักชื่อแบรนด์ด้วยด้ายสีทองตวัดสายตามองนาฬิกาแขวนผนัง เข็มสั้นชี้ตรงเลขสิบเอ็ด—เวลาเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีเสียงกริ่งต้อนรับจากแขกวีไอพี มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความคาดหวังและแรงกดดันมหาศาลที่แบกไว้บนบ่า *ติ๊งต๊อง!* เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานกระจกใสกรีดร้องเบาๆ ดึงสติของเชฟสาวให้หันขวับไปมอง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเบลเซอร์สีเขียวมรกตตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องพอร์ซเลนก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น รองเท้าส้นสูงคู่สวยกระทบพื้นปูนเปลือยเกิดเสียงก้องกังวาน มินตรา ฟู้ดบล็อกเกอร์สาวชื่อดังเจ้าของเพจ ‘ปากเป็ดรสแซ่บ’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีปากไร้ความปรานีและรีวิวที่เคยคว่ำร้านมิชลินมาแล้วนับไม่ถ้วน กวาดสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวสำรวจเหยื่อทั่วทั้งร้าน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ “ยินดีต้อนรับค่ะ…” รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยต้อนรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะอยากหยิบตะหลิวฟาดยัยตัวแสบคนนี้ออกไปนอกร้านแค่ไหนก็ตาม “รับโต๊ะไหนดีคะ หรือจองไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า” มินตราไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์เนมที่ถูกดันขึ้นไป 10 บนศีรษะกวาดมองไปรอบร้านด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะริมกระจกโดยไม่รอให้พนักงานเชื้อเชิญ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดกล้องสลับกับมองหน้าเมนูเคลือบพลาสติกอย่างเสียมารยาท “ไม่ต้องจองหรอกค่ะ ร้านน้องออกจะ… ว่างเปล่าขนาดนี้” เสียงหวานใสแต่เจือด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น ชัดเจนพอที่จะทำให้ลูกค้าโต๊ะอื่น (ที่มีอยู่โต๊ะเดียว) หันมามอง “แปลกจังนะคะ เชฟจบจากสถาบันดังระดับโลกไม่ใช่เหรอคะ ทำไมบรรยากาศในร้านถึงให้กลิ่นอายเหมือนห้องอาหารตามสั่งริมทางแถวสีลมตอนเที่ยงคืนแบบนี้ล่ะ” มือขาวเนียนที่กำลังถือกระทะทองเหลืองชะงักกึก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความโกรธ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านราวกับลาวาใต้เปลือกโลก เธอวางกระทะลงบนเตาเสียงดังสนั่นจนน้ำมันกระเด็น ก่อนจะเดินสาวเท้าตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ปลอมเปลือกที่สุดในสามโลก “ถ้าคุณมินตราจะมาเพื่อติเพื่อก่อด้วยอคติส่วนตัวล่ะก็ กรุณาเชิญออกไปทางประตูเดิมได้เลยนะคะ ร้านฉันเพิ่งเปิดวันแรก ยังไม่พร้อมรับฟังคำวิจารณ์ไร้สาระจากคนที่ไม่เข้าใจศิลปะการทำอาหารค่ะ” มินตราเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย เธอวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงวัตถุดิบชิ้นหนึ่งในเขียง “โอ๊ะ! แรงจังนะคะ เชฟรินรดาคนเก่ง” มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวไวกวนประสาทที่ทำให้รินรดากัดฟันกรอด “ฉันยังไม่ได้ชิมอาหารสักคำเลยนะ แค่ติเรื่องบรรยากาศกับความมั่นใจเกินร้อยของคุณเอง… อ้อ พูดถึงความมั่นใจ เมนูซิกเนเจอร์ ‘สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าสูตรต้นตำรับ’ ที่โปรโมทนักโปรโมทหนานี่ หวังว่าจะไม่ทำออกมาเลี่ยนเล่ห์เพทุบายเหมือนหน้าตาคนทำหรอกนะ” “คุณ!” รินรดาเผลอหลุดเสียงดังลั่น ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะจนแทบจะยืนค้ำหัวบล็อกเกอร์สาวปากร้าย “ปากแบบนี้สมแล้วล่ะค่ะที่ทำอาชีพหากินกับการเหยียบหัวคนอื่น ถ้าแน่จริงก็สั่งมาลองสักจานสคะ! ถ้ามันไม่อร่อยอย่างที่คุณปรามาсไว้ ฉันจะยอมปิดร้านนี้แล้วกราบขอขมาคุณกลางร้านเลย แต่ถ้ามันอร่อยจนคุณต้องกลืนน้ำลายตัวเองล่ะก็… คุณต้องเขียนรีวิวอวยร้านฉันลงเพจสามวันติด ห้ามลบ ห้ามแก้ตัว!” มินตรานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับความใจถึงของเชฟสาวตรงหน้า ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้ส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนรินรดารับรู้ได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวของอีกฝ่าย “ดีค่ะ ท้าทายแบบนี้สิถึงจะน่าสนุก…” มินตราโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของรินรดา น้ำเสียงทุ้มนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาจนน่าแปลกใจ “จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะคะ เชฟคนเก่ง… เพราะฉันจะไม่ยอมปราณีคุณเหมือนที่เคยปราณีใครแน่ๆ” รินรดากะพริบตาถี่เพื่อตั้งสติกับสัมผัสใกล้ชิดที่รุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างกะทันหัน หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธกลับเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างไร้สาเหตุเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ฉายแววท้าทายและประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออกในระยะประชิดนี้ ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตา ประตูหน้าร้านก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงกระดิ่งทองเหลืองที่ดังขึ้นกังวาน “ริน! แย่แล้วลูก ลูกค้ากลุ่มใหญ่จากนิตยสารชื่อดังที่แม่บอก ดันเลื่อนเวลานัดมาถึงตอนนี้แล้ว!” เสียงร้อนรนของมารดาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าตื่นตระหนกทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอผละถอยหลังออกจากมินตราทันทีอย่างคนทำอะไรไม่ถูก หันไปมองหน้าแม่สลับกับแขกกลุ่มใหม่ที่กำลังเดินเข้ามาเต็มร้านโดยไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น รินรดาลืมตาขึ้นมองมินตราอีกครั้งเพื่อจะเอ่ยปากไล่ให้ไปนั่งรอหรือยกเลิกคำท้า แต่ทว่า… บล็อกเกอร์สาวปากร้ายกลับไม่ได้เดินหนีไปไหน เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ “จัดการลูกค้าของคุณให้รอดก่อนเถอะค่ะ เชฟริน… แล้วค่อยมาพิสูจน์ให้ฉันดู ว่าฝีมือของคุณมันแน่จริงอย่างปากดีหรือเปล่า” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาลิ้มลองรสชาติความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรจานร้อน อ้อนรักเชฟตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%