“ถ้าคุณคิดว่าสถาปัตยกรรมคืองานประติมากรรมที่เอาไว้แค่โชว์ออฟเพื่อสนองอีโก้ตัวเอง... ผมแนะนำให้คุณลาออกไปเปิดแกลเลอรีศิลปะแทนครับ พริ้มเพรา”
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับมีดโกนอาบน้ำแข็งของ ‘คิรากร’ ดังก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนเด่นอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ มือหนาเคาะปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเป็นจังหวะที่ฟังดูน่าหงุดหงิดสำหรับคนฟัง
พริ้มเพรา สถาปนิกสาวที่เพิ่งถูกวิจารณ์งานจนเสียอาการเล็กน้อย แต่อาการเหล่านั้นถูกซ่อนไว้ภายใต้ดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอผุดลุกขึ้นยืน มือเรียวสวยตบลงบนพิมพ์เขียวที่กางอยู่บนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง!’
“งานออกแบบนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อโชว์ออฟค่ะคุณคิรากร แต่ฉันสร้างเพื่อ ‘ชีวิต’ ของคนที่ต้องอาศัยอยู่ข้างในนั้น... การลดทอนพื้นที่ใช้สอยให้เหลือแค่ฟังก์ชันที่จำเป็นจนเหมือนห้องกักขังนักโทษนั่นต่างหากที่เรียกว่าอีโก้ คุณคิดว่าความสมมาตรและเส้นสายที่ไร้ชีวิตชีวาคือความสมบูรณ์แบบงั้นเหรอคะ?”
เธอกวาดสายตามองคนทั้งโต๊ะประชุมที่ต่างพากันนั่งตัวลีบ กวินทร์ เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างเธอส่งสายตาเตือนมาให้ แต่พริ้มเพราไม่สน เธอพุ่งเป้าไปที่ดวงตาสีเทาเข้มของชายตรงหน้า
คิรากรแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตา เขาเดินอ้อมโต๊ะยาวเข้ามาหาเธอช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้หอมจางๆ ผสมกับความเคร่งขรึมของเขากดดันจนอากาศรอบตัวดูเบาบางลง
“ความสมบูรณ์แบบคือสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้อ ไม่ใช่ความสุนทรีส่วนตัวของคุณ” เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว จนพริ้มเพราได้กลิ่นลมหายใจที่สะอาดสะอ้านของเขา “แบบร่างของคุณมันสวย แต่มันเป็นไปไม่ได้ในทางวิศวกรรมและการตลาด ถ้าคุณยังแยกโลกความจริงกับความฝันไม่ได้ ต่อไปนี้งานทุกชิ้นของคุณต้องผ่านมือผมก่อนส่งถึงลูกค้า... เข้าใจตรงกันนะครับ?”
“ไม่ได้ค่ะ” พริ้มเพราสวนกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา “ฉันเป็นสถาปนิกโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่ต้องรอรับคำสั่งแก้สีหรือปรับเส้นจากใคร โดยเฉพาะกับคนที่มองเห็นแค่ตัวเลขในงบประมาณโดยไม่เคยเข้าใจจิตวิญญาณของพื้นที่”
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน พนักงานคนอื่นต่างลอบกลืนน้ำลาย อุณหภูมิในห้องที่ตั้งไว้ที่ยี่สิบห้าองศาดูจะเย็นจัดขึ้นมาทันทีเมื่อปะทะกับรังสีอำมหิตจากคิรากร
“จิตวิญญาณเหรอ?” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกระชากกระดาษแบบร่างของเธอออกมาจากแฟ้มแล้วกางลงบนโต๊ะด้วยท่าทางคุกคาม “งั้นลองอธิบายสิ ว่าไอ้ ‘จิตวิญญาณ’ ของบันไดเวียนที่เสียพื้นที่ใช้สอยไปเกือบสิบเปอร์เซ็นต์นี่ มันจะช่วยให้คนซื้อบ้านคุณมีความสุขขึ้นยังไง... ถ้าตอบไม่ได้ ภายในห้านาที ผมจะฉีกแบบนี้ทิ้งซะ แล้วเขียนใหม่ด้วยมือผมเอง”
พริ้มเพรากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วไปทั่วร่างจนปลายนิ้วสั่น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การถกเถียงเรื่องงาน แต่มันคือการประกาศสงครามอำนาจระหว่างเขากับเธอ
“การออกแบบคือการนำเสนอประสบการณ์ค่ะ การเดินขึ้นบันไดไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง แต่มันคือการรับรู้ทิศทางของแสงที่เปลี่ยนไปในแต่ละขั้น... ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าแสงและเงาส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของมนุษย์ยังไง คุณก็เป็นแค่เครื่องจักรที่สร้างตึก ไม่ใช่นักออกแบบ”
เธอคว้าดินสอจากมือเขามา แล้วตวัดเส้นลงบนแบบร่างอย่างรวดเร็วเพื่อพิสูจน์จุดยืนของเธอ
“แสงที่ตกกระทบตรงนี้ จะสร้างความรู้สึกถึงการเปลี่ยนผ่าน จากโซนทำงานสู่โซนส่วนตัว... มันคือการเยียวยาจิตใจที่คนเมืองอย่างลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการมากกว่าแค่ห้องนอนสี่เหลี่ยมสีขาวที่คุณต้องการครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ที่ฉันต้องใช้คำว่า ‘คะ’ ในแบบที่คุณไม่ชอบ”
คิรากรชะงัก สายตาเขาสงบนิ่งลงชั่วขณะเมื่อเห็นเส้นสายที่เธอวาดลงไป มันไม่ใช่แค่ลายเส้นสะเปะสะปะ แต่มันคือการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดและเฉียบคมจนเขาเองยังคาดไม่ถึง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง คิรากรจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและหยิ่งทระนงอย่างไม่วางตา ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เคลื่อนมือหนาไปแตะที่ปลายคางของเธอ แล้วดันให้ใบหน้าของเธอเชิดขึ้น
“คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะ พริ้มเพรา” เสียงของเขาเบาลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่ชวนสั่นสะท้าน “แต่ความดื้อรั้นของคุณนี่แหละที่จะเป็นตัวทำลายตัวเอง”
เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอกำลังทำให้สมาธิที่เขาสั่งสมมาตลอดทั้งวันสั่นคลอน พริ้มเพรากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบขณะที่สบตากับดวงตาคู่คมของเขา
จังหวะที่คนทั้งคู่กำลังติดอยู่ในภวังค์แห่งความกดดันและแรงดึงดูดที่ไม่ควรเกิดขึ้น... เสียงผลักประตูก็ดังขึ้นอย่างแรง!
“คุณคิรากรครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ! ลูกค้ารายใหญ่จากโครงการนอร์ธทาวเวอร์ยกเลิกนัดกะทันหัน พร้อมกับส่งไฟล์ ‘แบบร่างคู่แข่ง’ ที่หน้าตาเหมือนกับงานของเราไม่มีผิดเพี้ยนมาให้ครับ!”
คิรากรผละออกทันที ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยเย็นชาเหมือนเดิม พริ้มเพราหันไปมองหน้าจอโปรเจกเตอร์ที่พนักงานอีกคนเปิดขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
ภาพบนหน้าจอคือแบบบ้านที่ ‘เหมือน’ กับงานของเธอก็อปปี้มาทุกกระเบียดนิ้ว แต่สิ่งที่ทำให้พริ้มเพราแทบหยุดหายใจคือ ‘ลายเซ็น’ ที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาของแบบนั้น มันคือลายเซ็นของ ‘กวินทร์’ เพื่อนสนิทที่สุดของเธอเพียงคนเดียวที่เข้าถึงไฟล์งานนี้ได้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับสเปซโอเดสซีย์ในตอนแรกนี้นะครับ
Project Crush: รื้อระบบหัวใจนายจอมเฮี้ยบ•ตอนที่ 1
ศึกชิงแบบร่าง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Project Crush: รื้อระบบหัวใจนายจอมเฮี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
